ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่ปี 2569 ภายใต้วิสัยทัศน์ People-Centric Organization และแนวคิด People Sustainability ยกระดับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้สอดรับกับทิศทาง Future of Work โดยมอง “คน” เป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์หลักเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนในระยะยาว ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ “LALIN” ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี’ เปิดเผยว่า “ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ยึดมั่นมาโดยตลอดว่า “คน” คือปัจจัยเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญขององค์กร และเป็นพลังหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยได้นำแนวคิด People-Centric และ People Sustainability มาใช้ในการออกแบบระบบการทำงานและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่ส่งเสริมให้พนักงานสามารถทำงาน พัฒนาศักยภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลในระยะยาว ครอบคลุมทั้งปัจจุบันและอนาคตในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า ทั้งในมิติของทักษะการทำงาน สุขภาวะ ความมั่นคงในอาชีพ และโอกาสในการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวสะท้อนทิศทางเดียวกับองค์กรชั้นนำระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับ Human Sustainability และ Employee Well-being ควบคู่กับผลประกอบการ โดย ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ได้นำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับการเตรียมองค์กรให้พร้อมรับ Future of Work ลลิลไม่ได้มองเพียงการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการออกแบบ “วิธีการทำงานใหม่” ที่สอดคล้องกับคนในแต่ละช่วงชีวิต “Future of Work” เป็นกลยุทธ์ที่นำมาใช้เพื่อการพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อให้คนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยมุ่งเน้น 4 เรื่องหลัก ประกอบด้วย การพัฒนา Future Skills ผ่านการ Up skill และ Reskill ให้พนักงานพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และเทคโนโลยี, การใช้ Digital & Data-driven Work นำเทคโนโลยีมาช่วยลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ, การสนับสนุน Flexible Working สามารถทำงานที่ยืดหยุ่น โดยวัดจากผลงานมากกว่าชั่วโมงทำงาน และ Engagement & Culture การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง รับฟัง และทำให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่า
ในเชิงโครงสร้างการบริหารงาน ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ได้กำหนด Roadmap ด้านทรัพยากรมนุษย์ที่สอดรับกับทิศทาง Future of Work และโครงสร้างองค์กรยุคใหม่ไว้อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพ การพัฒนาพนักงานปัจจุบัน ไปจนถึงการสร้างผู้นำรุ่นใหม่จากภายในองค์กร โดยให้ความสำคัญกับ Employee Lifecycle ในทุกช่วง ตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน การเติบโตในสายอาชีพ ไปจนถึงการดูแลคุณภาพชีวิต เพื่อให้พนักงานสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างมั่นคง
นอกจากนี้ กลยุทธ์ People-Centric และ People Sustainability ยังส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพสินค้าและประสบการณ์ของลูกค้า นายชูรัชฏ์ กล่าวเสริมว่า “เมื่อพนักงานมีความสุข มีเป้าหมาย และเข้าใจคุณค่าของงาน สิ่งเหล่านี้จะสะท้อนออกมาในคุณภาพบ้าน งานก่อสร้าง และการบริการหลังการขาย สำหรับ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ นั้น Customer Experience ที่ดี ต้องเริ่มจาก Employee Experience ที่แข็งแรง เราจึงให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เข้าใจการใช้ชีวิตจริง” งานก่อสร้างที่ใส่ใจคุณภาพระยะยาว และบริการหลังการขายที่คิดจากมุมมองของผู้อยู่อาศัยจริง ขณะเดียวกัน กลยุทธ์ดังกล่าวยังสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ ทั้งลูกค้า นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ โดยลูกค้าจะได้รับสินค้าและบริการจากทีมงานมืออาชีพที่มีความผูกพันกับองค์กร นักลงทุนเห็นโครงสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและการบริหารความเสี่ยงด้านบุคลากรอย่างเป็นระบบ ขณะที่พันธมิตรมีความมั่นใจในการร่วมงานกับองค์กรที่มีมาตรฐานและวิสัยทัศน์ระยะยาวชัดเจน
“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” ตั้งเป้าเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ไทยที่บริหารคนด้วยแนวคิด People-Centric และ People Sustainability อย่างแท้จริง ความท้าทายของธุรกิจในอนาคตไม่ได้อยู่แค่ตลาดหรือเศรษฐกิจเพียงเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับ “คนที่พร้อมจะปรับตัวไปพร้อมกัน” เราจึงเลือก ส่งเสริมคน และมุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าต่อศักยภาพขององค์กรในระยะยาว ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจและสังคมในอนาคต

More Stories
แอสเซทไวส์ ปิดแมตช์ยอดขาย 1,000 ล้านบาท งาน “AssetWise World Grand Sale”
“ไซมิส แอสเสท” เปิด Exclusive Partner Private Deal ชูโปรแกรมลงทุน ตอบโจทย์ตลาดเช่าที่เติบโต
SENA จับมือ SIC แต่งตั้ง Exclusive Agent ดัน “Niche Pride Ekkamai” รุกตลาดต่างชาติ