บมจ.เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) เปิดผลงานไตรมาส 3/2568 มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 34.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.4 % เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดี ฟากบิ๊กบอส “นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์” ระบุ มั่นใจตลาดบริการรักษาภาวะมีบุตรยากของไทยช่วงโค้งสุดท้ายปี 2568 สามารถขยายตัวได้ดี จากความต้องการใช้บริการที่ยังเพิ่มขึ้นทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ สอดคล้องไปกับเทรนด์โลก
นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (SAFE) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2568 (สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568) มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 34.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9 ล้านบาท หรือ 16.4 % เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 29.9 ล้านบาท ส่งสัญญาณแนวโน้มผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในทุกไตรมาส
ปัจจัยที่ทำให้ผลดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3/2568 ปรับตัวดีขึ้นมาจากการบริหารจัดการควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพในส่วนของการให้บริการและต้นทุนขาย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น รวมถึงแนวโน้มจากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยาก และรายได้จากการให้บริการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อนและทารกในครรภ์ยังสามารถเติบโตได้ดีตามแผน
ทั้งนี้ ตัวเลขจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยถึงแนวโน้มธุรกิจบริการรักษาภาวะมีบุตรยากพบว่า ตลาดบริการรักษาภาวะมีบุตรยากของไทยในปี 2568 คาดมีมูลค่าราว 6,100 ล้านบาท ขยายตัว 3.1% จากความต้องการใช้บริการที่ยังเพิ่มขึ้นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สอดคล้องไปกับเทรนด์โลก จากค่านิยมการมีบุตรช้าลง และปัญหาด้านการเจริญพันธุ์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ต้องพึ่งพาวิธีการรักษาด้วยวิธี IVF ทำให้ SAFE สามารถดึงดูดการเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น จากคุณภาพของการบริการที่ดีเยี่ยม
ปัจจุบัน SAFE แบ่งเป็นชาวไทยและชาวต่างชาติในสัดส่วนราว 50:50 แม้ผู้รับบริการจากบางประเทศ อาจจะชะลอตัวจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ แต่ SAFE ยังคงได้รับความไว้วางใจจากตลาดต่างประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะอินเดีย เวียดนาม ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดที่เติบโตขึ้น รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย นอกจากนี้ บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกัน ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาและเจรจา เพื่อนำเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจและสร้างการเติบโตในระยะยาว
“แนวโน้มโค้งสุดท้ายของปี 2568 ยังได้รับแรงหนุนจากการที่ NGG (Next Generation Genetics Thailand) ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยตรวจ NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing) กับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ได้ให้การสนับสนุนตรวจ NIPT ฟรี สำหรับกลุ่มหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเป้าหมาย คาดการณ์ว่าจะสามารถรับเคสได้ภายในสิ้นปีนี้” นพ.วิวัฒน์ กล่าวในที่สุด

More Stories
GFC จับมือ รพ.สมิติเวช ธนบุรี ขยายความร่วมมือยกระดับมาตรฐานการรักษาผู้มีบุตรยาก
WINMED ลุยคัดกรองมะเร็งปากมดลูกกับ อบจ.กำแพงเพชร ดัน HPV Self Sampling ขยายตลาดสุขภาพชุมชน
นู ฟอร์มูล่า สกินแคร์สัญชาติไทย เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จ เปิดตัว “NU FORMULA BARRIER SERIES” รุกตลาดสกินแคร์ผิวแพ้ง่าย