บมจ.ไทยวา (TWPC) เปิดแผนเพิ่มมูลค่าบริษัทผ่านการเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าธุรกิจ ชู 3 กลยุทธ์หลัก ปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจ การเพิ่มประสิทธิภาพในการลดต้นทุนตลอดห่วงโซ่คุณค่า และการพัฒนาแพลตฟอร์มการเติบโต ฟากผู้บริหาร “โฮ เรน ฮวา” ระบุตั้งเป้าการเติบโตของ EBITDA ในปี 2571 แตะ 1,050 ล้านบาท เสริมการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ควบคู่กับการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลและด้านสิ่งแวดล้อม
นาย โฮ เรน ฮวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) (TWPC) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ผ่านแผนการเพิ่มมูลค่าบริษัทในโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นการเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีคุณภาพ บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และยึดหลักธรรมาภิบาล สามารถวัดผลได้ย่างเป็นรูปธรรม ผลักดันเป้าหมายเชิงตัวเลขที่ชัดเจนโดยมุ่งสร้างการเติบโตของ EBITDA ให้เติบโตต่อเนื่องจนแตะระดับ 1,050 ล้านบาท ในปี 2571
“แผน Jump+ บริษัทฯ มุ่งบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ TW 2030 ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ที่มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจ การเพิ่มประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า และการพัฒนาแพลตฟอร์มการเติบโต เพื่อใช้เป็นกรอบนำในการขับเคลื่อนองค์กรอย่างเป็นระบบควบคู่กับการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล และด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มมูลค่าบริษัทฯ และสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต” นาย โฮ เรน ฮวา กล่าว
กลยุทธ์ที่ 1 การยกระดับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและอัตรากำไรที่ยั่งยืน มุ่งปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์หลักในการยกระดับการเติบโตขององค์กร โดยเพิ่มสัดส่วนธุรกิจอาหารและธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตและมีอัตรากำไรที่สูง รวมถึงขยายช่องทางการจำหน่ายในตลาดภูมิภาคอย่างเป็นระบบและครบวงจร เพื่อสร้างฐานกำไรที่มีความเสถียรภาพ ยกระดับสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
กลยุทธ์ที่ 2 การยกระดับประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุนและอัตรากำไรตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างมีวินัย ผ่านการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของฐานกำไรและสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
กลยุทธ์ที่ 3 การพัฒนาแพลตฟอร์มการเติบโตใหม่ผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์และการปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจ มุ่งเน้นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจที่มีความสอดคล้องกับธุรกิจหลัก ควบคู่กับการปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจ และขับเคลื่อนการเติบโตจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาชนจีน เวียดนาม และอินโดนีเซีย ผ่านการใช้ประโยชน์จากการลงทุนและความร่วมมือของเครือข่ายระดับภูมิภาค เพื่อสร้างฐานการเติบโตในหลายประเทศ และพัฒนารูปแบบการดำเนินงานที่รองรับการขยายธุรกิจในระดับสากลได้อย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ ไทยวายังให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและยึดหลักธรรมาภิบาล ยกระดับการต่อต้านการทุจริตและคอรัปชันทุกรูปแบบ ผ่านการดำเนินงานตามนโยบายแนวปฏิบัติขององค์กรและคู่ค้า รวมถึงมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในโดยการสร้างกระบวนการติดตามและการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ พร้อมการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความปลอดภัยขององค์กร
สำหรับด้านสภาพภูมิอากาศ บริษัทฯ มุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนจาก “Farm to Shelf” โดยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ ซึ่งได้ทำการจัดเก็บข้อมูลและมีการทวนสอบข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครอบคลุมโรงงานทั้งหมดในประเทศไทย อีกทั้งนำมาวิเคราะห์เพื่อระบุแหล่งปล่อยก๊าซ และแผนงานการลดที่เน้นความคุ้มค่าของต้นทุน โดยเลือกมาตรการที่มีศักยภาพการลดก๊าซสูงและมีความเป็นไปได้ทางเทคนิค เช่น การปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรในกระบวนการผลิต การลงทุนในโครงการ Solar Rooftop และ Biogas พร้อมวางแผนขยายการทวนสอบไปยังประเทศเวียดนามในปี 2569 และประเทศกัมพูชาในปี 2570 ตามลำดับ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม

More Stories
เปลี่ยน ‘ทางผ่าน’ เป็น ‘จุดหมาย’ ของคนเดินทางตลอดสงกรานต์นี้
JMART ปิดการขายหุ้นกู้ 2,000 ล้านบาทตามเป้า สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุน
กลุ่มเซ็นทรัล ขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมไทยสู่เวทีสากล