วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 — หอการค้าไทยขอแสดงความชื่นชมอย่างยิ่งต่อทีมเจรจาประเทศไทย (“ทีมไทยแลนด์”) ที่สามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ให้กำหนดอัตราภาษี “reciprocal tariff” สำหรับประเทศไทยอยู่ที่ 19% ซึ่งแทบไม่ต่างกับอัตราภาษีที่สหรัฐฯ ใช้กับประเทศในภูมิภาคอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย (19%) และเวียดนาม (20%) 
แม้ว่าอัตรานี้จะสูงกว่าพื้นฐาน 10% แต่ถือว่าเป็นผลงานที่ดีเยี่ยมในภาวะที่ประเทศไทยเคยเผชิญกับข่าวว่าจะถูกกำหนดอัตราภาษีสูงถึง 36%   การที่ทีมเจรจาไทยสามารถเจรจาลดตัวเลขนั้นลงเหลือ 19% ได้ภายในเวลาที่จำกัด แสดงถึงความมุ่งมั่น ความเข้าใจในเชิงยุทธศาสตร์ และความสามารถในการดำเนินงานเชิงรุกของทีมเจรจาอย่างแท้จริง
หอการค้าไทยเชื่อว่า แม้ระดับภาษีจะสูงขึ้นจากเดิม แต่ประเทศไทยยังมีความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาค เมื่ออัตราภาษีใกล้เคียงกับประเทศอื่นในอาเซียน อย่างไรก็ดีหอการค้าไทยยังสนับสนุนให้รัฐบาลพิจารณามาตรการรองรับ โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดใหม่ และเตรียมรับมือกับอัตราภาษีสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ผ่านมาตรการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี การเงิน การตลาดและนวัตกรรมทางการค้า นอกจากนี้ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อ มาตรการ “transshipment rate” ที่สหรัฐฯ กำหนดไว้ที่ 40% สำหรับทุกประเทศ รวมถึง การเตรียมแผนรับมือด้านการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ด้วย
เรายังมั่นใจว่าการเจรจาต่อในด้านรายละเอียด จะช่วยให้สามารถปรับปรุงเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ในอนาคต และหวังว่าทีมไทยแลนด์จะเดินหน้าดำเนินหน้าที่ในบทบาทนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สูงสุดของภาคธุรกิจของไทยหอการค้าไทยขอขอบคุณทีมเจรจาประเทศไทยทุกท่าน ที่ได้ทำงานอย่างหนักด้วยความเป็นมืออาชีพ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย ขอให้ภาคเอกชนร่วมมือสนับสนุนรัฐบาลในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ เพื่อก้าวไปสู่ศักยภาพทางการค้าในระดับสากลต่อไปโดย
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์
ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

More Stories
วีรชัย มั่นสินธร ควบตำแหน่งประธาน SMI และรองประธาน ส.อ.ท.
ทีเส็บ เปิดตัว “JerGan” แพลตฟอร์มดิจิทัลไมซ์รายแรก เปิดพื้นที่นักเดินทางไมซ์กระจายรายได้สู่ธุรกิจท้องถิ่น
“อมตะ” ปรับทัพ ดึง “ปานปรีย์” นั่งแท่นประธานคณะกรรมการบริษัท ร่วมพัฒนากลยุทธ์ขับเคลื่อนการลงทุนดันอมตะเติบโตยั่งยืน