กับเส้นทางสู้ชีวิตที่แลกด้วยหยาดเหงื่อและแรงใจ เพื่อพิสูจน์ฝันบนเวทีโลก
หมัด เท้า เข่า ศอก คืออาวุธการโจมตีสำคัญและเป็นลีลาอันโดดเด่นของ ‘มวยไทย’ หนึ่งในกีฬาประจำชาติไทย ซึ่งนอกจากจะต้องใช้ร่างกายและเทคนิคการต่อสู้ผสมผสานไปกับศิลปะแม่ไม้มวยไทยแล้ว ยังต้องอาศัยจิตใจอันแข็งแกร่งและสมาธิที่แน่วแน่ในการเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้เองทำให้มวยไทยได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ผู้ชม และได้รับการยอมรับจากทั่วโลกจนกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์อันทรงพลัง และยกระดับสู่รูปแบบสปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนต์ระดับสากลที่ดึงดูดผู้ชมจากทั่วทุกมุมโลก โดยหนึ่งในเวทีที่เปรียบเสมือนจุดหมายปลายทางสูงสุดของเหล่านักสู้คือเวทีมวยราชดำเนิน สังเวียนมวยไทยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งในปัจจุบันได้ถ่ายทอดผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทำให้มียอดผู้ชมบนแพลตฟอร์มออนไลน์กว่า 2,500 ล้านวิว และเข้าถึงแฟนกีฬาในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก ฉายภาพชัดเจนว่ามวยไทยสามารถเปลี่ยนชีวิตคนธรรมดาให้กลายเป็นวีรบุรุษบนสังเวียน
ในปี 2569 ไทวัสดุ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน ภายใต้บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จึงได้เดินหน้าสนับสนุนเหล่านักสู้ในรายการการแข่งขัน “ไทวัสดุ x RWS ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์” (Rajadamnern World Series) เพื่อผลักดันให้มวยไทยพัฒนาสู่มาตรฐานความบันเทิงกีฬาระดับสากลอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทุ่มงบประมาณรวมกว่า 3 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนรายการกีฬาที่สร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับนักมวยไทย โดยเบื้องลึกเบื้องหลังของเวทีนี้ไม่เพียงแต่มอบความสนุกและเร้าใจ แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวความมุ่งมั่นของเหล่านักชก ที่เดินตามความฝันเพื่อก้าวขึ้นสู่สังเวียนระดับโลก และพิสูจน์ว่าสปิริตของนักสู้ที่ได้รับการขัดเกลามาอย่างหนักหน่วง คือกุญแจสำคัญที่นำมาซึ่งชัยชนะและเกียรติยศ
ฉลาม พรัญชัย นักสู้จากปลายด้ามขวาน ต่อสู้จากค่าตัว 500 บาท สู่แชมป์เวทีระดับตำนาน บทพิสูจน์ชัยชนะที่ประจักษ์แก่สายตาโลก
แชมป์รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท (130 ปอนด์) นักชกวัย 31 ปี จากอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้เริ่มต้นชกมวยตั้งแต่อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ด้วยค่าตัวครั้งแรกเพียง 500 บาท แม้จะผ่านการแข่งขันอันดุเดือด ความสำเร็จ ความผิดหวัง และเคยเลิกล้มการชกมวยไปถึงสองครั้ง แต่เขาก็ตัดสินใจกลับสู่สังเวียนอีกครั้งภายใต้การฝึกฝนอย่างหนักและเข้มงวดของค่ายพรัญชัย จนได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในนักชกมวยฝีมือที่เก่งอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ในรุ่นนี้เขาไม่แพ้ให้ใครมาแล้ว 6 ปี อีกทั้งยังครองแชมป์ราชดำเนินเส้นนี้มาอย่างยาวนานหลายปีแล้ว อีกทั้งในปีนี้เขาป้องกันแชมป์ได้อย่างสวยหรูมาแล้ว 2 ครั้ง โดยเฉพาะล่าสุดที่อาศัยจังหวะฝีมือและประสบการณ์ความเก๋าเอาชนะคะแนน “คิวทอง ที.เค.ดี.มวยไทย” รักษาแชมป์เอาไว้ได้อย่างสวยงาม เขากล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า “การเตรียมตัวครั้งนี้ผมทำการบ้านหนักมาก เรื่องการศึกษาคู่ชกคือสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ต้องรู้ว่าเขาเก่งอะไร ทุก ๆ ครั้ง มันก็ท้าทายมาก ๆ เราต้องเจอกับคู่ชกที่เก่ง ๆ มีสไตล์ในแบบอย่างของตัวเอง ผมต้องหาวิธีการที่ต้องมาเอาชนะอยู่เสมอ หลังจากการแข่งขันโล่งใจมากที่สามารถป้องกันแชมป์ได้ทั้งสองครั้งในปีนี้ เพราะทุกไฟต์ผมแบกความกดดันสูงมาก ๆ และดีใจที่สามารถรักษาสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิตนักมวยไทยไว้ได้ นั่นคือเข็มขัดแชมป์ราชดำเนินเส้นนี้ ผมเชื่อมั่นว่าความมุ่งมั่นตั้งใจทั้งในและนอกสังเวียนจะนำพาชีวิตเราไปได้ไกลกว่าเดิม สำหรับการสนับสนุนจากไทวัสดุ และ RWS ผมว่ามันเป็นเรื่องดี ที่ทุกฝ่ายพร้อมใจกันมาช่วยกันผลักดันวงการมวยไทย ให้นักกีฬามีแรงจูงใจมากขึ้น ก็ขอขอบคุณทุกฝ่าย ทุกภาคส่วนที่ทำให้นักมวยไทยทุกคนมีความฝันที่ใหญ่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ช่วยกันนำพาวงการมวยไทยต้นตำรับไปได้ไกลขึ้น”
เฉียบขาด ป.พงษ์สว่าง ชีวิตที่ไม่มีทางลัด ประสบการณ์กว่า 2 ทศวรรษของนักชกที่ใช้ความจริงใจและสไตล์การชกที่เป็นตัวเอง
แชมป์รุ่นเฟเธอร์เวท (126 ปอนด์) นักชกวัย 30 ปี จากค่ายมวยระดับตำนาน ป.พงษ์สว่าง คือตัวแทนของ 24 ปีแห่งความพยายามเพื่อความฝันที่รอคอย เขาเริ่มต้นเส้นทางสังเวียนตั้งแต่วัย 6 ขวบ และใช้ความพยายามอย่างหนักมาโดยตลอด แม้จะเคยได้รับคำสบประมาทว่าไม่ใช่คนเก่ง แต่เขาก็พิสูจน์ตัวเองจนคว้าแชมป์รุ่นเฟเธอร์เวท (126 ปอนด์) ในรายการ RWS ได้สำเร็จ โดยเฉียบขาดเผยว่า “ตั้งแต่จำความได้ก็เห็นพ่อ เห็นพี่(เด็ดขาด ป.พงษ์สว่าง) ชกก็เริ่มชกมวย ผมคิดเสมอว่าผมไม่ใช่มวยเก่ง เป็นมวยโง่ก็ว่าได้ แต่เราเป็นมวยขยันออกอาวุธ ทำให้การแข่งขันทั้ง 3 ไฟต์ ผมรู้สึกว่าเข้ากับสไตล์ผมมาก ๆ ได้ชกแบบเป็นตัวเอง ชัยชนะครั้งนี้คือความฝันตลอด 24 ปีที่ชกมวยมา ผมอยากบอกน้อง ๆ รุ่นใหม่ว่า ผมพยายามมาเยอะมาก ๆ กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ การไม่หยุดพัฒนา ทำให้ผมมีโอกาสมาถึงจุดนี้ได้ ถ้าน้อง ๆ รุ่นใหม่คิดที่จะไม่หยุดพัฒนาสักวันมันก็ต้องสำเร็จได้เหมือนกัน และผมรู้สึกดีใจที่ไทวัสดุ เข้ามาร่วมมือกับ RWS มอบโบนัสให้นักมวย ส่วนหนึ่งมันเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้นักมวยมีกำลังใจอยากชก อยากเอาชนะมาก ๆ เพื่อเงินรางวัล”
มารี รูเมต นักสู้สาวชาวเอสโตเนียผู้ทลายกำแพงทางวัฒนธรรม กับเสน่ห์หมัดศอกสไตล์ไทยพิสูจน์ฝีมือจนคว้าชัยชนะ
เจ้าของแชมป์ราชดำเนินหญิง รุ่นฟลายเวท (112 ปอนด์) แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นกีฬามวยไทย แต่มีนักสู้ชาวต่างชาติไม่น้อยที่หลงใหล ชื่นชอบ และเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเรียนรู้พร้อมก้าวสู่สังเวียนการแข่งขัน อย่าง มารี รูเมต นักชกสาววัย 26 ปี จากประเทศเอสโตเนีย ผู้พิสูจน์ให้เห็นว่าความรักในมวยไทยไม่มีพรมแดน เธอหลงรักในเสน่ห์ของมวยไทยที่ไม่เหมือนใคร ทั้งรูปแบบการต่อสู้ ศิลปะการไหว้ครู และการเคารพคู่ต่อสู้ จนตัดสินใจขอพ่อแม่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาอยู่เมืองไทยตั้งแต่อายุ 15 ปี เพื่อฝึกฝนอย่างลึกซึ้ง แม้ต้องปรับตัวอย่างหนักทั้งเรื่องอาหารและวิถีชีวิตในค่ายมวย แต่ด้วยความมุ่งมั่นทำให้เธอสามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ โดยเธอบอกว่า“ตลอดเวลาการฝึกมวยมา 11 ปี โอกาสครั้งนี้ตั้งใจมาก ๆ และมันไม่สามารถพลาดได้แล้ว ทำให้วันที่ได้เป็นแชมป์เข็มเส้นนี้รู้สึกภูมิใจ และไม่มีคำไหนจะบรรยายได้ดีกว่าคำว่าดีใจที่สุด แชมป์เส้นนี้มันยิ่งใหญ่มาก ๆ ถ้าชกในกติกามวยไทย สิ่งหนึ่งที่ต้องทำให้ได้คือการเป็นแชมป์เวทีมาตรฐาน อย่างเวทีราชดำเนิน จากนี้ไปสิ่งที่ยากกว่าคือการรักษาแชมป์และอยู่ ณ จุดนี้ให้ได้นานที่สุด กว่าจะเป็นนักมวยอาชีพเงินแสนได้ มันยากมาก ๆ ต้องขอบคุณรายการ RWS และไทวัสดุ ที่มอบโอกาสและรางวัลนี้ ”
เรื่องราวของนักสู้ทั้ง 3 ท่านนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความภูมิใจที่ไทวัสดุได้เข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนและผลักดันอย่างเต็มกำลังในศึก “ไทวัสดุ x RWS ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์” เพื่อสร้างโอกาสให้นักมวยไทยมีอาชีพที่ทรงเกียรติ ตลอดจนส่งต่อแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้กับเยาวชนและคนรุ่นใหม่ ให้กล้าลุกขึ้นมาเดินตามความฝัน โดยไทวัสดุในฐานะผู้สนับสนุนหลักยังคงเดินหน้าสนับสนุนทุกหัวใจนักสู้ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักชกผ่านเงินรางวัลโบนัสในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้นักกีฬามีแรงจูงใจในการสร้างผลงานมากขึ้น นอกจากนี้การสนับสนุนจากไทวัสดุยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้นักมวยรุ่นใหม่มองเห็นอนาคตในอาชีพนี้ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นอีกด้วย และเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ “มวยไทยต้นตำรับ” ไปสู่สายตาทั่วโลกมากขึ้น
ห้ามพลาด! มาร่วมสัมผัสพลังแห่งศิลปะการต่อสู้และเชียร์มันส์ไปกับตำนานบทใหม่ในรายการ “ไทวัสดุ x RWS ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์” ได้ทุกคืนวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 20.05 น. เป็นต้นไป ทางช่อง Workpoint หมายเลข 23 เริ่มระเบิดความมันส์จนถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2569

More Stories
TACC ดัน “Bellygom” ลุยสงกรานต์ ต่อยอดลิขสิทธิ์ ปั้นรายได้ใหม่!
PTG ต่อยอดวิสัยทัศน์ “อยู่ดี มีสุข” ผนึก ศิริราช เดินหน้า “Social Innovation” ปีที่ 2
ผู้ถือหุ้น DEMCO โหวตผ่านทุกวาระ