ด้วยวิธีการตรวจวัดสารอะโลอิน ในว่านหางจระเข้
ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพของพฤกษศาสตร์ระดับโลก
กรุงเทพ – เฮอร์บาไลฟ์ บริษัทชั้นนำด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ที่มาพร้อมชุมชนและแพลตฟอร์มระดับโลก ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก Association of Official Analytical Collaboration (AOAC INTERNATIONAL) หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์การวิเคราะห์ระดับโลก มอบให้กับวิธีการเฉพาะของเฮอร์บาไลฟ์ในการระบุและวัดปริมาณสารแอนทราควิโนน หรือที่รู้จักในชื่อ อะโลอิน (Aloin) ในว่านหางจระเข้ โดยกลุ่มหน่วยงานที่กำกับดูแลเป็นผู้กำหนดให้ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ว่านหางจระเข้สำหรับบริโภค ต้องตรวจสอบสารประกอบที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น อะโลอิน A, อะโลอิน B และอะโล-อีโมดิน เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางด้านความปลอดภัย ซึ่งการรับรองนี้เป็นการรับรองอย่างเป็นทางการว่าวิธีการของเออร์บาไลฟ์ เป็นวิธีการแรกของโลกที่ได้รับการอนุมัติจาก AOAC สำหรับการตรวจจับอะโลอิน ช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพในอุตสาหกรรมพฤกษชาติและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วิธีการที่ได้รับการรับรองนี้ พัฒนาขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์ของเฮอร์บาไลฟ์ และผ่านการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการอิสระทั่วโลก โดยเฮอร์บาไลฟ์ใช้วิธีดังกล่าวในการทดสอบผลิตภัณฑ์ว่านหางจระเข้ทุกล็อต เพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยและยังคงคุณประโยชน์จากธรรมชาติของพืชสมุนไพรชนิดนี้ไว้ได้อย่างครบถ้วน ซึ่งว่านหางจระเข้ถือเป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลักของผลิตภัณฑ์ชั้นนำของเฮอร์บาไลฟ์ที่จำหน่ายกว่า 90 ประเทศทั่วโลก

วิธีการของเฮอร์บาไลฟ์ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องผ่านการศึกษาจากหลายห้องปฏิบัติการทั่วโลก ซึ่งประกอบด้วยห้องปฏิบัติการอิสระ 8 แห่ง โดยทุกแห่งได้ทดสอบอะโลอิน A, อะโลอิน B และอะโล-อีโมดิน ในตัวอย่างว่านหางจระเข้ 6 ตัวอย่าง ทั้งในรูปวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป โดยใช้เทคนิค HPLC (High-Performance Liquid Chromatography) ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่าวิธีนี้มีความแม่นยำสูง และผ่านเกณฑ์ด้านประสิทธิภาพ ทั้งในด้านความเที่ยงตรงและความเหมาะสมของระบบ
ดร.คาเทริน่า มาสตอฟสก้า รองผู้อำนวยการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ AOAC INTERNATIONAL กล่าวเพิ่มเติมว่า “การศึกษาตรวจสอบจากหลายห้องปฏิบัติการนี้ช่วยสนับสนุนการรับรองวิธีการวิเคราะห์ที่พัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์ของเฮอร์บาไลฟ์ให้เป็นวิธีการวิเคราะห์ตามมาตรฐาน AOAC 2016.09 เนื่องจากวิธีการที่ได้รับการรับรองจาก AOAC ต้องผ่านการประเมินทางวิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้น และได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของพฤกษศาสตร์ทั่วโลก”
เฮอร์บาไลฟ์มีความมุ่งมั่นมาอย่างยาวนาน ในการวิจัยว่านหางจระเข้และการควบคุมคุณภาพ และความทุ่มเทนี้นำมาซึ่งการจดสิทธิบัตร 5 ฉบับ และเผยแพร่งานวิจัย 3 ฉบับ ที่มุ่งพัฒนาวิธีการสกัดว่านหางจระเข้ที่ปลอดภัยและคงคุณประโยชน์ตามธรรมชาติ ในขณะที่บริษัทส่วนใหญ่มักพึ่งพาใบรับรองจากซัพพลายเออร์เพียงอย่างเดียว แต่เฮอร์บาไลฟ์เป็นเพียงบริษัทไม่กี่แห่งในโลกที่ลือกใช้วิธีขั้นสูงอย่าง Proton Nuclear Magnetic Resonance (NMR) Spectrometry ซึ่งเป็นเทคนิควิเคราะห์ที่ใช้สนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุเพื่อระบุโครงสร้างโมเลกุลของวัตถุดิบ โดยสามารถยืนยันเอกลักษณ์และความบริสุทธิ์ของว่านหางจระเข้ในระดับโมเลกุลได้อย่างแม่นยำ จึงมั่นใจได้ในคุณภาพ ความสม่ำเสมอ และตรวจสอบย้อนกลับได้ในทุกขั้นตอนของซัพพลายเชนทั่วโลก
ตลอด 45 ปีที่ผ่านมา เฮอร์บาไลฟ์ยึดมั่นในมาตรฐานคุณภาพระดับโลก ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า จากเมล็ดพันธุ์สู่การบริโภค (Seed-to-Feed) ครอบคลุมตั้งแต่การปลูกพืชอย่างรับผิดชอบโดยเกษตรกรที่เชี่ยวชาญ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป โดยต้องผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอนในห้องแล็บที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 17025 เพื่อให้แน่ใจว่า ส่วนประกอบต่าง ๆ มีคุณภาพตามมาตรฐานของบริษัทและหน่วยงานรัฐ นอกจากนี้เฮอร์บาไลฟ์ยังดำเนินงานภายใต้มาตรฐาน GMP และ NSF International โดยมีทีมวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านคุณภาพ ทั่วโลกคอยสนับสนุน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และยกระดับมาตรฐานของทั้งอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง
วิธีการตรวจวัดว่านหางจระเข้ของเฮอร์บาไลฟ์ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Journal of AOAC INTERNATIONAL (เล่มที่ 108, ฉบับที่ 3, หน้า 449–471)

More Stories
ซัคเซสมอร์ตอกย้ำวิสัยทัศน์การเติบโตอย่างยั่งยืน
กิฟฟารีน แนะนำไอเท็มเด็ด “Giffarine Sweet Tasty Gold” (กิฟฟารีน สวีท เทสตี้ โกลด์) ทางเลือกใหม่ของสายเฮลตี้
ไอยรา แพลนเน็ต จัดใหญ่ “Prosumer Day เชียงใหม่” คนทะลุ 250 คน