ปริมาณตู้ไปตะวันออกกลางกระทบน้อย ดันงบ Q1 สดใส
กรุงเทพฯ – บมจ.เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ (MPJ) กางแผนบริหารต้นทุนเชิงรุกผ่านกลยุทธ์ Fuel Surcharge อุดช่องโหว่สยบราคาน้ำมันผันผวน รักษาเสถียรภาพกำไรแข็งแกร่ง ระบุ MPJ ขับเคลื่อนเร็วช่วยปลดล็อกขีดความสามารถการแข่งขัน ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ไปตะวันออกกลางกระทบน้อย พร้อมส่งสัญญาณบวกผลงานไตรมาส 1/2569 สดใส
นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ ผู้นำโลจิสติกส์แบบครบวงจรและผู้นำด้านบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์ เปิดเผยว่า ในปัจจุบันสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณบวก ล่าสุดอิสราเอลกับเลบานอนอีกหนึ่งสมรภูมิที่เกิดขึ้นควบคู่ไปกับสงครามกับอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 10 วัน แต่สถานการณ์ความไม่ชัดเจนของการเจรจาสหรัฐและอิหร่านรอบ 2 ที่ยังไม่ถูกกำหนดวัน ทำให้สถานการณ์โดยรวมยังคงอยู่ในภาวะที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ถึงแม้ว่าจะมีสัญญาณบวกจากการเจรจาหยุดยิงชั่วคราว ส่งผลให้บริษัทฯให้ความสำคัญสูงสุดกับการบริหารจัดการต้นทุน ผ่านกลยุทธ์ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง
(Fuel Surcharge) ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมที่ผู้ให้บริการขนส่งเรียกเก็บจากลูกค้า นอกเหนือจากค่าบริการพื้นฐาน เพื่อชดเชยความผันผวนของราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทั้งนี้ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดผลกระทบต่อผลการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ด้วยโครงสร้างสัญญาดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ สามารถลดผลกระทบท่ามกลางสถานการณ์พลังงานที่พุ่งสูงขึ้น รวมทั้งรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ถึงแม้ว่าจะมีปัจจัยความผันผวนของค่าระวางเรือในเส้นทางตะวันออกกลางที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทฯ มองว่าผลกระทบครั้งนี้ยังคงอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากสัดส่วนการค้าของตะวันออกกลางกับไทยมีไม่สูงมาก ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์เข้าออกกระทบน้อย ผลักดันให้ผลดำเนินการไตรมาส 1/2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ถึงแม้สภาวะตลาดจะมีความผันผวน
ขณะเดียวกันนอกจากใช้กลยุทธ์ Fuel Surcharge เพื่อลดผลกระทบจากราคาพลังงานแล้ว MPJ ได้เดินหน้าสร้างสมดุลทางธุรกิจด้านความยั่งยืนควบคู่กันไป โดยได้เริ่มนำรถหัวลากไฟฟ้า (EV) มาใช้ทดสอบในการให้บริการขนส่งจริงตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เพื่อรวบรวมข้อมูลสำคัญ ทั้งด้านประสิทธิภาพการขับเคลื่อนและอัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน รวมถึงเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายกับรถหัวลากน้ำมันแบบเดิม เพื่อมุ่งสู่การบริหารจัดการต้นทุนด้วยพลังงานสะอาด และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
“การปรับตัวอย่างรวดเร็วของ MPJ ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำโลจิสติกส์ครบวงจรและผู้เชี่ยวชาญด้านลานตู้คอนเทนเนอร์ ที่พร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและดูแลสิ่งแวดล้อม โดยการเปลี่ยนผ่านสู่รถหัวลาก EV คาดว่าจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้านต้นทุนและโครงสร้างพื้นฐาน แต่สถานการณ์น้ำมันที่ผันผวนจะเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านเร็วขึ้น และเป็นโอกาสให้ MPJ ยกระดับการขนส่งสู่ความยั่งยืน”

More Stories
ADD ผู้ถือหุ้นไฟเขียวจ่ายปันผลวันที่ 5 พ.ค.นี้ในอัตรา 0.09 บาทต่อหุ้น
NAM ยกมือโหวตจ่ายปันผล 0.03 บ./หุ้น รับทรัพย์ 15 พ.ค.นี้
บลจ.เอ็กซ์สปริง มองเทรนด์เงินทุนกำลังไหลเข้ากลุ่มเทคฯ ญี่ปุ่นต่อเนื่อง หนุนกอง X-JPTOPTECH สร้างผลตอบแทนเกือบ 10% ใน 2 สัปดาห์