(3 มีนาคม 2569) กรมธนารักษ์โดยกองบริหารเงินตราจะนำรถรับแลกคืนเหรียญกษาปณ์เคลื่อนที่ (Mobile Coin Unit) ออกให้บริการรับแลกคืนเหรียญกษาปณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มีเหรียญกษาปณ์ และมีความต้องการแลกคืนแต่ยังไม่สามารถเข้าถึงในการรับแลกคืนเหรียญได้ ประกอบด้วย เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน ทุกชนิดราคา เหรียญกษาปณ์สภาพดี หรือเหรียญกษาปณ์ชำรุด เช่น เหรียญกษาปณ์ดำ ถูกตัด ถูกตอก ถูกตี เจาะรู บิดงอ ซึ่งภายในเดือนมีนาคม 2569 จะออกให้บริการตามสถานที่ ดังนี้
วันที่ 4 มีนาคม – สำนักงานธนารักษ์พื้นที่สิงห์บุรี เวลา 09.30 – 14.30 น.
วันที่ 5 มีนาคม – สำนักงานธนารักษ์พื้นที่สระบุรี เวลา 09.30 – 15.00 น.
วันที่ 10-11 มีนาคม – สถานีบริการน้ำมัน (ปตท.) หน้าศาลหลักเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เวลา 09.30 -14.30 น.
วันที่ 13 มีนาคม – ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี เวลา 09.30 – 15.30 น.
วันที่ 16 มีนาคม – สำนักงานธนารักษ์พื้นที่นครนายก เวลา 09.30 – 14.30 น.
วันที่ 17 มีนาคม – ศาลหลักเมืองจังหวัดปราจีนบุรี เวลา 09.30 – 14.30 น.
วันที่ 19 มีนาคม – ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เวลา 09.30 – 15.00 น.
วันที่ 23-24 มีนาคม – องค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม เวลา 09.30 – 14.30 น.
วันที่ 26 มีนาคม – ศาลาจตุรมุขจังหวัดฉะเชิงเทรา เวลา 09.30 – 14.30 น.
วันที่ 30 มีนาคม – ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง เวลา 09.30 – 15.00 น.
วันที่ 31 มีนาคม – อบต.ศาลาลอย พระนครศรีอยุธยา เวลา 09.30 – 15.00 น.
สำหรับรถรับแลกคืนเหรียญกษาปณ์เคลื่อนที่เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่กระตุ้นให้ประชาชนที่เก็บเหรียญกษาปณ์ไว้ นำออกมาแลกคืน เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงการรับแลกคืนเหรียญได้ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถนำเหรียญกษาปณ์มาแลกคืนได้รายละไม่เกิน 10,000 บาท รวมทุกชนิดราคา ต่อราย/ต่อวัน ทั้งนี้ขอความร่วมมือประชาชนผู้มารับบริการทำความสะอาดเหรียญมาด้วย และไม่ต้องบรรจุถุงย่อยเพื่อความรวดเร็วในการคัดนับและให้บริการ

More Stories
การเคหะแห่งชาติเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอราคาค่าธรรมเนียมการได้สิทธิเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโครงการเคหะชุมชนคลองจั่น
ดีพร้อม ยกเครื่อง “คพอ.” สู่กลไกเร่งเศรษฐกิจภูมิภาค ปั้น 86 ผู้นำธุรกิจภาคใต้ เชื่อมเครือข่าย–สร้างงาน–ขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูง
กรมสรรพสามิต จับกุมบุหรี่เถื่อนรายใหญ่กลางเมืองโคราช ยึดของกลางกว่า 75,000 ซอง คิดเป็นภาษีที่รัฐสูญเสียกว่า 4 ล้านบาท