18 พฤษภาคม 2026

THE MASTER

ย่อโลกข่าวไว้ในมือคุณ

อุตฯ เครื่องดื่มโลกโต 65.52 ล้านล้านบาท ด้าน อินฟอร์มาฯ จัด ProPak Asia 2026

หนุนผู้ประกอบการไทยใช้เทคโนโลยี-นวัตกรรม ยกระดับการผลิตพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม จับกลุ่ม Wellness – Longevity เกาะกระแสเมกะเทรนด์โลก

อุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยรั้งฐานะผู้ส่งออกเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์อันดับ 5 โลก ด้านมูลค่าตลาดรวมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มโลกพุ่ง 65.52 ล้านล้านบาท ส่วนตลาดในประเทศ ปี 2569 แตะ 5 แสนล้านบาท ด้าน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เผยทิศทางอุตสาหกรรมฯ มุ่งโจทย์เมกะเทรนด์ กลุ่ม Wellness – Longevity ล่าสุดประกาศพร้อมจัดงาน ProPak Asia 2026 หนุนผู้ประกอบการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี เร่งเปลี่ยนผ่าน-พัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบธรรมชาติและสมุนไพรพุ่งเป้าตีตลาดโลก

นางสาวกชสร โตเจริญธนาผล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน ProPak Asia 2026 เผยถึงภาพรวมและทิศทางของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มว่า ตลาดเครื่องดื่มโลกยังสามารถเติบโตได้ ข้อมูลของ Mordor Intelligence บริษัทวิจัยตลาดระดับโลกคาดว่าตลาดเครื่องดื่มโลก ปี 2026 จะมีมูลค่าประมาณ 2.03 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 65.52 ล้านล้านบาท มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 5.65% โดยเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด จากรายได้และจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของเมือง ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่สะดวกและตอบสนองพฤติกรรมการบริโภคที่มุ่งเน้นสุขภาพ (Wellness) การมีอายุที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity) การดูแลสุขภาพชิงป้องกัน

สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของไทยนั้น ยังคงรักษาฐานะการเป็นผู้ส่งออกเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์อันดับ 5 ของโลกได้ ส่วนมูลค่าตลาดร่วมในประเทศปี 2026 นั้น คาดว่าจะสูงกว่า 5 แสนล้านบาท โดยมีทิศทางไปในแนวทางเดียวกับตลาดโลก ดังนั้นเพื่อยกระดับเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรับมือกับความท้าทายในปัจจุบัน นวัตกรรมและเทคโนโลยีจึงเป็นคำตอบสำคัญที่ช่วยปรับปรุงและวางแผนการดำเนินงานและกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดงาน ProPak Asia 2026 ปีนี้ จึงสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมฯ อย่างยิ่ง โดยนอกจากจะเป็นเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ยังมีไฮไลต์ที่ครอบคลุมนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องจักรที่รองรับการผลิตที่ครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มทุกประเภท อาทิ เทคโนโลยีปลอดเชื้อขั้นสูง (Aseptic Technology) การปรับเปลี่ยนสายการผลิตเพื่อรองรับบรรจุภัณฑ์น้ำหนักเบา บรรจุภัณฑ์พลาสติกจากการรีไซเคิล (rPET) ตลอดจนการใช้ AI มาบริหารจัดการสายการผลิตเพื่อลดความสูญเสีย (Zero Waste) และลดต้นทุนพลังงาน ฯลฯ พร้อมทั้งมีโซนกิจกรรมพิเศษ ProPak Drinksphere ศูนย์รวมแห่งอนาคตอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่นำเสนอข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ การสาธิต และเวิร์กช็อปในหัวข้อที่น่าสนใจ ทั้งนวัตกรรมเครื่องดื่มยุคใหม่, เทคโนโลยีการผลิตน้ำขั้นสูง, เครื่องดื่ม Functional Drink และคราฟต์แอลกอฮอล์,
 เทคโนโลยีและเทรนด์อุตสาหกรรม ฯลฯ รวมถึงสัมมนาพิเศษในหัวข้อ Hydration & Health : บทบาทของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและการมีอายุยืนยาว โดย สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย ฯลฯ จึงอยากเชิญชวนให้ผู้ประกอบการและผู้สนใจในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มเข้าเยี่ยมชมการจัดงานฯ ในครั้งนี้

ด้านนายเอมิล ฮัดดัด ผู้จัดการทั่วไปภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ฮัสกี้ เทคโนโลยีส์ จำกัด บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมเครื่องจักรและระบบฉีดขึ้นรูปพลาสติก (Injection Molding Systems) เผยถึงมุมมองต่ออุตสาหกรรมเครื่องดื่มในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า มีการเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องจากการขยายตัวของเมือง ความต้องการและความนิยมสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์สะดวกต่อการบริโภค ส่วนจุดเด่นของภูมิภาคในอุตสาหกรรมการผลิตนั้น คือ การเป็นฐานการผลิตในหลายอุตสาหกรรมที่เน้นโซลูชันบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน คุ้มค่าต้นทุน เป็นตลาดเชิงยุทธศาสตร์ในการเติบโตระยะยาว จุดเด่นดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มบรรจุภัณฑ์โลกที่ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืน เศรษฐกิจหมุนเวียน การใช้วัสดุรีไซเคิล การลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์เพื่อลดการใช้วัสดุและต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยระบบดิจิทัล

ดังนั้นบริษัทฯ จึงกำหนดบทบาทในการเสริมศักยภาพแก่ผู้ประกอบการ โดยออกแบบเทคโนโลยีเครื่องจักรให้ตอบสนองการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดการใช้วัตถุดิบและของเสีย รักษาคุณภาพให้สม่ำเสมอ ควบคุมต้นทุนรวม และสนับสนุนการใช้วัสดุรีไซเคิล ทำให้ผู้ประกอบการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ปรับปรุงเวลาการเดินเครื่อง (uptime) ขยายกำลังการผลิตได้อย่างมั่นใจ ซึ่งเทคโนโลยีของบริษัทฯ เป็นโซลูชั่นแบบครบวงจรที่รวมเอาเครื่องจักร แม่พิมพ์ ระบบฮอทรันเนอร์ อุปกรณ์เสริม และระบบตรวจสอบไว้ในแพลตฟอร์มเดียว จึงถูกนำไปใช้ทั้งในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และการแพทย์ โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม 3 อันดับแรก ได้แก่ ระบบฉีดพรีฟอร์ม PET สำหรับบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม (PET preform systems), ระบบผลิตฝาขวด (Closure manufacturing systems), และเทคโนโลยีฮอทรันเนอร์ (Hot runner technologies) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของกลุ่มเครื่องดื่มและบรรจุภัณฑ์ ส่วนการร่วมงานกับ ProPak Asia 2026 นั้น มีไฮไลต์สำคัญ คือ การเปิดตัวแพลตฟอร์มการขึ้นรูปประสิทธิภาพสูงรุ่น HyLECTRIC™ และ HyPERSYNC™ ครั้งแรกของภูมิภาค และ ระบบฉีดพรีฟอร์ม PET รุ่น HyPET®6e และ HyPET® NX6 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มผลผลิต รักษาคุณภาพ และปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ที่ บูธ C2-AF04 ฮอลล์ C2

ส่วนนายอุลริช เมมเพล หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชีย บริษัท เคเอชเอส เอจี (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความเห็นถึงทิศทางอุตสาหกรรมฯ เพิ่มเติมว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลต่ออุตสาหกรรมในขณะนี้ แต่ในระยะยาวยังเติบโตได้แข็งแกร่งโดยเฉพาะตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ประกอบการจึงต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาระบบการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูง ยืดหยุ่น และประหยัดพลังงาน ด้วยเหตุนี้บริษัทฯ จึงมุ่งนำเสนอระบบบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรที่ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างในแต่ละประเทศ อาทิ ประเทศไทยกลุ่มบรรจุภัณฑ์ขวด PET เป็นตลาดหลัก ส่วนเวียดนามเน้นการใช้กระป๋อง โดยระบบบรรจุภัณฑ์ของ KHS ครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก ทั้งกลุ่มกระป๋อง ที่นำเสนอ SmartCan Eco เครื่องบรรจุและปิดฝาขนาดเล็กโดดเด่นด้านสุขอนามัยและประสิทธิภาพ กลุ่ม PET มีระบบ InnoPET FreshSafe QuadBlock ที่บูรณาการระบบเป่าขวด ติดฉลาก และบรรจุเข้าด้วยกัน พร้อมเทคโนโลยี Plasmax ช่วยรักษาคุณภาพเครื่องดื่มให้ยาวนาน กลุ่มแก้ว เป็นเครื่องล้างขวด Innoclean Cascade D ที่สร้างมาตรฐานใหม่ในการประหยัดทรัพยากรและพลังงาน

นอกเหนือจากการนำเสนอเทคโนโลยีระดับโลกแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้แก่ผู้ผลิตท้องถิ่น ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลอย่าง Technical Talks และ KHS Virtual Training Center รวมถึงการมีเครือข่ายวิศวกรบริการกว่า 200 คน ที่พร้อมให้บริการอย่างรวดเร็ว ส่วนการร่วมจัดงานกับ ProPak Asia 2026 นั้น เพราะเป็นงานที่มีบทบาทสำคัญต่อกลยุทธ์การขยายตลาดในเอเชีย และ เป็นงานแสดงสินค้าที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคนี้ โดยไฮไลท์ที่จะนำมาจัดแสดงนั้น จะเน้นโซลูชั่นบริการแบบครบวงจร ทั้งการบำรุงรักษาเครื่องจักร การปรับเปลี่ยนสายการผลิต (Line Conversions) และโซลูชัน การฝึกอบรม โดยโซลูชั่นดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักร (uptime) ความยืดหยุ่น และประสิทธิภาพโดยรวมของระบบได้สูงสุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “ศักยภาพด้านบริการ” มีความสำคัญไม่แพ้ “นวัตกรรมเครื่องจักร” ในตลาดปัจจุบัน

สำหรับงาน ProPak Asia 2026 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและขอข้อมูลรายละเอียดการจัดงานฯ ได้ที่ www.propakasia.com

 

 

 

 

You may have missed