นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินหน้าเต็มกำลังสร้างสังคมไทยปลอดบุหรี่ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน หลังผลวิจัยชี้ชัด การสูบบุหรี่มวนลดลง แต่บุหรี่ไฟฟ้ากลับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและผู้หญิง ขณะที่นักสูบกว่าร้อยละ 70 ไม่เคยคำนวณค่าใช้จ่ายที่สูญเสียไปกับการสูบ และตกอยู่ในภาวะ ‘อคติชอบปัจจุบัน’ เลือกสุขชั่วคราวมากกว่าความยั่งยืนด้านสุขภาพและเงินออม
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุม 201 อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ (สสส.) นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมาย ดร.พรภัทร์ รอดโพธิ์ทอง บุญถนอม เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการสัมมนา “การศึกษาสถานการณ์ค่าใช้จ่ายในการสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และพฤติกรรมของกลุ่มผู้สูบต่างๆ ในประเทศไทยด้วยแบบจำลองทางเศรษฐกิจ” ครอบคลุมทั้ง 6 ภูมิภาคของประเทศ เพื่อรับมือกับปัญหาการสูบบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ ถึงแม้แนวโน้มการสูบบุหรี่มวนจะลดลง แต่บุหรี่ไฟฟ้ากลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและผู้หญิง ทำให้ภาครัฐต้องกำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยมี ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และคณะผู้วิจัย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมนำเสนอผลการศึกษา
ดร.พรภัทร์ เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาบุหรี่อย่างจริงจัง โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่กำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในกลุ่มเยาวชนและผู้หญิง โดยข้อมูลจากการศึกษาของคณะผู้วิจัย พบว่า บุหรี่ไฟฟ้าได้กลายเป็น “ประตูบานแรก” ที่ทำให้เยาวชนอายุ 15-20 ปี เริ่มสูบ ด้วยรูปลักษณ์และรสชาติ อีกทั้งยังมี ‘กับดักทางความคิด’ ที่ทำให้ผู้สูบเชื่อผิด ๆ ว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่อันตราย โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 76.4 ไม่เคยคำนวณค่าใช้จ่ายรวมที่สูญเสียไปจากการสูบ และมีภาวะ “อคติชอบปัจจุบัน” (Present Bias) เลือกความสุขชั่วคราวจากการสูบมากกว่าการรักษาสุขภาพและการออมเงินในอนาคต
ขณะที่ข้อมูลเชิงเศรษฐมิติ ระบุว่า ผู้ที่ติดบุหรี่ยังคงมองว่าบุหรี่เป็นสิ่งจำเป็น แม้จะมีการปรับขึ้นภาษีบุหรี่หรือทำแคมเปญรณรงค์ก็ไม่เป็นผล ดังนั้น การนำแนวคิดเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) มาออกแบบนโยบาย “สะกิดพฤติกรรม” (Nudge) เพื่อให้ผู้สูบตระหนักถึงผลเสียทั้งด้านสุขภาพและค่าใช้จ่าย พร้อมเสนอแนวทางควบคุมตลาดออนไลน์และมาตรการทางภาษี ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำไปพัฒนาเป็นชุดนโยบายสุขภาพสาธารณะที่เข้มแข็ง เพื่อปกป้องสุขภาวะของคนไทยอย่างยั่งยืนและสร้างสังคมไทยปลอดบุหรี่ไฟฟ้า
“รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ทั้งการรณรงค์ป้องกัน การปราบปราม และการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในสังคม ลดผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมที่เข้มแข็ง มีสุขภาวะที่ดี และปลอดบุหรี่ไฟฟ้าอย่างแท้จริง” ดร.พรภัทร์ กล่าว

More Stories
กทพ. จับมือ Korea Expressway Corporation ลงนามความร่วมมือเชิงวิชาการและการวิจัยใ
PDPC เปิดเวที Data Privacy Day 2026 ชู “Privacy in Action”
อว. ผนึก NetDragon และ EDA ขับเคลื่อนประเทศไทยด้วย AI Transformation