บมจ.ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ (LEO) ผู้นำด้านการให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศแบบครบวงจร ประกาศเดินหน้าแผนการเพิ่มมูลค่าธุรกิจระยะกลางถึงยาวผ่านโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เสริมการเติบโตของบริษัทจดทะเบียน ควบคู่ยกระดับธรรมาภิบาล–ธุรกิจยั่งยืน ฟากซีอีโอ “เกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์” ตั้งเป้าการเติบโตของ EBITDA ในปี 2571 ไม่น้อยกว่า 45% จากฐานปี 2568 พร้อมเสริมศักยภาพบุคลากร รองรับการขยายเส้นทางการขนส่ง รวมถึงขยายการบริการอื่นๆ เช่น Rail Transport / Non-Freight / Non-Logistics สะท้อนทิศทางการเติบโตที่เน้นทั้งด้าน Profitability, Efficiency และ Stability ควบคู่กับการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ
นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO เปิดเผยว่า ภายใต้แผนการเพิ่มมูลค่าธุรกิจระยะกลางถึงยาวผ่านโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย LEO ตั้งเป้าหมายเชิงตัวเลขที่ชัดเจน โดยมุ่งสร้างการเติบโตของ EBITDA ในปี 2571 ไม่น้อยกว่า 45% จากฐานปี 2568 และเพิ่ม EBITDA ไม่น้อยกว่า 50–55 ล้านบาท ภายในปีเดียวกัน สะท้อนทิศทางการเติบโตที่เน้นทั้งด้าน Profitability, Efficiency และ Stability ควบคู่กับการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ
“ในมิติของการเติบโตจากธุรกิจหลัก LEO เดินหน้ากลยุทธ์ Develop Current Trade Lanes & New Trade Lanes โดยพัฒนาเส้นทางการขนส่งสินค้าปัจจุบันและเปิดเส้นทางใหม่อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมบริการ Sea Freight, Air Freight และ Cross-Border ทั้ง Import และ Export ในตลาดสำคัญ อาทิ India, China, USA, Canada, Intra-Asia, Europe, Japan และ Korea พร้อมเน้นเส้นทางยุทธศาสตร์ ได้แก่ ไทย–จีน,ไทย–ยุโรป และไทย–อาเซียน เพื่อเพิ่มความครอบคลุมของบริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร และยกระดับความสามารถในการทำกำไรผ่านการให้บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง”นายเกตติวิทย์ กล่าว
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partnerships) กับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว โดยมุ่งเน้น 3 แกนหลัก ได้แก่ การพัฒนาและขยายเส้นทางการขนส่งทั้งเดิมและใหม่ การขยายฐานลูกค้าใหม่อย่างมีเป้าหมาย (New Customer Focus) และการยกระดับความสัมพันธ์กับลูกค้าและคู่ค้าผ่านการบริหารการสร้างความผูกพันธ์กับลูกค้า (Customer Engagement) ครอบคลุมการใช้ CRM การจัดกิจกรรมทางธุรกิจ กิจกรรม CSR รวมถึงการพัฒนาความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (Eco system) ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังมุ่งเสริมความแข็งแกร่งของรายได้ผ่านกลยุทธ์ Diversified Growth โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Rail / Non-Freight / Non-Logistics จากระดับ 11% ในปีฐาน 2567 เป็น 20% ในปี 2569 และเพิ่มเป็น 28–30% ภายในปี 2571 โดยเฉพาะการขยายบริการ Cross-Border Rail & Truck เชื่อมภูมิภาค CLMV–China รวมถึงการพัฒนาบริการเฉพาะทาง (Niche & High Margin) อาทิ Rail Service, Cold Chain, LEO Self Storage และโครงการ LEO COLDBOTIC – Intelligent Warehouse for Wine เพื่อเพิ่ม Value Chain และสร้างความแตกต่างเชิงการแข่งขันจากการเป็นผู้ให้บริการแบบ End-to-End และ One Stop Services
นอกจากมิติด้านธุรกิจ LEO ยังให้ความสำคัญกับ ธรรมาภิบาล (Governance) โดยดำเนินแผนยกระดับการกำกับดูแลกิจการอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และการกำกับดูแลความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศ (Cybersecurity) ผ่านการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจน การอบรมพนักงานทั้งองค์กร การทดสอบระบบโดยผู้เชี่ยวชาญภายนอก และการรายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัทฯ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย
ในด้าน Climate Action บริษัทฯ จะเดินหน้าบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าจัดทำและทวนสอบข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขอบเขตที่ 1 และ 2 ตามมาตรฐานขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) พร้อมตั้งเป้าได้รับการรับรอง Carbon Footprint for Organization (CFO) และเริ่มจัดเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขอบเขตที่ 3 (เฉพาะ Significant Categories) ภายในปี 2570 ควบคู่กับการศึกษาและดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาทิ Solar Rooftop, EV Truck และการพัฒนา Green Logistics Solutions เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นในตลาดโลก
โครงการ JUMP+ (Jump Plus) คือโครงการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่มุ่งยกระดับและเพิ่มมูลค่าบริษัทจดทะเบียนไทย โดยสนับสนุนให้บริษัทจัดทำแผนการเติบโต 3 ปีที่ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเติบโตทางธุรกิจ (Business Growth Plan), ธรรมมาภิบาล (Governance Plan), และความยั่งยืน (Climate Action Plan) เพื่อสร้างศักยภาพการแข่งขัน ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นแก่นังลงทุน รวมถึงส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดทุนไทย
ทั้งนี้โครงการ JUMP+ จะทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการเพิ่มมูลค่าให้บริษัทในทุกมิติ มีการวางเป้าหมายทางุรกิจในระยะเวลา 3 ปีที่ชัดเจน เน้นการเติบโตของ EBITDA ด้วยการให้ความสำคัญกับการขยายเส้นทางใหม่ๆ ในการให้บริการ และการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ โดยมีบุคคลากรของเราเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอย่างมีธรรมาภิบาล และความยั่งยืนผ่านโครงการ Climate Action เพื่อให้ LEO เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า คู่ค้า และนักลงทุนของเราในระยะยาว

More Stories
QTC นำทัพวิทยากรชั้นนำเปิดฉากสัมมนาใหญ่ Energize The Future 2026
WINMED ลุยคัดกรองมะเร็งปากมดลูกกับ อบจ.กำแพงเพชร ดัน HPV Self Sampling ขยายตลาดสุขภาพชุมชน
‘DGP Training’ บริษัทในกลุ่ม ‘Triple i’ รับใบรับรองผู้ให้บริการจัดการฝึกอบรม ด้านวัตถุอันตรายจาก IATA ยกระดับการฝึกอบรมตามแนวทาง CBTA สู่มาตรฐานระดับโลก