บมจ. เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) ฐานแน่น! ประสบความสำเร็จเกินคาด หุ้นกู้ 3 ชุดใหม่ ขายเกลี้ยง มูลค่า 10,000 ล้านบาท สะท้อนความเป็นผู้นำในธุรกิจไมโครไฟแนนซ์มาตรฐานระดับโลก (World-class Thai Microfinance) พร้อมส่งมอบแหล่งเงินทุนคุณภาพแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
นายปริทัศน์ เพชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC) ผู้ให้บริการทางการเงินในมาตรฐานระดับโลกที่มุ่งมั่นส่งมอบแหล่งเงินทุนคุณภาพแก่ประชาชนทุกกลุ่มอาชีพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม สนับสนุนกิจการท้องถิ่นให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ สร้างรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เปิดเผยว่า หุ้นกู้ 3 ชุดใหม่ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท ที่บริษัทฯ เปิดขายระหว่างวันที่ 25-27 สิงหาคม 2568 ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดีเยี่ยม โดยขายหมดทั้งจำนวนที่เสนอขาย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัทฯ ในฐานะผู้ประกอบการรายใหญ่ในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย
โดยหุ้นกู้ชุดนี้เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ประกอบด้วย หุ้นกู้อายุ 4 ปี 7 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.80% ต่อปี หุ้นกู้อายุ 5 ปี 6 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.00% ต่อปี และ หุ้นกู้อายุ 7 ปี 3 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.15% ต่อปี มีกำหนดชำระดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ และมีวัตถุประสงค์ของการออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ เพื่อไปใช้ชำระคืนหนี้จากการออกหุ้นกู้ (roll-over) และเพื่อขยายพอร์ตสินเชื่อของบริษัทฯ
ประธานกรรมการบริหาร MTC กล่าวอีกว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจยังอยู่ในระดับที่ดี โดยในไตรมาส 2/2568 พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 174,807 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.02% รายได้รวม 7,546 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.45% และกำไรสุทธิสุทธิ 1,647 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในส่วนของสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 2.62% ซึ่งปรับตัวดีขึ้น จากสิ้นไตรมาส 1/2568 ที่ 2.69% ขณะที่บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตพอร์ตสินเชื่อปีนี้ไว้ที่ 10-15% และตั้งเป้าในการควบคุมสัดส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไว้ให้ไม่เกิน 2.70%
ปัจจุบัน MTC ไม่เพียงให้สินเชื่อเท่านั้น แต่กำลังสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็งให้กับประเทศไทย พร้อมกับดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นตามหลักธรรมาภิบาล พัฒนากระบวนการปล่อยสินเชื่อตลอดห่วงโซ่ของกิจการ เสริมสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน จนได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการระดับดีเลิศ (5 ดาว) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ควบคู่กับผลประเมินหุ้นยั่งยืน (ESG Ratings) ระดับ AAA จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ MSCI ESG Index ระดับ AA
อีกทั้งยังได้รับอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินบาท (National Long-Term Rating) ที่ A-(tha) จาก Fitch Ratings สะท้อนความเป็นผู้นำในธุรกิจไมโครไฟแนนซ์มาตรฐานระดับโลก (World-class Thai Microfinance) และล่าสุดยังได้คว้ารางวัล “Best Micro Finance Company Thailand 2025” จากเวที Global Banking & Finance Awards สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติ
ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก เช่น บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC), องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) และ บริษัทเพื่อการลงทุนและการพัฒนาแห่งเยอรมนี (KfW DEG) เป็นต้น และยินดีที่จะร่วมมือกับแหล่งเงินทุนชั้นนำทั้งในและต่างประเทศอีกหลายแห่งในอนาคต เพื่อส่งเสริมศักยภาพลูกค้าในการดำเนินธุรกิจ สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน รักษาเสถียรภาพทางสิ่งแวดล้อม พร้อมเป็นที่พึ่งพาทางการเงินและเติบโตเคียงคู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์องค์กร “Finance for All. Prosperity for Generations.”

More Stories
“หยวนต้า” เปิดเกมรุกตลาดหุ้นโลก ส่ง 11 DR ใหม่รับเมกะเทรนด์
BAM โชว์ศักยภาพผู้นำ AMC แสดงวิสัยทัศน์เข้าร่วมงาน Virtual Group Call สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนสถาบัน
กลุ่มธนชาต และ เอ็มบีเค มุ่งดูแลทรัพยากรบุคคลช่วงเศรษฐกิจผันผวน จับมือ ทีทีบี ชูโมเดล“โค้ชปลดหนี้”