จากกรณีที่ปรากฏข่าวตามสื่อสั งคมออนไลน์ว่ามีตัวแทนประกันชี วิตระดับ TOP ของบริษัท TH กลายเป็น Scammer หลอกเงินค่าเบี้ยประกันภัยกว่า 100 ล้านบาท บริษัทฯ ปัดรับผิดชอบ คปภ. นิ่ง นั้น
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่ งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ได้มีการดำเนินการสอบสวนเรื่ องดังกล่าวไว้ก่อนที่ จะปรากฏตามสื่อสังคมออนไลน์ โดยสำนักงาน คปภ. ได้มีทีมป้องกั นและปราบปรามการฉ้อฉลประกันภัย ได้ตรวจพบการกระทำการฉ้อฉลประกั นภัยรายนางสาวจันเกตุ ทับบุญ (นางสาวจันเกตุฯ) ตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) ที่กระทำการหลอกลวงผู้เอาประกั นภัยให้ชำระเงินค่าเบี้ยประกั นภัยล่วงหน้าให้กับนางสาวจั นเกตุฯ โดยมีการหลอกลวงว่าจะให้ส่ วนลดเงินค่าเบี้ยประกันภัยจำนวน 15% ของเงินค่าเบี้ยประกันภัย หรือ ให้ทองคำเป็นการตอบแทนในการทำสั ญญาประกันภัย เมื่อผู้เอาประกันภัย (เบื้องต้นตรวจพบผู้เสียหาย 12 ราย) หลงเชื่อและชำระเงินค่าเบี้ ยประกันภัยให้กับนางสาวจันเกตุฯ นางสาวจันเกตุฯ ก็มิได้นำส่งเงินค่าเบี้ยประกั นภัยให้กับบริษัทฯ แต่อย่างใด และได้มีหนังสือเรียกให้ นางสาวจันเกตุฯ มาชี้แจงข้อเท็จจริงและชี้ แจงแก้ข้อกล่าวหา ต่อสำนักงาน คปภ. แล้ว ซึ่งสำนักงาน คปภ. ได้รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลั กฐานที่ปรากฏในการสอบสวนโดยพิ จารณาแล้วเห็นว่า นางสาวจันเกตุฯ มีเจตนาทุจริตหลอกลวงผู้ เอาประกันภัยจริง เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกั นภัย หรือประชาชนอีกทั้ง นางสาวจันเกตุฯ มิได้ดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริ งและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อพนั กงานเจ้าหน้าที่ ถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้ าหน้าที่ตามมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมอีกกรณีหนึ่ งด้วย การกระทำของนางสาวจันเกตุฯ จึงเป็นความผิดตามมาตรา 81/1 (1) และ (6) แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นายทะเบียนจึงมีคำสั่งที่ 75/2568 ลงวันที่ 10 ธันวาคม 2568 เพิกถอนใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกั นชีวิตของนางสาวจันเกตุ ทับบุญ แล้ว
สำนักงาน คปภ. ขอเรียนว่า การกระทำดังกล่าวของนางสาวจั นเกตุฯ ถือได้ว่ามีเจตนาทุจริ ตหลอกลวงผู้เอาประกันภัยให้ ชำระค่าเบี้ยประกันภัยเพื่อรั กษาสถานะสัญญาประกันชีวิต แต่ไม่ดำเนินการส่งเงินค่าเบี้ ยประกันภัยให้บริษัทฯ เมื่อการหลอกลวงดังกล่ าวของนางสาวจันเกตุฯ ทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ เอาประกันภัย สำนักงาน คปภ. ตระหนักถึงความร้ายแรงของเหตุ การณ์ดังกล่าว เนื่องจากพฤติกรรมการทุจริ ตหลอกลวงที่เข้าข่าย “ฉ้อฉลประกันภัย” ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่ นและศรัทธาของสาธารณชนต่ อภาพรวมของธุรกิจประกันภัยนายชู ฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ จึงได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้ าที่กลุ่มงานคดี ดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงพร้ อมทั้งพยานหลักฐานเข้าให้ ปากคำต่อพนักงานสอบสวน กองบังคั บการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อดำเนินคดีกับนางสาวจันเกตุ ฯ ในฐานความผิดฉ้อฉลประกันภั ยตามมาตรา 114/3 แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบั ญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ขณะนี้อยู่ระหว่างพนั กงานสอบสวนออกหมายเรียกนางสาวจั นเกตุฯ มาให้ปากคำ สำหรับความคืบหน้าในคดี สำนักงาน คปภ. จะรายงานให้ทราบต่อไป สำหรับการกำกับดูแลบริษัทประกั นภัย นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ ได้เชิญบริษัทฯ มาพบตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 และได้สั่งการให้บริษัทฯ ตรวจสอบข้อมูลและประเมิ นผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่ วน พร้อมทั้งให้ประเมินหาสาเหตุ และความบกพร่องของระบบการควบคุ มภายใน รวมถึงเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยไม่ให้กระทบสิทธิผู้เอาประกั นภัย ทั้งนี้ บริษัทฯ จะต้องรับผิดชอบต่อผู้เอาประกั นภัยจากการกระทำของตัวแทนประกั นชีวิตในสังกัด นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้บริษัทฯ กำหนดแนวทางการป้องกันเพื่อมิ ให้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวขึ้ นอีก โดยให้รายงานให้สำนักงาน คปภ. ได้รับทราบ ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. อยู่ระหว่างเร่งดำเนิ นการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยละเอียด และหากพบการกระทำที่เข้าข่ายฝ่ าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรื อคำสั่งของนายทะเบียน เพิ่มเติมจะได้พิจารณาดำเนิ นการตามมาตรการทางกฎหมายกับผู้ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดต่ อไป และจะไม่นิ่งเฉยให้ผู้ กระทำการฉ้อฉลประกันภัย กระทำความเสียหายแก่ ผู้เอาประกันภัยและประชาชน โดยจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึ งที่สุด
สำหรับการชำระเงินค่าเบี้ยประกั นภัยนั้น สำนักงาน คปภ. ได้ออกนโยบายซึ่งเป็นมาตรการจั ดการปัญหาเชิงรุกเพื่อป้องกั นและลดความเสี่ยงจากพฤติกรรมทุ จริต โดยกำหนดหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) บริษัทประกันภัยต้ องกำหนดนโยบายให้การรับชำระค่ าเบี้ยประกันภัยโอนเข้าบัญชี ของบริษัท โดยตรงเท่านั้น พร้อมจัดทำคู่มือปฏิบัติงานเกี่ ยวกับการรับชำระค่าเบี้ยประกั นภัยและระบบตรวจสอบการรั บชำระจากผู้เอาประกันภัย (2) ในกรณีชำระเป็นเงินสดผ่านตั วแทนประกันภัย บริษัทต้องกำหนดแนวปฏิบัติให้ตั วแทนประกันภัยแจ้งผ่านระบบให้ บริษัทรับรู้ว่ามีการรับเงินค่ าเบี้ยประกันภัยและโอนเงิน เข้าบัญชีของบริษัทภายในวั นทำการถัดไป และห้ามมิให้นายหน้าประกันภัยบุ คคลธรรมดารับชำระค่าเบี้ยเป็ นเงินสดโดยตรง หากฝ่าฝืน บริษัทต้องยกเลิกสัญญาและส่งข้ อมูลให้สำนักงาน คปภ. บันทึกในระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกั บการฉ้อฉลประกันภัย
ทั้งนี้หากผู้เอาประกันภัยหรื อประชาชนพบปัญหาจากการประกันภั ยสามารถติดต่อสอบถามที่สำนักงาน คปภ. หรือ สายด่วนประกันภัย 1186
Tags: คปภ.

More Stories
วิริยะประกันภัย ร่วม 4 ภาคี ลงนาม MOU ยกระดับผู้ประกอบกิจการอุมเราะห์ไทย
คปภ. จัดประชุมหารือความคืบหน้า เกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายลำดับรอง
เอไอเอ ผงาดคว้ารางวัลประกันชีวิตยอดเยี่ยมแห่งปี 2025