รับทรัพย์จากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และเกาหลีใต้
บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 875 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 349% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก ผลประกอบการที่โดดเด่นของโรงไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ ซึ่งสอดคล้องกับสภาวะอุตสาหกรรมของ ทั้ง 2 ประเทศที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง เนื่องจากการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ Data Center บริษัทลุยลงทุนเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ผ่านแนวทาง Asset Recycling และการควบรวมและซื้อกิจการในธุรกิจไฟฟ้า ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคุณภาพสูงและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้อย่างรวดเร็ว
นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group กล่าวว่า “ผลประกอบการไตรมาสแรกของ ปี 2569 สะท้อนความยืดหยุ่นอย่างแข็งแกร่งในการปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และความสามารถในการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพของบริษัท ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ยังมีความผันผวน ทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก ภูมิรัฐศาสตร์ และต้นทุนพลังงาน โดยบริษัทสามารถผลักดันให้ผลการดำเนินงานพลิกฟื้นกลับมาเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้าได้อย่างโดดเด่น จากแรงสนับสนุนของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่หลายแห่งในต่างประเทศ รวมถึงการบริหารต้นทุนและพอร์ตโฟลิโออย่างมีวินัย ภายใต้กลยุทธ์ “POWER4” และแนวคิด “ONE EGCO ONE GOAL” เพื่อมุ่งสร้างการเติบโตที่มั่นคง สมดุล และยั่งยืน”
เจาะลึกปัจจัยขับเคลื่อนความสำเร็จ ไตรมาส 1/2569
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 EGCO Group รับรู้รายได้รวม 9,509 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ในขณะที่มีกำไรจากการดำเนินงาน 970 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 966% และมีกำไรสุทธิ 875 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 349% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยปัจจัยสนับสนุนหลักของกำไรจากการดำเนินงานและ กำไรสุทธิมาจาก
- การขยายตัวตามอุปสงค์ Data Center & AI (สหรัฐอเมริกา) : โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Linden Cogen และกลุ่มโรงไฟฟ้า Compass ในสหรัฐอเมริกา ทำรายได้และปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น จากการเติบโตแบบก้าวกระโดดของธุรกิจ Data Center และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
- การเติบโตตามอุตสาหกรรม Semiconductor (เกาหลีใต้) : โรงไฟฟ้า Paju ES มียอดขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเพื่อรองรับภาคการผลิตสำคัญ
- การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ (ประเทศไทย) : โรงไฟฟ้า BLCP มีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้น
อย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลง
นอกจากนี้ ในด้านฐานะการเงิน EGCO Group สามารถรักษาระดับการเติบโตและสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ได้อย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีสินทรัพย์รวม 225,678 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปี 2568 และ มีส่วนของผู้ถือหุ้น 102,456 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% ขณะที่ยังคงมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 28,943 ล้านบาท ซึ่งรองรับความยืดหยุ่นทางการเงินและโอกาสการลงทุนในอนาคต
นายธวัชชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายการดำเนินธุรกิจของ EGCO Group จะยังคงมุ่งบริหารพอร์ตโฟลิโอเชิงรุก แสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ในระยะยาว สำหรับการลงทุนในประเทศ มีโครงการไฮไลท์และแผนงานเชิงรุกในปี 2569 ที่สำคัญ ดังนี้
- การรุกพลังงานสะอาดในประเทศของโครงการ RE Big Lot รอบที่ 2 : มีความคืบหน้าอย่างมากในการทยอยลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะยาว จำนวน 11 โครงการ กำลังผลิตรวม 448 เมกะวัตต์ โดยลงนามเสร็จสิ้นไปแล้ว 3 โครงการ และคาดว่าจะลงนามแล้วเสร็จทั้งหมดในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้
- การพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต: นิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง (ERIE) อยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ากลุ่ม Data Center รายใหญ่ พร้อมศึกษาแนวทางการพัฒนาโรงไฟฟ้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการ ใช้ไฟฟ้าสีเขียวโดยตรง
สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ บริษัทลุยลงทุนเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ผ่านแนวทาง Asset Recycling หรือการหมุนเวียนสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางการเงิน และสนับสนุน การนำเงินไปลงทุนต่อยอดในโครงการที่มีศักยภาพและให้ผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้นในระยะยาว และการควบรวมและ ซื้อกิจการ ทั้งในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคุณภาพสูงและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งความต้องการใช้ไฟฟ้าขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากความต้องการของธุรกิจ Data Center นอกจากนี้ บริษัทยังคง ให้ความสำคัญกับพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดระดับสากล โดยมีการทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องจาก APEX ในสหรัฐอเมริกา ที่มีโครงการพลังงานหมุนเวียน ทั้งพลังงานลมและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 4 โครงการ กำลังผลิตติดตั้งรวม 698 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทยอยเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในช่วงปี 2569-2570 นับเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนการเติบโตของพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดในอนาคตต่อไป
นอกจากนี้ บริษัทยังตอกย้ำความเชื่อมั่นด้านความยั่งยืนในระดับสากล โดยล่าสุด EGCO Group ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนีความยั่งยืนระดับโลก Dow Jones Best-in-Class Indices (DJ BIC) ประจำปี 2026 ในประเภทสาธารณูปโภคไฟฟ้าของกลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่ โดยได้รับการประเมินในระดับสูงสุด (Top Score) ของกลุ่ม
“เรามั่นใจว่า พลังความเป็นหนึ่งเดียวของ ONE EGCO จะขับเคลื่อนไปสู่ ONE GOAL แห่งความสำเร็จ ในการยกระดับศักยภาพพอร์ตโฟลิโอและสร้างมูลค่าเพิ่มที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กร คาร์บอนต่ำอย่างมั่นคงและยั่งยืนร่วมกัน” นายธวัชชัย กล่าวสรุป

More Stories
ทีทีบี เปิดหลักสูตร “SME Growth Navigator Bootcamp” ชวน SME ท้าทายวิธีเดิม สร้างกลยุทธ์เติบโตด้วย LEAN, Data และ AI
SAWAD เดินหน้าปั้น Smart Field Leadership เสริมแกร่ง Digital Skills สร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า
“กรุงศรี ออโต้” ชวนลูกค้าย้อนรอยประวัติศาสตร์ สัมผัสเสน่ห์ “เพชรบุรี” เมืองมรดกหลากมิติ ผ่านประสบการณ์ GO Travel