สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) ห่วงปัญหา “ผู้รับเหมาทิ้งงาน” หลังต้นทุนพุ่ง กำไรหด เตือนผู้บริโภค ‘อย่าหลงเชื่อ ราคาถูกเกินจริง’ สัญญาณอันตราย ‘เสียเงิน-ไม่ได้บ้าน’ แนะ 6 วิธีป้องกันผู้รับเหมาทิ้งงาน เช็กให้ชัวร์ก่อนจ้าง เร่งยกระดับมาตรฐานสร้างบ้าน สร้างการรับรู้ผู้บริโภค ตอกย้ำความเชื่อมั่น ‘สร้างบ้านปลอดภัย’ ทั่วประเทศ
นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยว่า จากกรณีข่าวการทิ้งงานก่อสร้าง ที่สร้างความเสียหายในวงกว้างให้กับผู้บริโภคที่มีความตั้งใจวางแผนสร้างบ้าน แต่สุดท้ายกลับไม่ได้บ้าน ซึ่งทางสมาคมฯ วิเคราะห์ถึงต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นแนวทางป้องกันปัญหา “ผู้รับเหมาทิ้งงาน” ให้แก่ผู้บริโภคทั่วประเทศ
เจาะลึกวิกฤต ‘ราคาถูกเกินจริง’
ทั้งนี้ ปัญหาการทิ้งงานที่เริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้นในขณะนี้ สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันด้านราคาที่ยังคงรุนแรง ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญภาวะกำไรหดตัว และส่งผลให้บางรายไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เนื่องจาก ราคาขายไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เมื่อเริ่มขาดสภาพคล่องและไม่มีงานใหม่เข้ามาหมุนเวียนจึงกระทบโดยตรงถึงผู้บริโภคที่ไม่ได้บ้านตามที่โฆษณาไว้ในสื่อ และกลายเป็นวงจรความเสียหายที่ยากจะเยียวยา
โดยเฉพาะผู้บริโภคที่กำลังวางแผนสร้างบ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้กลยุทธ์การตลาดและขาย กำหนดให้ “ราคาถูกเกินจริง” ซึ่งเป็นราคาขายที่ไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของบริษัทรับเหมาบางกลุ่ม เพื่อต้องการดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ
“เมื่อราคาขายไม่สะท้อนต้นทุนจริง ทำให้เกิดปัญหาการทิ้งงานเริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้นในขณะนี้ ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญภาวะกำไรหดตัว และบางรายไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เมื่อเริ่มขาดสภาพคล่องและไม่มีงานใหม่เข้ามาหมุนเวียน ส่งผลกระทบโดยตรงถึงผู้บริโภคที่ไม่ได้บ้านตามที่โฆษณาไว้ในสื่อ กลายเป็นวงจรความเสียหายในวงกว้าง” นายอนันต์กร กล่าว
6 แนวทางต้องรู้ เช็คให้ชัวร์ ลดเสี่ยงโดนทิ้งงาน
ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา “บ้านกลายเป็นซาก” สมาคมฯ แนะ 6 วิธีเลือกผู้รับเหมามืออาชีพที่ได้มาตรฐานและอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมาย ดังนี้
1. ระวัง “ราคาที่ถูกเกินจริง” ราคาที่ต่ำกว่าราคากลางในตลาดมากเกินไปคือสัญญาณอันตรายอันดับแรก เพราะคุณภาพงานมีต้นทุนมาตรฐาน รวมถึงต้นทุนในการบริหารจัดการ และงานบริการที่ครบวงจร ซึ่งบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นมืออาชีพ จะมีระบบการดูแลที่ครอบคลุมมากกว่า ตั้งแต่การออกแบบจนถึงงานวิศวกรรมที่ซับซ้อน ซึ่งต้นทุนที่เหมาะสมเหล่านี้ เป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นคง
2. ตรวจสอบสถานะ “นิติบุคคล” การว่าจ้างในรูปแบบนิติบุคคลที่ตรวจสอบได้ มีแหล่งที่ตั้งบริษัทอย่างชัดเจน พร้อมมีทุนจดทะเบียน เป็นปัจจัยที่ทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีผู้รับผิดชอบตลอดอายุสัญญา ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างจนถึงการส่งมอบ ซึ่งแตกต่างจากการเป็นบุคคลธรรมดา หรือเพจเฟซบุ๊กที่สามารถปิดตัวหนีความรับผิดชอบไปได้ง่ายๆ
3. สัญญาต้องเป็นไปตามมาตรฐาน “สคบ.” โดยสัญญาที่ได้มาตรฐานต้องระบุรายละเอียดงานและความรับผิดชอบที่รัดกุม ตามข้อบังคับสัญญาควบคุมของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ได้แก่ กำหนดระยะเวลาชัดเจน เริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างอย่างถูกต้อง พร้อมระบุรายละเอียดวัสดุที่ชัดเจน เช่น แบรนด์ รุ่น และเกรดวัสดุ เพื่อป้องกันข้อพิพาทและการลดสเปกงาน รวมทั้งการกำหนดค่าปรับกรณีล่าช้า และการรับประกันโครงสร้างตามกฎหมาย
4. การเบิกงวดงานที่สอดคล้องกับหน้างานจริง การทำงานโดยบริษัทรับสร้างบ้านที่ได้มาตรฐานและเป็นมืออาชีพ ต้องไม่มีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้าที่สูงจนผิดปกติ ซึ่งการเบิกเงินในแต่ละงวดต้องสอดคล้องกับค่าบริหารจัดการและเนื้องานที่ก่อสร้างเสร็จจริง เพื่อให้เงินที่จ่ายไปแปรสภาพเป็นเนื้องานที่จับต้องได้ ป้องกันความเสี่ยงจากการเบิกเงินเกินเนื้องาน
5. “คุณภาพทีมงาน” และ “ผลงานจริง จะสะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่าบริษัทที่ว่าจ้างนั้นจะน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน อย่าเชื่อเพียงภาพถ่ายในสื่อออนไลน์ แต่ให้พิจารณาถึงความเป็นมืออาชีพของทีมงาน ผู้บริโภคควรเลือกผู้ประกอบการที่มีทีมสถาปนิกและวิศวกรที่มีประสบการณ์เฉพาะด้าน เข้ามาดูแลควบคุมงานอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะแตกต่างจากผู้รับเหมาทั่วไปที่มีเพียงช่างฝีมือแต่ขาดการควบคุมมาตรฐานทางวิศวกรรม นอกจากนี้ควรขอชมหน้างานจริง เพื่อยืนยันคุณภาพงานที่เป็นรูปธรรม
6. ยึดถือหลัก “มาตรฐานวิชาชีพ” พิจารณาเลือกผู้ประกอบการที่สังกัดองค์กรหรือสมาคมวิชาชีพที่มีการกำกับดูแลสมาชิกภายใต้ระเบียบและกฎหมายควบคุม เพราะจะมีกลไกตรวจสอบคุณสมบัติสมาชิก การมีจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ และมีหน่วยงานกลางที่ช่วยประสานงานไกล่เกลี่ยหากเกิดข้อพิพาท ซึ่งเป็นมาตรฐานการทำงาน และจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการจะดำเนินต่อได้จนแล้วเสร็จ
ย้ำความเชื่อมั่น “สร้างบ้าน…ปลอดภัย”
นายอนันต์กร กล่าวว่า บ้านคือความฝันทั้งชีวิต อย่าตัดสินใจเพียงเพราะราคาถูกหรือรูปโฆษณา การเลือกบริษัทรับสร้างบ้านที่มีทีมงานมืออาชีพ มีสัญญาที่โปร่งใส และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่ตรวจสอบได้ คือหลักประกันที่ดีที่สุดที่จะเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นบ้านที่มั่นคง
“ทั้งนี้ เพื่อเป็นหยุดวงจรความเสียหายที่ยากจะเยียวยาจากการบริษัทผู้รับเหมาทิ้งงาน ทางสมาคมฯ ให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานและความเชี่ยวชาญในการสร้างบ้านของบริษัทรับสร้างบ้าน ในทั่วประเทศ หากผู้บริโภคเลือกสร้างบ้านกับบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ บริษัทเหล่านี้มีการให้บริการที่ครบวงจร และการส่งมอบงานตามสัญญาที่เป็นธรรม ตรวจสอบได้ จากสมาคมฯ ซึ่งเป็นผู้ช่วยคัดกรองมาตรฐานเบื้องต้นแล้ว ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบผู้บริโภค ทั้งการสูญเสียงบประมาณ บ้านสร้างไม่เสร็จ งานไม่ได้คุณภาพ หรือเกิดข้อพิพาทที่ต้องใช้เวลานานในการดำเนินคดี” นายอนันต์กร กล่าว

More Stories
ศุภาลัย รุกตลาด Long Stay เสริมบริการด้วยไทยแลนด์ ลองสเตย์ ปลดล็อกดีมานด์ต่างชาติ ปั้นไทยสู่ Global Living Hub
ศุภาลัย ยกระดับการอยู่อาศัย เปิดตัว “ไพร์ม วิลล่า แจ้งวัฒนะ” บ้านหรูสไตล์ Tropical Modern เอกสิทธิ์เพียง 36 หลัง
A5 ผนึก ร.พ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ยกระดับ Holistic Wellness Living