กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นตัวแทนประเทศไทย ในฐานะเจ้าภาพ จัดการประชุมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีแห่งเอเชีย 2025 หรือ “Asia Petrochemical Industry Conference 2025 (APIC 2025)” โดยร่วมกับ สมาคมและองค์กรปิโตรเคมีรวม 7 สมาคมจากเขตเศรษฐกิจ ประกอบด้วย ไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินเดีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพื่อส่งเสริมการพัฒนา สร้างความร่วมมือและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในภูมิภาคเอเชีย ให้ก้าวสู่ระดับโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Ensuring a Transformed World Prosperity” ที่สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ต่อการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมความยั่งยืนในอนาคต เมื่อวันที่ 15-16 พฤษภาคม 2568 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 43 และเป็นครั้งที่ 3 ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพ โดยมุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก การพัฒนานวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในภูมิภาคเอเชียสู่ความรุ่งเรืองยั่งยืน และพร้อมเผชิญกับความท้าทายของโลกทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทั้งยังเปิดเวทีสำหรับผู้ประกอบการเพื่อร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ รวมถึงเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระดับสากลจากทั่วโลก ที่สนใจอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในเอเชีย
นายอภิชัย เจริญสุข ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวเปิดงานว่า “อุตสาหกรรมปิโตรเคมีมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิต ในภาคอุตสาหกรรมจึงไม่ได้มองแต่เพียงด้านการผลิตเท่านั้น แต่มองถึงการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและความยั่งยืน มุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบต่อโลก ผ่านการนำนวัตกรรมและความร่วมมือมาเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ผู้เข้าร่วมงาน APIC 2025 กว่า 1,500 คน จากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก พันธมิตรทางธุรกิจ และนักลงทุน ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 145 ล้านบาท จากการใช้จ่ายผ่านกิจกรรมต่างๆ ช่วยส่งเสริมภาคธุรกิจการท่องเที่ยว และที่สำคัญคือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้เจรจาและต่อยอดทางธุรกิจกับผู้แทนจากต่างประเทศ ที่คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าสูงถึงหลายพันล้านบาท
การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมปิโตรเคมีระดับภูมิภาค และสร้างโอกาสความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต เช่นที่เราได้นำเสนอแนวคิด “Ensuring a Transformed World Prosperity” เพื่อชี้ให้เห็นว่าการพัฒนานวัตกรรมและการร่วมมือกัน คือหัวใจสำคัญที่จะสร้างความรุ่งเรืองให้แก่โลกในอนาคต เราคาดหวังว่าจะเกิดความร่วมมือในระดับภูมิภาคและระดับโลก ทั้งด้านการพัฒนานวัตกรรมและการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างเครือข่ายธุรกิจที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และความร่วมมือครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลเชิงบวกในท้ายที่สุด” นายอภิชัยกล่าวสรุป
ด้านนายโคชิโระ คุโด ประธานสมาคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีแห่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุม APIC ในครั้งต่อไป ได้กล่าวชื่นชมบทบาทการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยในครั้งนี้ว่า “ประเทศไทยทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดงาน APIC 2025 ได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งการจัดหัวข้อเสวนาและการแลกเปลี่ยนมุมมองที่ตอบโจทย์แนวคิด “Ensuring a Transformed World Prosperity”
ได้อย่างครอบคลุม ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ในฐานะที่ญี่ปุ่นได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานในครั้งหน้า เรามีความภูมิใจและยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้ต้อนรับประเทศสมาชิกและตัวแทนจากทั่วโลก ในการประชุมเพื่อสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในภูมิภาคเอเชียสู่ระดับโลก”
การประชุม APIC 2025 เป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรในวงการอุตสาหกรรม ปิโตรเคมี เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง ขยายโอกาสทางธุรกิจ และเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยมุ่งเน้นไปที่กิจกรรมซึ่งนำไปสู่การผลักดันให้เกิดความร่วมมือระดับภูมิภาค
สร้างโอกาสทางธุรกิจ และขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ได้แก่
• การประชุมอภิปรายระดับโลกโดย CEO บริษัทปิโตรเคมีชั้นนำ ได้แก่ นายณะรงศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC และนายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ SCGC ร่วมด้วยผู้แทนจาก Gulf Petrochemicals & Chemicals Association (GPCA) และ McKinsey & Company ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของอุตสาหกรรม ในหัวข้อ “Building a Sustainable Future: The Role of the Chemical Industry in a Transformed World ” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้ม ความท้าทาย และภาพรวมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในอนาคต
• การเสวนาในหัวข้อ ‘Empowering Women in Asia’s Chemical Industry’ นำเสนอบทบาทและการส่งเสริมศักยภาพของสตรีในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในภูมิภาคเอเชีย โดย กลุ่ม Women in Chemicals กลุ่มที่ก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวกันของสตรีในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีจากหลายประเทศทั่วโลก เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพสตรีในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปิโตรเคมี นำโดย คุณหญิงทองทิพ รัตนะรัต กรรมการอำนวยการและที่ปรึกษา สถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย (PEIT) และ นางสาวอนุสรา สุทธิกุลเวทย์ กรรมการผู้อำนวยการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร UBE
• Exhibition & Networking Zone ที่เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจได้พบปะ สร้างเครือข่าย และต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจในระดับภูมิภาคและระดับโลก พร้อมทั้งการจัดแสดงเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ
• การเสวนาเกี่ยวกับ Sustainability และ Circular Economy หัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกิดการต่อยอดความร่วมมือระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างแท้จริง นอกจากนี้ งาน APIC 2025 ยังให้ความสำคัญต่อแนวทางการจัดงานอย่างยั่งยืน (Green Meeting) ตามมาตรการของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) และแนวทางปฏิบัติพื้นฐานเพื่อความยั่งยืน อาทิ การลดใช้กระดาษ การจัดการอาหารอย่างยั่งยืน การจัดการพลังงานและทรัพยากร การคัดแยกและการรีไซเคิลขยะ รวมถึงการสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้อีกด้วย

More Stories
GUNKUL จับมือรัฐบาลฟิลิปปินส์ เซ็น LOI เดินหน้าโครงการ Solar Floating 784.1 เมกะวัตต์
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของไทย พบหารือกับนายจาง เชาฉวิน ประธาน CGNEI
กฟผ. ผนึกกำลังสถาบันอาหาร พัฒนาศักยภาพชุมชน ยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น หนุนเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน