ปักหมุดศูนย์กลางระบบขนส่ง-ท่าเรือ สู่กลุ่มประเทศ CLMV
กรุงเทพฯ – บมจ.เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ เดินเกมรุกปักหมุดเปิดพื้นที่ลานตู้คอนเทนเนอร์ 2 โครงการย่านทำเลทองโลจิสติกส์ ลาดกระบัง – แหลมฉบัง ต่อยอดการขนส่ง และท่าเรือ รองรับดีมานด์กลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้น ภายใต้กลยุทธ์การขยายการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศกลุ่ม CLMV หนุนผลงานปีนี้โตตามแผน
นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ ผู้นำโลจิสติกส์แบบครบวงจรและผู้นำด้านบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์ เปิดเผยว่า ในครึ่งปีหลัง 2568 บริษัทฯ เตรียมเปิดให้บริการพื้นที่ลานตู้คอนเทนเนอร์ 2 โครงการ ประกอบด้วย โครงการลาดกระบัง และโครงการแหลมฉบัง ตามแผนและนโยบายการขยายพื้นที่ลานตู้คอนเทนเนอร์ ภายใต้งบลงทุน 194 ล้านบาท เพื่อรองรับดีมานด์กลุ่มลูกค้าที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตามกลยุทธ์การขยายการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศกลุ่ม CLMV ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทั้ง 2 โครงการดังกล่าว ถือเป็นพื้นที่บนทำเลทองซึ่งเป็นจุดยุทธ์ศาสตร์ ด้านโลจิสติกส์ของประเทศ
สำหรับโครงการลานตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่ลาดกระบัง มีพื้นที่ดิน 24.30 ไร่ จัดเป็นทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ อยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ และมีทางรถไฟเชื่อมต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุด ทำให้สามารถเชื่อมโยงการขนส่งได้ครบทุกเส้นทาง โดยคาดว่าจะเริ่ม Operate ได้ในช่วงปลายไตรมาส 3/2568 นี้ และสามารถรองรับการใช้งานลูกค้าเพิ่มขึ้นอีก 3,125 TEUs หรือประมาณการตู้เข้าออกทั้งปีที่ 240,000 TEUs โดยคาดว่าสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ ในปีแรก 100 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 123 ล้านบาท ในปีถัดไป
ส่วนโครงการลานตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่แหลมฉบัง จัดเป็นพื้นที่บนทำเลที่ตอบโจทย์การค้าและโลจิสติกส์ระดับโลก เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ส่งเสริมการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ดังนั้นการลงทุนลานตู้คอนเทนเนอร์ จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจในอนาคต โดยบริษัท ได้เตรียมพัฒนาและก่อสร้างลานตู้คอนเทนเนอร์ บนพื้นที่ 19.37 ไร่
ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่ม Operateได้ในช่วงกลางไตรมาส 4/2568 นี้ ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานลูกค้าเพิ่มขึ้นอีก 3,000 TEUs หรือประมาณการตู้เข้าออกทั้งปีที่ 200,000 TEUs และคาดว่าสร้างรายได้ให้กับบริษัทในปีแรก 50 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านบาท ในปีถัดไป
อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาวะท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์การค้าของสหรัฐฯ และจีน ย่อมส่งผลต่อภาพรวมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นห่วงโซ่อุปทานของโลก ที่มีการปรับเปลี่ยนทั้งต้นทุน การขนส่ง และเส้นทางใหม่ จึงเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีแนวโน้ม จะได้รับโอกาสเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ แห่งใหม่ ส่งผลให้ MPJ เล็งเห็นโอกาสและช่องทางต่อยอดทางธุรกิจ จึงปรับกลยุทธ์รองรับการขยายการให้บริการใน 4 กลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง ที่พร้อมผลักดันและสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้โตตามแผนที่วางไว้ที่ระดับ 20% เมื่อเทียบจากปีก่อน

More Stories
“โรแยล พลัส” เปิดตัว “Fruit Tea Naturally Refreshing” ชูทัพนวัตกรรมเครื่องดื่ม
INET เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ 2 ชุด ดอกเบี้ย [5.25-5.65] % เดือน ก.ค. นี้
MTC ปลื้ม! หุ้นกู้ 5 ชุดใหม่ มูลค่า 10,000 ลบ.ขายเกลี้ยง สะท้อนเชื่อมั่นนักลงทุนต่อศักยภาพธุรกิจมาตรฐานระดับโลก เดินหน้าขยายโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน หนุนเศรษฐกิจฐานราก