1 กรกฎาคม 2026

THE MASTER

ย่อโลกข่าวไว้ในมือคุณ

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ EECiti ปลุกดีมานด์ที่อยู่อาศัยระลอกใหม่

รับการเติบโตของเมืองอัจฉริยะและการลงทุนระดับโลก

 

“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” คาดโครงการ EECiti จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจภาคตะวันออก พร้อมจุดประกายดีมานด์ที่อยู่อาศัยระลอกใหม่จากการขยายตัวของเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และการหลั่งไหลของการลงทุนระดับโลก โดยมองว่า EECiti จะยกระดับพื้นที่ EEC จากฐานอุตสาหกรรมเดิมสู่ศูนย์กลางนวัตกรรม เทคโนโลยี และการใช้ชีวิตคุณภาพสูง ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกต่อตลาดที่อยู่อาศัยในระยะยาว

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือLALIN” ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพภายใต้แนวคิด “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” กล่าวว่า “EECiti จะเป็น Mega Magnet ที่สร้างแรงดึงดูดครั้งใหญ่ให้กับภาคตะวันออก เพราะการพัฒนาเมืองยุคใหม่ในครั้งนี้ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และระบบนิเวศทางเศรษฐกิจอย่างครบวงจร ซึ่งจะช่วยยกระดับพื้นที่ EEC สู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งอนาคตของประเทศ และสร้างความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพในวงกว้าง โดยเราประเมินว่าดีมานด์ที่อยู่อาศัยใหม่จาก EECiti มาจาก 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรรายได้สูง (High-skilled Labor / Tech Talent) ทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), ดิจิทัล, AI, การบิน และโลจิสติกส์, กลุ่มนักลงทุนระดับนานาชาติ ที่ต้องการที่พักอาศัยเพื่อรองรับการพำนักระยะยาวหรือการลงทุนปล่อยเช่า และกลุ่มครอบครัวในพื้นที่ ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและต้องการยกระดับคุณภาพชีวิต”

ทั้งนี้ ในมุมมองของ “ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” ระยะเริ่มต้นของการพัฒนา EECiti จะเห็นดีมานด์จากกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง วิศวกร และแรงงานทักษะที่เข้ามารองรับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ในระยะยาว ตลาดจะเปลี่ยนผ่านสู่ Real Demand อย่างชัดเจน จากการเข้ามาตั้งฐานขององค์กรระดับโลก ศูนย์วิจัย และธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งช่วยยกระดับกำลังซื้อของผู้บริโภคในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว เราเดินหน้าศึกษาทำเลยุทธศาสตร์ในภาคตะวันออกอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ ชลบุรี, ศรีราชา และระยอง ซึ่งถือเป็น Strategic Location สำคัญจากศักยภาพในการเชื่อมต่อระหว่างนิคมอุตสาหกรรมหลัก เมืองใหม่ และระบบสาธารณูปโภคที่ครบครัน ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติ และโครงข่ายคมนาคมสมัยใหม่

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใน EEC สะท้อนให้เห็นชัดว่าความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคยุคใหม่ก้าวสู่มิติใหม่ บ้านในอนาคตต้องตอบโจทย์ทั้งการทำงาน การใช้ชีวิต และสุขภาวะที่ดีในระยะยาว ทั้งยังมองว่าผู้บริโภครุ่นใหม่ในพื้นที่ EEC มีความต้องการที่อยู่อาศัยที่แตกต่างจากอดีตอย่างชัดเจน โดยให้ความสำคัญกับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ Flexible & Hybrid Living หรือพื้นที่ใช้สอยที่ปรับเปลี่ยนได้ เช่น ห้องทำงาน Work from Home หรือห้องสตูดิโอส่วนตัว, Green & Eco-Friendly Living ที่เน้นบ้านประหยัดพลังงาน ระบบรองรับ EV Charger และวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึง Smart & Well-being Ecosystem ที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต จุดแข็งสำคัญของ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ในการรองรับดีมานด์ดังกล่าว มาจากความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการแนวราบ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ภายใต้แนวคิด “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการอยู่อาศัยควบคู่ความคุ้มค่า โดยมีเอกลักษณ์ด้านการออกแบบในสไตล์ French Colonial ที่สะท้อนความหรูหรา อบอุ่น และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่

นอกจากนี้ บริษัท ฯ ยังเดินหน้ายกระดับมาตรฐาน Green Living Standard ผ่านการพัฒนาบ้านประหยัดพลังงาน การออกแบบเพื่อการระบายอากาศที่ดี และการเพิ่มพื้นที่ส่วนกลางสีเขียวขนาดใหญ่ในโครงการ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอยู่อาศัย ธรรมชาติ และสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย โดยเชื่อว่าในอีก 5-10 ปีข้างหน้า การพัฒนา EECiti จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านการกระจายรายได้ การยกระดับเมือง และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยภาคตะวันออกมีแนวโน้มก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของ GDP ประเทศไทย

EECiti จะมีบทบาทสำคัญของประเทศไทยบนเวทีโลก พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนระยะยาว และยกระดับมาตรฐานตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยสู่การแข่งขันด้านนวัตกรรมการอยู่อาศัยและความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากที่อยู่อาศัยที่มอบคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ให้ความสำคัญมาโดยตลอด นายชูรัชฏ์ กล่าวสรุป