WSOL เผยงบไตรมาส 3 ปี 68 มีรายได้รวม 550.3 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 72.1% จากไตรมาสก่อน EBITDA บวกต่อเนื่อง 3 ไตรมาสติด อยู่ที่ 66.8 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจหลังการปรับโครงสร้างองค์กร บริหารต้นทุนเข้มข้น ขายธุรกิจที่ไม่ทำกำไร และการปรับโครงสร้างหนี้สำเร็จ รุกตั้งโครงการ SOL24 ในฐานะแม่แบบการดำเนินงาน แย้มเตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์ม WeiD เพื่อสร้างรากฐานการเติบโตที่มั่นคง ตั้งเป้าปี 70 พลิกทำกำไร
นายอิทธิชัย พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปี 2568 ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทมีรายได้รวม 550.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่มีรายได้รวม 545.2 ล้านบาท จำนวน 5.1 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.9% และขาดทุนสุทธิ 133.5 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 478.2 ล้านบาท จำนวน 344.6 ล้านบาท หรือลดลง 72.1%
โดยเป็นผลจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายบัตรพลาสติกของ บริษัท พลัส เทค อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PTECH บริษัทในเครือ มีธุรกิจฟื้นตัวอย่างชัดเจน จากการรับงานโครงการสำคัญหลายโครงการ ทั้งในส่วนของหน่วยงานราชการและภาคเอกชน ทำให้ปริมาณงานและรายได้ของ PTECH กลับมาเติบโต สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาส่วนแบ่งการตลาดและฐานลูกค้าหลักไว้ได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลต่อรายได้ของบริษัทแม่อย่างมีนัยสำคัญ
อีกทั้งการให้ความสำคัญกับมาตรการควบคุมต้นทุนทางการเงิน และการปรับโครงสร้างองค์กรอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สะท้อนให้เห็นจากกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่มีผลเป็นบวกอย่างต่อเนื่องถึง 3 ไตรมาส อยู่ที่ 66.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 5.4%
ขณะที่ผลประกอบการงวด 9 เดือนของปี 2568 มีรายได้รวม 1,600.4 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ 2,039.1 ล้านบาท โดยผลขาดทุนส่วนมากลดลงจากการขายธุรกิจที่ไม่สร้างกำไรออกไป เพื่อลดภาระและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทุน และบริหารจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินรายใหญ่ในประเทศสำเร็จ ได้รับเงื่อนไขการเงินที่ดีขึ้น จากการได้รับการลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ผลการดำเนินงานรายไตรมาสของปี 2569 ฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บริษัทได้วางกลยุทธ์และเป้าหมาย เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 ประกอบด้วย 1.) สามารถปรับโครงสร้างหนี้กับทุกสถาบันการเงินได้สำเร็จบนเงื่อนไขที่ทำให้บริษัทได้ประโยชน์สูงสุด 2.) ปรับโครงสร้างบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการขายทรัพย์สินที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก เพื่อสร้างกระแสเงินสด 3.) เริ่มต้นโครงการ SOL24 ในฐานะแม่แบบการดำเนินงาน เพื่อแสดงให้เห็นการเชื่อมต่อและการเสริมศักยภาพระหว่างธุรกิจต่างๆ ภายในกลุ่มอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้เลือกจังหวัดนครราชสีมาเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรก ก่อนขยายสู่ภาคใต้ในระยะถัดไป โดยตั้งใจพัฒนาให้เป็นโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์รูปแบบใหม่ ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์และบริการของกลุ่มบริษัทไว้อย่างครบวงจร เพื่อขยายการรับรู้และพิสูจน์ศักยภาพของระบบนิเวศ (Ecosystem) ของกลุ่มบริษัทให้เป็นที่ประจักษ์ นอกจากนี้ ยังมีแผนเตรียม Soft Launch แพลตฟอร์มหลักของกลุ่มบริษัท WeiD ที่เชื่อมโยงพันธมิตร คู่ค้า และลูกค้าเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างรากฐานการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว และ 4.) กำหนด KPI ที่ท้าทายและสามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งจัดทำงบประมาณประจำปีอย่างเหมาะสมและมีการประเมินสถานการณ์ที่อาจกระทบต่อผลการดำเนินงานอย่างทันท่วงที รวมถึงได้ดำเนินโครงการปรับปรุงระบบบัญชีและการเงิน โดยเริ่มใช้ระบบ SAP ในทุกหน่วยงานและบริษัทย่อย เพื่อยกระดับมาตรฐานการรายงานทางการเงินให้มีความถูกต้อง โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล
“หลังจากผู้บริหารชุดใหม่ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรและโครงสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเราเริ่มเห็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนขึ้น จากการขาดทุนที่ลดลง และประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น ด้วยพื้นฐานธุรกิจที่เริ่มกลับมาแข็งแกร่งขึ้น เราเชื่อมั่นว่าจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง และขับเคลื่อนบริษัทกลับสู่ความสามารถในการทำกำไร (Net Profit) ได้ภายในปี 2570 ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของทางบริษัท” นายอิทธิชัย กล่าว

More Stories
“หยวนต้า” เปิดเกมรุกตลาดหุ้นโลก ส่ง 11 DR ใหม่รับเมกะเทรนด์
BAM โชว์ศักยภาพผู้นำ AMC แสดงวิสัยทัศน์เข้าร่วมงาน Virtual Group Call สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนสถาบัน
กลุ่มธนชาต และ เอ็มบีเค มุ่งดูแลทรัพยากรบุคคลช่วงเศรษฐกิจผันผวน จับมือ ทีทีบี ชูโมเดล“โค้ชปลดหนี้”