นายณรงค์พล ประภานิรินธน์ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานการตลาด รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย ไตรมาส 1 ปี 2569 โดยภาพรวมความเคลื่อนไหวด้านอุปสงค์ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 เป็นไปในทิศทางเดียวกับ ที่ REIC คาดการณ์ไว้ คือ เริ่มเห็นการฟื้นตัวในด้านอุปสงค์ โดยมียอดโอนกรรมสิทธิ์ จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นผลจากมาตรการสนับสนุน ของรัฐบาล สะท้อนความต้องการที่อยู่อาศัยของคนไทยยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่มีการปรับระดับราคา ขนาด และรูปแบบที่อยู่อาศัยลงตามความสามารถในการซื้อมากขึ้น ทั้งนี้ คาดการณ์แนวโน้มภาพรวมของตลาดที่อยู่อาศัยทั้งปี แม้จะปรับตัวลดลงจากปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในประเทศตะวันออกกลาง ที่มีผลกระทบ

โดยตรงต่อความมั่นคงทางด้านพลังงาน ผลักดันให้ต้นทุนค่าขนส่งและวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแม้จะอยู่ในกรอบเป้าหมาย แต่มีผลต่อกำลังซื้อของภาคครัวเรือนอย่างมีนัยสำคัญ โดยการปรับลดลงดังกล่าวน้อยกว่าที่คาดไว้เดิม เพราะมีปัจจัยบวกเข้ามาสนับสนุนหลายด้าน อาทิ มาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ต่ออีก 1 ปี มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง เหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลัง (พ.ร.ก. เงินกู้ 400,000 ล้านบาท) ที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจ และตลาดที่อยู่อาศัยไม่ให้ทรุดตัวลงรุนแรง คาดการณ์ว่าจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ ปี 2569 จะลดลงเพียงร้อยละ 1.1 (YoY) และมีมูลค่าลดลงเพียงร้อยละ 2.3 (YoY) สินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ทั่วประเทศในปี 2569 มีทิศทางที่สอดคล้องกับการโอนกรรมสิทธิ์กรณีพื้นฐาน (Base Case) โดยคาดการณ์มูลค่าสินเชื่อปล่อยใหม่จะลดลงร้อยละ 1.6 (YoY) โดยขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง และความเสี่ยงจากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจและการค้าโลก
ทางด้านอุปสงค์ สะท้อนผ่านตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ที่มีทิศทางเพิ่มขึ้นในเชิงปริมาณ แต่เติบโตเพียงเล็กน้อยในเชิงมูลค่า โดยมี การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 72,583 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 (YoY) มูลค่า 187,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 (YoY) โดยกรุงเทพมหานคร พบว่า จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นแต่มูลค่าลดลง โดยมีจำนวน 17,746 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.1 (YoY) มูลค่า 64,952 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.5 (YoY) ส่วนพื้นที่ปริมณฑลที่ยังขยายตัว และรักษาระดับเป็นบวกได้ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า ประกอบด้วยจังหวัดนนทบุรี มีจำนวน 3,961 หน่วยเพิ่มขึ้น ร้อยละ 15.3 (YoY) มูลค่า 11,718 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 (YoY) และ จังหวัดปทุมธานี มีจำนวน 4,915 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 (YoY) และมูลค่า 10,491 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 (YoY)
นอกจากนี้ ยังพบว่า ในไตรมาส 1 ปี 2569 สัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ด้านจำนวนหน่วยบ้านมือสองมีสัดส่วนร้อยละ 67 ขณะที่บ้านสร้างใหม่มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 33 โดยกลุ่มราคาที่มีทิศทางเป็นบวก หรือเป็นกลุ่มราคาที่ยังคงขยายตัวได้ดีและเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดในไตรมาส 1 ปี 2569 คือ กลุ่มราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท โดยมีจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์รวม 69,447 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7 (YoY) มูลค่ารวม 141,242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 11.5 (YoY) เป็นการโอนกรรมสิทธิ์บ้านสร้างใหม่ 21,990 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.7 (YoY) มูลค่า 61,716 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 (YoY) บ้านมือสอง 47,457 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.7% (YoY ) มูลค่า 79,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.5 (YoY) เป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคาสูงเกินกว่า 7 ล้านบาทขึ้นไป ประสบภาวะหดตัว ในด้านจำนวนหน่วยอย่างชัดเจนทั้งประเภทบ้านใหม่และบ้านมือสอง โดยมีการโอนกรรมสิทธิ์รวม 3,136 หน่วย ลดลงร้อยละ 14.8 (YoY) มูลค่ารวม 45,940 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 16.3 (YoY)

More Stories
ส.อุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ จัดงานเสวนา
เริ่มต้นใหม่กับ BAM” ช่วยลูกหนี้ตั้งต้นชีวิตใหม่ ลดเงินต้นสูงสุด 30% พร้อมทางเลือกผ่อนสบายไร้ดอก 3 ปีแรก ผ่อนเบาจบไวใน 10 ปี
ORN เปิดพรีเซล “THE ASTRA INFINITE” คอนโดฯลักชัวรีสไตล์ Classic Colonial ใจกลางเชียงใหม่