บมจ. ยูโร ครีเอชั่นส์ (EURO) โชว์ผลงานปี 68 รายได้รวม 1,439.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.52% กำไรสุทธิ 146.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.84% จากความสำเร็จด้านการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ บอร์ดไฟเขียว! จ่ายปันผลเป็นเงินสดอัตราหุ้นละ 0.25 บาท กำหนดรับเงินวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ พร้อมอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงิน 25 ล้านบาท จำนวนไม่เกิน 5 ล้านหุ้น ในระยะเวลา 6 เดือน เริ่ม 16 มี.ค.-14 ส.ค.69 ฟากผู้บริหาร “เควิน กัมบีร์” เผย มี Backlog แน่น 1,430.21 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เพิ่มขึ้น 10-15%
นายเควิน กัมบีร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด (มหาชน) (EURO) ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจด้าน Living & Lifestyle ที่สร้างสรรค์ทุกพื้นที่การใช้ชีวิตผ่านแบรนด์ระดับโลก เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2568 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568) มีรายได้รวม 1,439.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.52% จากปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและการบริการ จำนวน 1,426.93 ล้านบาท
ขณะที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 146.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.84% จากปีก่อนมีกำไรสุทธิ 125.52 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้น 668.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.87% และคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 46.8% เนื่องจากสามารถบริหารจัดการต้นทุนสินค้าคงเหลือ และต้นทุนการบริการได้ดี
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลสำหรับงวดปี 2568 (มกราคม-ธันวาคม 2568) ให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้นไม่เกิน 76.25 ล้านบาท โดยกำหนดให้ผู้ถือหุ้นที่จะมีชื่อปรากฏ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 12 มีนาคม 2569 และกำหนดวันจ่ายเงินปันผลภายในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569
รวมทั้งอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน เพื่อการบริหารทางการเงิน ภายในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 25 ล้านบาท และจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 5 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 1.64% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ กำหนดระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม – 14 สิงหาคม 2569
สำหรับในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 10-15% จากปีก่อน ด้วยปัจจัยสนับสนุนสำคัญของยอดขายค้างส่ง (SO Outstanding) ณ วันที่ 1 มกราคม 2569 มูลค่า 1,430.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.90% จากต้นปี 2568 ซึ่ง Backlog ดังกล่าวสะท้อนถึงความต้องการต่อเนื่องในตลาดสินค้าลักชัวรีและความเชื่อมั่นของลูกค้า ซึ่งแสดงถึงความสำเร็จของกลยุทธ์การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรีแบบครบวงจร (One-Stop Service) และการบริหารพอร์ตแบรนด์ด้วย Ecosystem Clustering Strategy เป็นหัวใจสำคัญ ทั้งยังจะได้รับแรงหนุนเต็มปีจากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Bang & Olufsen (B&O) และการเพิ่มแบรนด์ Vispring จะช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่และเพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อรายลูกค้า ผ่านการขายข้ามแบรนด์ (Cross-selling) ภายในพอร์ตฟอลิโอของบริษัทฯ
ขณะเดียวกัน การเปิดอาคาร Euro Creations T3 ภายใต้แนวคิด One Ecosystem ซึ่งจะรวบรวมผลิตภัณฑ์หลักไว้ในทำเลยุทธศาสตร์ เพิ่มพื้นที่ค้าปลีก และยกระดับภาพลักษณ์ตลาด สร้างประสบการณ์แบบบูรณาการเพื่อกระตุ้นการซื้อซ้ำและซื้อข้ามหมวดหมู่สินค้า สร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันที่ยั่งยืน
“เรามั่นใจว่าจากรากฐานทางการเงินและโครงสร้างธุรกิจในกลุ่ม Home & Living และ Lifestyle ที่มั่นคง จะนำไปสู่การเติบโตที่มีคุณภาพและยั่งยืน โดยเราจะการลงทุนในโครงการที่สร้างมูลค่าเพิ่ม และการสร้างผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหุ้น” นายเควิน กล่าวในที่สุด

More Stories
EXIM BANK ขานรับนโยบาย ธปท. ออกมาตรการ “มีทรัพย์ มีทุน” วงเงิน 10,000 ล้านบาท
GLOBLEX เตรียมปล่อยของเด็ดบุกงาน SET in the City 2026
ผู้นำธนาคารทั่วโลกชี้ AI Agents คือช่องโหว่ความเสี่ยงอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมการเงิน