การเคหะแห่งชาติจัดเสวนา หัวข้อ “Smart Data City พลิกโฉมการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี” โดยมี พลเอก สุพจน์ มาลานิยม ประธานกรรมการการเคหะแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงานและปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การเคหะแห่งชาติกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน” พร้อมด้วย ผศ.ดร. อำนาจ จำรัสจรุงผล กรรมการการเคหะแห่งชาติ ดร.สมิทธิ ดารากร ณ อยุธยา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประธานคณะทำงานพัฒนาศูนย์ข้อมูลที่อยู่อาศัยแห่งชาติของการเคหะแห่งชาติ เป็นผู้นำเสวนาร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรชั้นนำ ทั้งนี้ คณะกรรมการด้านการจัดการความรู้และนวัตกรรม นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ผู้บริหารการเคหะแห่งชาติ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรับฟังการเสวนาในครั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ณ โรงแรมเดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ
พลเอก สุพจน์ มาลานิยม ประธานกรรมการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเสวนาในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายด้านที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเมืองของการเคหะแห่งชาติโดยมุ่งใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืน ซึ่งเวทีดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมืองแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวคิด และประสบการณ์ด้านการพัฒนาเมือง ชุมชน และที่อยู่อาศัยบนฐานข้อมูล รวมถึงการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมเมืองในยุคดิจิทัล และเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนแนวคิด Smart Data City ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
ประธานกรรมการการเคหะแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันการเคหะแห่งชาติได้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลที่อยู่อาศัยแห่งชาติ เพื่อเป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลเมือง และสนับสนุนการวางแผนเชิงนโยบายด้านที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเมืองในระยะยาวโดยหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการบริหารจัดการเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติจะใช้เวทีการประชุมเสวนาครั้งนี้ถอดบทเรียน แลกเปลี่ยนมุมมอง และสะท้อนความท้าทายของการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการพัฒนาเมือง ชุมชน และที่อยู่อาศัยของประเทศไทย พร้อมแสวงหาแนวทางแก้ไข เพื่อผลักดันการใช้ข้อมูลไปสู่การวางแผนเชิงนโยบาย Smart Data City อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อมโยงกัน จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการวางแผนและการบริหารจัดการของภาครัฐในทุกมิติ ทั้งด้านที่อยู่อาศัย การคมนาคม สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย การใช้พลังงาน และบริการสาธารณะ ขณะเดียวกันประชาชนจะได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว ตรงจุด ตรงความต้องการ ลดความซ้ำซ้อน ลดต้นทุน และลดระยะเวลาในการติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐ พร้อมเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น
“เมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดต้นทุนการดำเนินงานของภาครัฐ และสร้างเศรษฐกิจเมืองที่ยั่งยืนในระยะยาว การเคหะแห่งชาติจะนำแพลตฟอร์มข้อมูลเมืองอัจฉริยะและระบบ Smart Data Analytics Platform มาใช้ในการบูรณาการวิเคราะห์และใช้ประโยชน์จากข้อมูลอย่างปลอดภัยและน่าเชื่อถือ เพื่อบริหารจัดการที่อยู่อาศัย ชุมชน และเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน” นายทวีพงษ์ กล่าวปิดท้าย

More Stories
กทพ. จับมือ Korea Expressway Corporation ลงนามความร่วมมือเชิงวิชาการและการวิจัยใ
PDPC เปิดเวที Data Privacy Day 2026 ชู “Privacy in Action”
อว. ผนึก NetDragon และ EDA ขับเคลื่อนประเทศไทยด้วย AI Transformation