ระหว่าง เชฟรอน – ปตท.สผ.อีดี เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ใหม่ในแปลง G1/61 และ G2/61
นายกำพล กำเนิดศิริ (กลาง) ผู้อำนวยการกองเทคโนโลยีการประกอบกิจการปิโตรเลียม เป็นผู้แทนกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติร่วมพิธีส่งมอบส่วนบนของแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม (Topside) ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว จำนวน 3 แท่น พร้อมอุปกรณ์ ของ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และบริษัทผู้ร่วมทุน ให้แก่ บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (ปตท.สผ.อีดี) ซึ่ง ปตท.สผ. อีดี ได้ดำเนินการจัดซื้อ Topside ดังกล่าวจากเชฟรอน เพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์ใหม่ที่แท่นหลุมผลิตในแปลงสำรวจปิโตรเลียมในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/61 และ G2/61 ที่ ปตท.สผ. อีดี เป็นผู้ได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต โดยมี นางทรรศนีย์ หงษ์ไกรเลิศ (ที่ 4 จากซ้าย) รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายบริหารซัพพลายเชน ผู้แทนจากเชฟรอน และนายชาญ กานต์จรรยา (ที่ 4 จากขวา) ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวางแผนกลุ่มงานโครงการผลิตในประเทศ ผู้แทนจาก ปตท.สผ. อีดี เข้าร่วมในพิธี ซึ่งพิธีส่งมอบดังกล่าวจัดขึ้น ณ ท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ในฐานะหน่วยงานกำกับ ดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของประเทศไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ที่สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล จึงได้สนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานของผู้รับสัมปทานให้มีกิจกรรมที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม
ดังนั้น กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจึงได้อนุญาตให้ผู้รับสัมปทานบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด โอนส่วนบนของแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม (Topside) ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วให้แก่ บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต เพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์ใหม่ โดยในการดำเนินงานที่ผ่านมา เชฟรอน และบริษัทผู้ร่วมทุน ได้ทยอยดำเนินการส่งมอบ Topside จำนวน 3 แท่น พร้อมอุปกรณ์ ให้แก่ ปตท.สผ. อีดี ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2568 และได้ส่งมอบแล้วเสร็จในวันที่ 9 มิถุนายน 2568 ด้วยความปลอดภัย
การส่งมอบ Topside เพื่อนำไปใช้ใหม่ในครั้งนี้ จะช่วยลดการนำเข้าวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียมในต่างประเทศ และลดระยะเวลาในการจัดหาและก่อสร้าง Topside ใหม่ ทำให้สามารถติดตั้งหลุมผลิตได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณการจัดการของเสียจากเหล็กที่เกิดจากการรื้อถอนประมาณ 2,369 ตัน และทำให้สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือก๊าซคาร์บอนทั้งทางตรงและทางอ้อมได้ถึง 4,725 ตันอีกด้วย

More Stories
SUPER เฮ! กดปุ่ม COD วินด์ฟาร์มเวียดนาม 99 MW เดินหน้ารับรู้รายได้หนุนพอร์ตแกร่ง เสริมรายได้ระยะยาว ปักหมุดกำลังการผลิตกว่า 1,800 MW ปี 71
TPCH ปลื้ม! โรงไฟฟ้าช้างแรกฯ คว้ารางวัลจากเวที ASEAN Energy Awards 2026
“สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ” รับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหม่ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี