วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ณ โรงพยาบาลศิริราช เหตุผลในการจัดงาน “วันสุขภาพกล้ามเนื้อไทย (Thailand Muscle Health Day)” ในวันนี้
โดย ศ. นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล ประธานศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช
• คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลตระหนักถึงความท้าทายของการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี และเล็งเห็นล่วงหน้าว่าประเทศไทยจะก้าวสู่ “สังคมผู้สูงวัยระดับสุดยอด” (Super-Aged Society) ซึ่งหมายถึงการที่ประชากรมากกว่า 20% หรือราว 13 ล้านคน มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
• อย่างไรก็ตาม คนสูงวัยจำนวนมากยังเผชิญกับภาวะสูงวัยที่ไม่แข็งแรง ทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องนอนติดเตียง ซึ่งนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สูงขึ้น และคุณภาพชีวิตที่ลดลงอย่างมาก หากเราสามารถให้ความสำคัญกับการดูแลเชิงป้องกัน การติดตามสุขภาพ และการตรวจโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก็จะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและลดภาระในระยะยาวได้
• ด้วยเหตุนี้ ศิริราชฯ จึงได้เตรียมการล่วงหน้าโดยใช้แนวทางการดูแลผู้สูงอายุแบบสหสาขาวิชาชีพ ครอบคลุมทั้งอายุรกรรม ศัลยกรรมกระดูกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และสหวิชาชีพด้านสุขภาพอื่น ๆ รวมถึงสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งจากภาครัฐและเอกชน เช่น บริษัทแอ๊บบอต เพื่อร่วมกันสร้างความตระหนักรู้และให้ความรู้แก่ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในประเด็น “สูงวัยอย่างมีคุณภาพ” และการดูแลเชิงป้องกัน
• ขณะเดียวกัน ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) กำลังกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสาธารณสุขที่ต้องเร่งให้ความสนใจ เนื่องจากการเสื่อมถอยของกล้ามเนื้อส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเคลื่อนไหวและการใช้ชีวิตประจำวัน เพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม และการพึ่งพาผู้อื่นในระยะยาว หากไม่มีการดูแลเพื่อรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและภูมิคุ้มกันอย่างเหมาะสม คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ระบบสาธารณสุขยังเข้าไม่ถึง อาจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
• ดังนั้น เพื่อเป็นการริเริ่มครั้งสำคัญ เราจึงจัดงาน “วันสุขภาพกล้ามเนื้อไทย (Thailand Muscle Health Day)” ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “สุขภาพกล้ามเนื้อและการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ: การดูแลตนเองแบบบูรณาการเพื่อการมีสุขภาพดี”
• งานในวันนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการดูแลตนเองที่ช่วยรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และสนับสนุนการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ โดยให้ความรู้และเครื่องมือที่จำเป็นแก่ประชาชน เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจของตนเองได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดการเจ็บป่วย และใช้ชีวิตได้อย่างเป็นอิสระ พร้อมทั้งยกระดับความเข้าใจเกี่ยวกับ “สุขภาพกล้ามเนื้อ” ทั้งในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไป ซึ่งยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้จักภาวะกล้ามเนื้อน้อย หรือไม่ทราบว่าพฤติกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ มีบทบาทสำคัญในการรักษาการทำงานของกล้ามเนื้อ
• “วันสุขภาพกล้ามเนื้อไทย” ในวันนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันวาระแห่งชาติ เพื่อพาประเทศไทยไปสู่การเป็นสังคมสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี และหวังว่าจะเป็นต้นแบบของความร่วมมือระดับเอเชียในอนาคต
โภชนาการส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุ
โดย ทันตแพทย์หญิง ดร. อรุณี ลายธีระพงศ์ ผู้อำนวยการการแพทย์ด้านโภชนาการ บริษัท แอ๊บบอต ลาบอแรตอรีส จำกัด (ประเทศไทย)
• กล้ามเนื้อมีบทบาทสำคัญ ไม่เพียงแต่ในการเคลื่อนไหว แต่ยังช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันด้วย ผู้สูงวัยจำเป็นต้องมีมวลกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ซึ่งได้จากโปรตีนคุณภาพสูงและสารอาหารที่ช่วยสังเคราะห์และซ่อมแซมกล้ามเนื้อ เพื่อสามารถดำรงชีวิตอย่างอิสระ อย่างไรก็ตาม มากกว่า 40% ของผู้ใหญ่ที่อายุเกิน 50 ปี ได้รับปริมาณโปรตีนไม่ถึงค่าที่แนะนำต่อวันจากการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียว อาหารที่อุดมด้วยโปรตีนจึงมีบทบาทสำคัญในการป้องกันหรือชะลอการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
• แอ๊บบอตในฐานะบริษัทด้านสุขภาพระดับโลก ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อเป็นอย่างยิ่ง เราจึงพัฒนาโภชนเภสัชภัณฑ์จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยผสานสารอาหารที่มีบทบาทในการป้องกันและชะลอการสูญเสียกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นสารอาหารที่ไม่สามารถหาได้ง่ายจากอาหารทั่วไป พร้อมทั้งเสริมสารอาหารที่ช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน
• ด้วยสมดุลของโภชนาการที่เหมาะสม ผู้สูงอายุสามารถรักษาความแข็งแรง มีพลังในการดำเนินชีวิต จัดการกับความเจ็บป่วยได้ดีขึ้น และฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บหรือภาวะสุขภาพต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น ช่วยให้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในทุกช่วงวัย
ความคาดหวังจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้
โดย ผศ. นพ.ธารา วงศ์วิริยางกูร รองคณบดี คนที่ 2 คณะเเพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล
• โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเสริมสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนชาวไทย เกี่ยวกับความสำคัญของ “สุขภาพกล้ามเนื้อ” ในการมีสุขภาวะที่ดีในระยะยาว
• งานวันสุขภาพกล้ามเนื้อไทยในวันนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการให้ความรู้แก่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้สูงวัย ในเรื่องการสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรงผ่านโภชนาการที่เหมาะสม การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลตั้งใจจะสานต่อองค์ความรู้เหล่านี้สู่สาธารณชน ผ่านการทำวิจัย การจัดทำแนวทางการดูแลรักษา ตลอดจนการจัดตั้งคลินิกเพื่อส่งเสริมสุขภาพกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุต่อไป
โดย ศ. นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล ประธานศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช
• เราต้องการขยายการรับรู้ในระดับประเทศ เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของสุขภาพกล้ามเนื้อ ไม่เพียงในกลุ่มผู้สูงวัย แต่รวมถึงประชาชนทั่วไปด้วย เพราะเมื่อเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น ก็จะเกิดการดูแลตัวเองล่วงหน้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ
• เป้าหมายสำคัญอีกประการหนึ่ง คือการส่งเสริมการดูแลสุขภาพตนเองแบบบูรณาการ ด้วยการผสานกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอเข้ากับโภชนาการที่เหมาะสม เพื่อป้องกันภาวะกล้ามเนื้อเสื่อม รักษาการทำงานของกล้ามเนื้อ และส่งเสริมสุขภาวะโดยรวมในช่วงวัยสูงอายุ
• นอกจากนี้ การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการแพทย์ สมาคมวิชาชีพ และภาคเอกชน ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันนโยบายและโครงการต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนสุขภาพกล้ามเนื้อในระดับประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
• อีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือ การพัฒนามาตรฐานการตรวจคัดกรองและการจัดการสุขภาพกล้ามเนื้ออย่างเป็นระบบ โครงการนี้มีเป้าหมายในการบูรณาการประเด็นสุขภาพกล้ามเนื้อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบการดูแลสุขภาพประจำวัน ผ่านแนวทางที่ยึดตามหลักฐานทางวิชาการ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในระบบสถานพยาบาลและชุมชน เพื่อให้ประชากรสูงวัยได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ บทบาทของกรมอนามัยในโครงการนี้
โดย นายแพททย์วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
• กรมอนามัยดำเนินการส่งเสริมกิจกรรมทางกายให้กับประชาชนทุกช่วงวัยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเรายึดหลักที่ว่า “ยิ่งเริ่มขยับร่างกายเร็วเท่าไหร่ สุขภาพในระยะยาวก็จะยิ่งดี”
• เพื่อช่วยให้ผู้สูงวัยสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างสม่ำเสมอ กรมฯ ได้ออกนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เช่น การแนะนำให้มีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ โปรแกรม “ทดสอบลุก–นั่ง 5 ครั้ง” และโปรแกรม “ยืน เดิน ยก ขา” ซึ่งเป็นท่าฝึกง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ที่บ้าน และได้จัดส่งสื่อเหล่านี้ผ่านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อให้เข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่
• งานวันสุขภาพกล้ามเนื้อแห่งชาติในวันนี้ ถือเป็นโครงการที่เหมาะสมและเกิดขึ้นได้ทันเวลา เป็นการเสริมแรงให้กับความพยายามระดับชาติในการส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีของคนไทยทุกคน
บทบาทของสมาคมเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทยในการส่งเสริมการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ
โดย ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ อัสสันตชัย นายกสมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย
• สมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทยได้ดำเนินการอย่างแข็งขันในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทางการแพทย์และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อพัฒนาแนวทางในการวินิจฉัยและดูแลรักษาภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (sarcopenia) ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยใช้เครื่องมือคัดกรองที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในระดับชุมชน เช่น แบบสอบถาม การวัดรอบน่อง และแบบทดสอบลุก–นั่ง 5 ครั้ง
• นอกจากนี้ สมาคมยังสนับสนุนการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะกล้ามเนื้อเสื่อมอย่างถูกต้อง เพื่อให้สามารถประเมินสุขภาพกล้ามเนื้อได้อย่างแม่นยำ ขณะเดียวกัน สมาคมยังเชื่อมั่นว่าประชาชนทั่วไปก็สามารถเป็น “กระบอกเสียง” ที่ช่วยขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อได้ด้วยตนเอง ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนกันและกันให้ขยับร่างกายอย่างสม่ำเสมอ และเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
• ด้วยเหตุนี้ สมาคมฯ จึงให้การสนับสนุนกิจกรรม “วันสุขภาพกล้ามเนื้อไทย” ในวันนี้ เพื่อร่วมผลักดันให้ “สุขภาพกล้ามเนื้อ” กลายเป็นมาตรฐานของการดูแลผู้สูงวัยในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกัน การฟื้นฟู หรือการดูแลระยะยาว เพื่อให้ผู้สูงอายุมีชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
ประชาชนควรกังวลกับภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยหรือไม่
โดย ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ อัสสันตชัย นายกสมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย
• ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (sarcopenia) คือภาวะที่มวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลงตามอายุ ส่งผลต่อความสามารถในการเคลื่อนไหวและทำกิจวัตรประจำวัน
• ในประเทศไทย ภาวะนี้กำลังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากพฤติกรรมเนือยนิ่งที่มากขึ้น และการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอในผู้สูงวัย
• ภาวะนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มและกระดูกหัก ซึ่งมักนำไปสู่ความพิการเรื้อรัง อัตราการเจ็บป่วยที่สูงขึ้น และภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขที่เพิ่มขึ้นตามมา
• การสร้างความตระหนักรู้ในหมู่ประชาชน ถือเป็นกุญแจสำคัญในการตรวจพบแต่เนิ่น ๆ และป้องกันได้ทันท่วงที เมื่อประชาชนและผู้ดูแลเข้าใจถึงความเสี่ยงและอาการของภาวะนี้ ก็จะสามารถเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และการรับประทานอาหารที่ดีขึ้น เพื่อชะลอหรือบรรเทาผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

More Stories
BLS Group จัดงาน Soft Opening Event ขอบคุณคนไข้ พร้อมตอกย้ำผู้นำด้านศัลยกรรมและความงามแบบครบวงจร
ผถห. SAFE โหวตหนุนจ่ายปันผล 0.41 บ./หุ้น ลุยจับมือพันธมิตรโรงพยาบาลรัฐ-เอกชน ชูนวัตกรรมเทคโนโลยีตรวจพันธุกรรม ตั้งเป้าปี 69 เติบโต 10% รับดีมานด์ IVF ต่างชาติ
ผถห. BKGI ยกมือโหวตหนุนจ่ายปันผล 0.05 บ./หุ้น ลุยขยายแพลตฟอร์มตรวจพันธุกรรม-ยกระดับเทคโนโลยีจีโนมิกส์ของไทย