7 พฤษภาคม 2026

THE MASTER

ย่อโลกข่าวไว้ในมือคุณ

ProPak Asia 2026 ย้ายสู่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ขยายพื้นที่รับอุตฯ การผลิตและบรรจุภัณฑ์ยุคใหม่

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ชี้เทรนด์อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม ยา และบรรจุภัณฑ์ เติบโตต่อเนื่อง ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ Industry 5.0 เดินหน้ายกระดับ ProPak Asia 2026 สู่แพลตฟอร์มธุรกิจ-นวัตกรรมระดับภูมิภาค คาดผู้เข้าชมกว่า 80,000 คน และมูลค่าการค้าภายในงานกว่า 5.5 พันล้านบาท

อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และบรรจุภัณฑ์ทั่วโลก ถึงจุดเปลี่ยนจาก Mass Production สู่ Hyper-Intention ด้าน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เผยอุตสาหกรรมการผลิตกำลังก้าวสู่ Industry 5.0 ที่มนุษย์ AI และ เทคโนโลยีเครื่องจักรทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุดร่วม วว. – สอท. – หอการค้าไทย-พันธมิตรองค์กรธุรกิจและบริษัทชั้นนำทั่วโลก ร่วมจัดงาน ProPak Asia 2026 เสริมความพร้อมพัฒนาผู้ประกอบการสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน ProPak Asia 2026 กล่าวถึงทิศทางเทคโนโลยี นวัตกรรม และยุทธศาสตร์ที่จะยกระดับศักยภาพการผลิตไทย สู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการผลิต แปรรูป อาหาร เครื่องดื่ม และบรรจุภัณฑ์ระดับโลก (Global Hub) ว่า ทิศทางการผลิตในอนาคตกำลังก้าวสู่ Industry 5.0 ที่ผสานการทำงานระหว่างมนุษย์ AI และระบบอัตโนมัติเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพการผลิตให้ตอบโจทย์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากขึ้น ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม ยา และบรรจุภัณฑ์ กำลังเปลี่ยนผ่านจากการผลิตแบบ Mass Production ไปสู่การผลิตที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงต้องเร่งปรับตัวสู่โรงงานอัจฉริยะและกระบวนการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่า ลดการสูญเสีย และรองรับแนวโน้มด้านความยั่งยืนที่กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมยุคใหม่

ดังนั้นเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ งาน ProPak Asia 2026 จึงย้ายสถานที่จัดงานไปยัง อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งการย้ายที่จัดงานไม่ใช่แค่เปลี่ยนสถานที่ แต่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ต้องการยกระดับจากงานระดับภูมิภาค สู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการผลิตและบรรจุภัณฑ์ระดับโลก ด้วยพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น 20% (รวมกว่า 60,000 ตร.ม.) ทำให้รองรับการจัดแสดงเครื่องจักรและสายการผลิตอัจฉริยะสมัยใหม่ได้อย่างเต็มรูปแบบจากผู้ผลิตระดับโลกที่จะนำมาเดินเครื่องให้ชมแบบ Real-time ซึ่งหาดูได้ยากสำหรับงานในระดับภูมิภาค พร้อมเพิ่มโซนจัดงานใหม่ DigitalisationAsia Zone & Intelligent Automation ที่เจาะลึกนวัตกรรมและเทคโนโลยีเครื่องจักรและโซลูชั่นใหม่ๆ รวมถึง Data-driven ที่ใช้ข้อมูลและผลวิเคราะห์ มาช่วยเพิ่มความแม่นยำ รวดเร็ว และลดความเสี่ยง ผ่านการใช้เครื่องมือ AI, Machine Learning และระบบวิเคราะห์ข้อมูล การบริหารโรงงานด้วย AI และการใช้หุ่นยนต์ Collaborative Robots ที่ทำงานร่วมกับมนุษย์ รวมถึงการเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้เชิงลึก (Sustainability Gateway) ผ่านกิจกรรมสัมมนา การประชุม และ Workshop ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาคจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คน ที่จะมาร่วมถอดรหัสเทรนด์อุตสาหกรรม อาทิ อาหารแห่งอนาคต การผลิตเพื่อความมั่นคงทางอาหาร (Global Food Security) Lab & Test Asia ที่เน้นมาตรฐานการทดสอบระดับสากล ฯลฯ สำหรับการจัดงานฯ ปีนี้ มีบริษัทชั้นนำเข้าร่วมจัดแสดงงานถึง 2,500 แบรนด์ จาก 45 ประเทศ มีพาวิเลียนนานาชาติ 13 ประเทศและกลุ่มประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้, จีน, ญี่ปุ่น สิงคโปร์, ไตัหวัน, มาเลเซีย,ฝรั่งเศษ, อังกฤษ, อเมริกาเหนือ, อินเดีย, อิตาลี, ออสเตรเลีย, บาวาเรีย และคาดปีนี้มีผู้เข้าเยี่ยมชมงานจากทั่วโลกกว่า 80,000 คน สร้างมูลค่าการค้าและเจรจาธุรกิจในงาน 5.5 พันล้านบาท

งาน ProPak Asia2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เจรจาซื้อขายเครื่องจักร แต่เป็นการเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่า (Total Value Chain) ทั้งระบบ ตั้งแต่การแปรรูป การบรรจุ ไปจนถึงคลังสินค้าอัจฉริยะและการขนส่งแบบ Cold Chain อย่างแท้จริง โดยทาง อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย มีการวางเป้าหมายขับเคลื่อน ProPak Asia ให้ก้าวขึ้นเป็นงานแสดงสินค้าด้าน Processing & Packaging อันดับ 1 ของเอเชียแปซิฟิก ภายในปี 2027 และก้าวสู่การเป็นงานระดับโลกภายในปี 2028 จึงอยากให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่ต้องการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ควรพลาดที่จะเข้ารวมงานในครั้งนี้

ด้าน ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนา ด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวถึงบทบาทในการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก (Food Security Hub) ว่า วว. มุ่งใช้กลไกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) เข้าไปเสริมแกร่งใน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การสร้างนวัตกรรมอาหารมูลค่าสูง (Future Food) การใช้เทคโนโลยีการแปรรูปเพื่อลดการสูญเสีย (Food Loss & Food Waste) และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly packaging) สอดคล้องกับแนวคิด BCG Economy เพื่อก้าวข้ามมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศที่เข้มงวด และสถานการณ์โลกที่ผันผวน ส่วนการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์นั้น ยึดปรัชญาการทำงานแบบ “Partner of your success” โดยทำหน้าที่เป็นเพื่อนคู่คิดแก่ผู้ประกอบการและนักวิจัยรุ่นใหม่ ผ่านบริการ Total Solution Service ที่ดูแลตั้งแต่การวิจัยสูตรผลิตภัณฑ์ การวิเคราะห์ทดสอบมาตรฐานสากล ไปจนถึงการเปิดพื้นที่ Sandbox & Infrastructure ให้ผู้ประกอบการทดลองผลิตจริงในโรงงานต้นแบบ เพื่อลดความเสี่ยงก่อนการลงทุนจริง สำหรับไฮไลต์ในงาน ProPak Asia 2026 ปีนี้ วว. เตรียมแสดงศักยภาพภายใต้ธีม “TISTR Total Solution” ประกอบด้วย TISTR Showcase การจัดแสดงเบื้องหลังความสำเร็จของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่พร้อมต่อยอดสู่ธุรกิจ และบริการ Business Matching ให้คำปรึกษาแบบ One-on-One สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการแก้ปัญหาด้านเทคนิค หรือ ยกระดับบรรจุภัณฑ์สู่มาตรฐานสากล รวมถึงการแสดงผลงานที่ชนะการประกวดบรรจุภัณฑ์ไทยประจำปี 2569 (ThailandStar Packaging Awards 2026 ) ภายใต้แนวคิด “Packaging Beyond the Box : ก้าวข้ามขีดจำกัด สู่บรรจุภัณฑ์แห่งอนาคต” ซึ่งปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวดกว่า 100 ผลงาน โดยจะมีพิธีมอบรางวัลในวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ส่วนผลงานที่ได้รางวัลจะสามารถส่งประกวดในเวทีระดับภูมิภาค (AsiaStar) และระดับโลก (WorldStar) ได้ต่อไป วว. มีความมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนทุกความท้าทายให้เป็นโอกาส และเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลกอย่างเต็มภาคภูมิ

ส่วน ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์อาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เผยถึงการส่งออกอาหารของไทยว่า ยังรักษาระดับการส่งออกในตลาดเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรปได้อย่างต่อเนื่อง โดยตะวันออกกลางถือเป็นโอกาสทอง เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าอาหารสูงถึง 50–90% ทำให้เมื่อสถานการณ์คลี่คลายจะเป็นโอกาสให้ไทยกลับเข้าไปชิงส่วนแบ่งการตลาดได้ วันนี้ไทยมีสัดส่วนการส่งออกสินค้าเกษตรและโภคภัณฑ์แบบเดิมถึงร้อยละ 90 ขณะที่ส่งออกสินค้าอาหารแห่งอนาคต (Future Food) เพียงประมาณร้อยละ 10 หากผู้ประกอบการยกระดับมาตรฐานสินค้าด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ อาทิ กลุ่ม Functional Food, Plant-based, หรือ ผลิตภัณฑ์กลุ่มลดหวาน-เค็ม-ไขมัน ฯลฯ ได้ ก็จะเป็นหมากที่ชี้ขาดชัยชนะในเวทีโลก ซึ่งการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์อาหารไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากขาดการลงทุนในงานวิจัยและนวัตกรรม ดังนั้นงาน ProPak Asia 2026 จึงเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่หอการค้าไทยให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะนอกจากเป็นทางลัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยแล้ว ยังช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่นำมาจัดแสดง ซึ่งผู้ประกอบการนำไปปรับใช้ เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ลดการความสูญเสียการผลิต หรือ ยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ให้นานขึ้นได้ และยังเป็นโอกาสให้ได้พบพันธมิตรทางธุรกิจ ได้เรียนรู้แนวทางการปรับกลยุทธ์และโมเดลธุรกิจใหม่ๆ จากทั่วโลกด้วย

สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนั้น ดร.ทองดี ปาโส ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ Domino Effect หลายอย่าง ทั้งภาวะสงคราม เกิดเป็นวิกฤตพลังงาน ส่งผลถึงความมั่นคงทางอาหาร และยังถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาการเปลี่ยนแปลงด้านภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและห่วงโซ่อุปทานอาหารทั่วโลก แม้ตัวเลขการส่งออกอาหารไทยช่วง 3 ปี ที่ผ่านมาจะส่งสัญญาณลดลงทำให้อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยอยู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ซึ่งในวิกฤตก็ยังมีโอกาส แต่ต้องพลิกเกม เปลี่ยนทิศทาง ปรับโครงสร้าง และเพิ่มมูลค่า พร้อมขยายตลาดใหม่สู่ Emerging Market ที่มีกำลังซื้อและต้องการความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงเร่งพัฒนาสินค้า เพิ่มคุณภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มแทนสินค้าที่แข่งขันด้านปริมาณและราคา อย่างอาหารแปรรูป อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารสำหรับผู้สูงอายุ หรือ อาหารแห่งอนาคต ธุรกิจต้องเดินหน้าด้วยนวัตกรรม ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ลดต้นทุน เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะการใช้พลังงานทดแทนและและบรรจุภัณฑ์ทางเลือก ส่วนการร่วมจัดงานกับ ProPak Asia 2026 ถือเป็นจิ๊กซอว์ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มไทย โดยเฉพาะ SME และสตาร์ตอัพ ให้เข้าถึงเทคโนโลยีการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยยกระดับและพัฒนาการผลิตให้ตอบโจทย์ความต้องการของโลก ลดต้นทุน และ Zero Waste ในโอกาสนี้ สอท. เข้าร่วมเสวนาใน ProPak Stage หัวข้อ “Asia F&B Industry Outlook: Economic Signals & Game Changer” ซึ่งพูดถึงภาพรวมสภาวะเศรษฐกิจ และแนวทางการปรับตัว โดยจัดขึ้นวันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00–13.45 น. จึงขอเชิญผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมงานฯ เพื่อรับฟังแนวคิดเชิงกลยุทธ์เพื่อนำไปปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ

งาน ProPak Asia 2026 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและขอข้อมูลรายละเอียดการจัดงานฯ ได้ที่ www.propakasia.com