ลงทุนสินทรัพย์หลากหลายทั่วโลก สร้างพอร์ตเติบโตและกระแสเงินสดสม่ำเสมอ คาดหวังผลตอบแทนรวมในระยะยาว 8-10% ต่อปีในสกุลเงิน USDเสนอขายครั้งแรก 23 มี.ค.-3 เม.ย.นี้
บลจ. พรินซิเพิล ต่อยอดความสำเร็จ Signature Fund Series เปิดตัวกองทุนเปิดซิกเนเจอร์ โกลบอล ไดนามิก อินคัม แอนด์ โกรท (SIGNATURE GINGRO) กระจายการลงทุนทั่วโลก ในสินทรัพย์หลากหลายประเภท เพื่อสร้างพอร์ตลงทุนเติบโตควบคู่กับการสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ คาดหวังผลตอบแทนรวมในระยะยาว 8-10% ต่อปี ในสกุล USD เสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก วันที่ 23 มี.ค.-3 เม.ย.นี้
นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากเปิดตัวกองทุนเปิดซิกเนเจอร์ โกลบอล ไดนามิก อินคัม (SIGNATURE GINCOME) เมื่อเดือนเมษายน 2568 ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้หลายประเภททั่วโลกเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับพอร์ตลงทุน และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ลงทุน
ล่าสุดได้ต่อยอดความสำเร็จของกองทุน Signature Fund Series โดยเปิดตัว “กองทุนเปิดซิกเนเจอร์ โกลบอล ไดนามิก อินคัม แอนด์ โกรท” หรือ Signature Global Dynamic Income and Growth Fund (SIGNATURE GINGRO) โดยกองทุนหลักมีนโยบายกระจายการลงทุนทั่วโลกในสินทรัพย์หลากหลายเช่น หุ้น, ตราสารหนี้, สินทรัพย์ทางเลือก ผ่านการลงทุนใน ETF ที่ครอบคลุมหลายกลุ่มอุตสาหกรรมและหลายประเทศ เน้นการปรับพอร์ตแบบ Dynamic Allocation ทำให้การบริหารเงินลงทุนมีความยืดหยุ่น ทันต่อทุกสภาวะตลาด ภายใต้การผสานความเชี่ยวชาญของทีม CIO จาก CIMB ร่วมกับ Principal ที่มีความเชี่ยวชาญการบริหารระดับโลก เพื่อสร้างพอร์ตลงทุนเติบโต ควบคู่กับการสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ มุ่งสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว โดยคาดหวังผลตอบแทนรวมในระยะยาว 8– 10% ต่อปีในสกุลเงิน USD พร้อมทั้งจ่ายกระแสเงินสดสม่ำเสมอประมาณ 4–4.5% ต่อปีในสกุลเงิน USD
บลจ. พรินซิเพิล มีมุมมองการลงทุนในปี 2026 ต่อตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มขยายตัว จากการลงทุนอย่างต่อเนื่องใน AI การลดภาษีครั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกาช่วยสนับสนุนการบริโภคภาคครัวเรือนและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยคาดการณ์กำไรต่อหุ้นของตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มเติบโต โดยเฉพาะประเทศที่มีสัดส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสูง อย่างไรก็ตามความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และการล่าช้าของการลดดอกเบี้ยจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจส่งผลให้ตลาดหุ้นมีความผันผวนเพิ่มขึ้น
กองทุนเปิด SIGNATURE GINGRO เป็นกองทุนผสมและกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund ที่นำเงินไปลงทุนในกองทุนหลักเพียงกองทุนเดียว โดยมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลัก Signature Dynamic Income and Growth Fund เน้นลงทุนใน ETF (กองทุนรวมที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์) ทั้งแบบ Active ที่สร้างโอกาสรับผลตอบแทนเหนือดัชนีตลาด และแบบ Passive ที่ลงทุนตามดัชนีเพื่อกระจายการลงทุนอย่างครอบคลุม ด้วยกลยุทธ์ที่หลากหลายมุ่งเน้นการจัดสรรสินทรัพย์ที่สอดคล้องกับวัฏจักรเศรษฐกิจเพื่อสร้างโอกาสและลดความเสี่ยง
พอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักมีการคัดเลือก ETF ที่มีศักยภาพในการสร้างทั้งกระแสเงินสดและการเติบโต ตัวอย่าง ETF ในพอร์ตการลงทุน อาทิ JPM Global High Yield Corporate Bond Multi-Factor Active ETF ที่ลงทุนในตราสารหนี้ High Yield ทั่วโลกเพื่อสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ ภายใต้กลยุทธ์ Multi-Factor คัดเลือกตราสารหนี้จากหลากหลายปัจจัย บริหารเชิงรุกโดย JPMorgan ปรับพอร์ตตามสภาพตลาดเพื่อควบคุมความเสี่ยงและรักษาผลตอบแทนเหนือดัชนี โดยกองทุนมีอัตราผลตอบแทนจนครบกำหนด (YTM) อยู่ที่ 6.67% และมีอายุตราสารหนี้เฉลี่ย 3.16 ปี, กองทุน JPM NASDAQ Equity Premium Income Active UCITS ETF ที่ลงทุนในดัชนี Nasdag-100 เพื่อสร้างการเติบโตให้กับพอร์ตลงทุนในระยะยาว พร้อมทั้งใช้กลยุทธ์ Covered Call ช่วยสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอและลดความเสี่ยง
ผลการดำเนินงานของพอร์ตกองทุนหลักจำลองสะท้อนศักยภาพของกลยุทธ์ โดยสามารถสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นและสูงกว่าดัชนีอ้างอิง ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 13.40% ขณะที่ผลตอบแทนเฉลี่ย 3 ปีอยู่ที่ 14.50% ต่อปี และ 5 ปีอยู่ที่ 10.90% ต่อปี (ดัชนีอ้างอิง 1 ปีอยู่ที่ 12.20% 3 ปีอยู่ที่ 7.90% ต่อปี และ 5 ปีอยู่ที่ 6.70% ต่อปี) สะท้อนความสามารถในการบริหารพอร์ตในทุกช่วงสภาวะตลาด ทั้งช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้นและช่วงที่มีความผันผวน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของกองทุนในระยะยาวที่ 8%-10% ต่อปี ในสกุลเงิน USD ขณะที่กองทุนหลักตั้งแต่จัดตั้ง 15 ตุลาคม 2568 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 (ระยะเวลาประมาณ 5 เดือน) สร้างผลตอบแทนประมาณ 5.54% (อ้างอิงผลตอบแทนเพิ่มเติมได้ที่: https://www.principal.com.my/en/sdig-usd)
กองทุนเปิด SIGNATURE GINGRO มีทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท (Greenshoe 15%) โดยเพิ่มทางเลือกการลงทุนให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้ทั้งเงินบาทหรือดอลลาร์สหรัฐฯ เสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) เสนอขายวันที่ 23 มีนาคม–3 เมษายน 2569 ทั้งนี้สำหรับ SIGNATURE GINGRO-R เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนเป็น “สกุลเงินบาท” โดยมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเพิ่มเติมจากอัตราแลกเปลี่ยนในกรณีที่เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่ำเมื่อเทียบกับดอลลำร์สหรัฐฯ จองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท และสำหรับ SIGNATURE GINGRO-USD-R (สามารถทำรายการซื้อตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2569) เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนเป็น “สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ” โดยผลตอบแทนจากการลงทุนใกล้เคียงกับกองทุนหลัก และไม่ต้องการรับความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทและเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซื้อขั้นต่ำ 1,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ
ผู้สนใจติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ บลจ. พรินซิเพิล โทร. 02-686-9500 หรือ www.principal.th นอกจากนี้สามารถเปิดบัญชีและทำรายการซื้อผ่าน Principal TH Mobile App สามารถดาวน์โหลดที่ App Store และ Google Play

More Stories
finbiz by ttb ชี้ SME ยุคใหม่ต้องเป็น “ปลาเร็ว” มากกว่า “ปลาใหญ่”
ไทยเครดิต ผงาดติดอันดับธนาคารผลงานยอดเยี่ยมที่สุดในโลก
ธ.ก.ส. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวาระสตมวาร (100 วัน)