กรุงเทพฯ – แอร์บัสเผยแพร่การคาดการณ์ตลาดภูมิภาคล่าสุด โดยคาดว่าอุตสาหกรรมการบินในเอเชีย–แปซิฟิกจะต้องการเครื่องบินใหม่จำนวน 19,560 ลำในช่วง 20 ปีข้างหน้า จำนวนนี้คิดเป็น 46 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการเครื่องบินใหม่ทั่วโลกที่คาดว่าจะอยู่ที่ 42,520 ลำในช่วงเวลาเดียวกัน
นายอานันท์ สแตนลีย์ ประธานแอร์บัส ประจำภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ได้นำเสนอการคาดการณ์ล่าสุดในงานประชุมใหญ่ประจำปีของสมาคมสายการบินแห่งภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก (Association of Asia-Pacific Airlines: AAPA) ณ กรุงเทพมหานคร โดยเน้นย้ำถึงการเติบโตต่อเนื่องและความสำคัญของภูมิภาคในตลาดการบินโลก
การคาดการณ์สำหรับภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก รวมถึงจีนและอินเดีย สะท้อนให้เห็นการขยายฝูงบินอย่างต่อเนื่องของภูมิภาคนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น คาดว่าภูมิภาคจะเติบโตเฉลี่ย 4.4 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 3.6 เปอร์เซ็นต์
ภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนความต้องการเครื่องบินลำตัวกว้าง (Widebody) เช่น เครื่องบินเอ330นีโอ (A330neo) และเครื่องบินตระกูลเอ350 (A350 Family) โดยคาดว่าจะต้องการเครื่องบินประมาณ 3,500 ลำ โดยคิดเป็น 43 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการกลุ่มเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ทั่วโลก ขณะเดียวกัน คาดว่าภูมิภาคนี้จะต้องการเครื่องบินทางเดินเดียว (Single-aisle) ประมาณ 16,100 ลำ เช่น เครื่องบินเอ220 (A220) และเครื่องบินตระกูลเอ320นีโอ (A320neo Family) เพื่อรองรับเส้นทางบินระยะสั้นถึงกลาง
แอร์บัสประเมินว่าเกือบ 68 เปอร์เซ็นต์ของการส่งมอบเครื่องบินใหม่จะเป็นการขยายฝูงบิน ส่วนอีก 32 เปอร์เซ็นต์จะเป็นการทดแทนเครื่องบินรุ่นเก่า ซึ่งช่วยสนับสนุนความพยายามที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยเครื่องบินลำตัวกว้างรุ่นใหม่ของแอร์บัสสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงได้ทันทีถึง 25 เปอร์เซ็นต์ พร้อมทั้งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามไปด้วย
ในส่วนของการขนส่งสินค้าทางอากาศ คาดว่าภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกจะมีฝูงเครื่องบินขนส่งสินค้าประมาณ 850 ลำ คิดเป็นราวหนึ่งในสามของฝูงบินขนส่งสินค้าทั่วโลก โดยประมาณ 250 ลำจะเป็นเครื่องบินผลิตขึ้นใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องบินลำตัวกว้าง สะท้อนถึงความต้องการขนส่งทางอากาศที่แข็งแกร่งและเพิ่มขึ้นในภูมิภาค
เครื่องบินเอ350เอฟ (A350F) รุ่นใหม่ ซึ่งมีพื้นฐานมาจากโครงสร้างเครื่องบินเอ350 (A350) ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว จะสามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้ด้วยประสิทธิภาพการบินที่สูง ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และประสิทธิภาพด้านต้นทุนที่ดีที่สุดในประเภทเดียวกัน นอกจากนี้ A350F ยังเป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยก๊าซล่าสุดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ทำให้เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ในตลาดเครื่องบินขนส่งสินค้าขนาดใหญ่
ในตลาดขนส่งผู้โดยสาร เครื่องบิน A350 ได้กลายเป็นผู้นำด้านการบินระยะไกลจากภูมิภาค โดยมีเครื่องบิน A350 ประมาณ 315 ลำให้บริการในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เครื่องบินเหล่านี้ให้บริการในเส้นทางบินที่ยาวที่สุดในโลก รวมถึงการบินตรงจากสิงคโปร์ไปยังนิวยอร์ก
ในขณะเดียวกัน กระบวนการทดแทนเครื่องบินเอ330ซีโอ (A330ceo) กำลังดำเนินอยู่ โดยมีเครื่องบินเอ330ซีโอ ประมาณ 550 ลำให้บริการในภูมิภาค เครื่องบิน A330neo ถูกวางตำแหน่งเป็นตัวเลือกทดแทนโดยธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้สายการบินเปลี่ยนผ่านได้อย่างราบรื่น พร้อมทั้งมีความเหมือนกันทั้งในการฝึกอบรมนักบินและการดำเนินงานทางเทคนิคระหว่างสองรุ่น
นายอานันท์ สแตนลีย์ ประธานแอร์บัส ประจำภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก กล่าวว่า “ภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นของการเติบโต ขับเคลื่อนด้วยความต้องการเดินทางทางอากาศและโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง แอร์บัสมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรกับสายการบินในภูมิภาคนี้ เพื่อนำเสนอฝูงบินที่ทันสมัยและยั่งยืน”

More Stories
คิง เพาเวอร์ ขานรับนโยบายท่องเที่ยวปี 2569
realme เดินหน้าซัพพอร์ต “RoV Pro League” ต่อเนื่อง ในฐานะ Official Device Partner พร้อมเปิดเวทีโชว์สกิลใน Summer League
BeNice เสิร์ฟความเฮงรับตรุษจีน ส่ง “Lucky Orange” Limited Edition ครีมอาบน้ำ คอลลาเจน ผิวหอมนำโชค ด้วยพลัง Vit C เข้มข้น พร้อมแพ็กเกจจิ้งมงคล 4 ดีไซน์ “อาบความหอม พร้อมรับทรัพย์” “รวยๆ เฮงๆ ผิวเปล่งประกาย” “มั่งมี ศรีสะอาด” “อาบน้ำมงคล โชคชาภเงินทอง”