ท่ามกลางการเร่งสร้างเครื่ องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ( New Growth Engine) ของประเทศไทย ภาคอุตสาหกรรมการแพทย์และสุ ขภาพกำลังถูกจับตามองในฐานะหนึ่ งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่มีศั กยภาพสูง ทั้งในด้านการค้า การลงทุน การผลิต และนวัตกรรม
ภาพดังกล่าวสะท้อนชัดเจนผ่ านความสำเร็จของ International Healthcare Week 2026 มหกรรมด้านอุตสาหกรรมการแพทย์ และสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซี ยน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 10 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โดยไม่ได้เป็นเพียงเวทีจั ดแสดงสินค้า แต่กำลังก้าวขึ้นเป็น “แพลตฟอร์มเศรษฐกิจ” ที่เชื่อมโยงผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน ผู้ผลิต ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้ให้บริการด้านสุขภาพจากทั่ วโลกไว้ในพื้นที่เดียว โดยภายในงานมีผู้เข้าร่วมชมงาน 26,000 คน และเกิดเจรจาธุรกิจจากงานมากกว่ า 5,700 คู่ค้า และยอดมูลค่าธุรกิจมากกว่าหมื่ นสองล้านบาท
เบื้องหลังความสำเร็จของงาน คือการวางกลยุทธ์ของ รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิ ภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ (ประเทศไทย) ที่ผลักดันให้ 4 งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ ได้แก่ CPHI South East Asia, World Health Expo (WHX) Bangkok, Medtec Southeast Asia และ Thailand Medical and Wellness Expo 2026 ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันเป็น Healthcare Ecosystem ที่ครอบคลุมห่วงโซ่อุตสาหกรรมสุ ขภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
การบูรณาการดังกล่าวทำให้ผู้ ประกอบการสามารถพบทั้งซั พพลายเออร์ ผู้ผลิต ผู้พัฒนาเทคโนโลยี โรงพยาบาล นักลงทุน และผู้ซื้อจากทั่ วโลกภายในงานเดียว ช่วยลดต้นทุนในการเข้าถึงตลาด เพิ่มโอกาสการจับคู่ธุรกิจ และเร่งการสร้างความร่วมมือเชิ งพาณิชย์ในระดับนานาชาติ
อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญ คือการที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมประกาศสนับสนุนนโยบาย Healthcare Economy อย่างชัดเจน สะท้อนว่าอุตสาหกรรมการแพทย์ และสุขภาพได้ถูกยกระดับเป็ นวาระแห่งชาติและเป็นหนึ่ งในกลไกสำคัญของการขับเคลื่ อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต ตัวเลขความสำเร็จของงานยืนยันศั กยภาพดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่การเจรจาจับคู่ธุรกิ จและคำสั่งซื้อที่เกิดขึ้ นภายในงาน สะท้ อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์ กลางการเชื่อมโยงการค้ าและการลงทุนของอุตสาหกรรมสุ ขภาพในภูมิภาค
ตลอด 3 วันของการจัดงาน มีการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ ( Business Matching) กว่า 5,700 คู่เจรจา ระหว่างผู้ผลิต ผู้ซื้อ นักลงทุน และผู้ให้บริการด้านสุ ขภาพจากกว่า 54 ประเทศ โดยคาดว่าจะต่อยอดสู่มูลค่ าทางธุรกิจกว่า 12,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม คุณค่าที่แท้จริงของ International Healthcare Week 2026 ไม่ได้อยู่เพียงตัวเลขในช่วง 3 วันของการจัดงาน แต่คือผลลัพธ์ระยะยาวที่ต่ อยอดไปสู่การลงทุนใหม่ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างเครือข่ายพันธมิตรระหว่ างประเทศ และการยกระดับศักยภาพของผู้ ประกอบการไทยให้สามารถเชื่อมต่ อกับห่วงโซ่อุปทานระดับโลกได้ มากขึ้น
สำหรับประเทศไทย งานนี้จึงมีความหมายมากกว่ าการเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมด้ านการแพทย์ หากแต่เป็นบทพิสูจน์ว่ าประเทศไทยมีศักยภาพในการก้าวสู่ การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุ ขภาพของอาเซียน ผ่านการเชื่อมโยงนโยบายภาครัฐ การลงทุนจากภาคเอกชน และเครือข่ายธุรกิจระดับโลกเข้ าด้วยกันบนแพลตฟอร์มเดียว
ในวันที่การแข่งขันของอุ ตสาหกรรมสุขภาพไม่ได้วัดกันที่ คุณภาพการรักษาเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการดึงดู ดการลงทุน การพัฒนาเทคโนโลยี และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุ ตสาหกรรม International Healthcare Week 2026 จึงเป็นภาพสะท้อนว่ าประเทศไทยกำลังก้าวจากบทบาท “ผู้จัดงานระดับนานาชาติ” ไปสู่การเป็น “ศูนย์กลาง Healthcare Economy” ที่มีบทบาทสำคัญต่อภูมิ ภาคในอนาคต
“วันนี้ ประเทศต่าง ๆ ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องคุ ณภาพของระบบสาธารณสุข แต่แข่งขันกันด้ วยความสามารถในการดึงดูดการลงทุ นด้านสุขภาพ และประเทศไทยกำลังใช้ International Healthcare Week เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมเศรษฐกิจสุ ขภาพกับโลก วันนี้เราไม่ได้สร้างเพียง Event Success แต่กำลังสร้าง Economic Infrastructure ให้กับอุตสาหกรรมสุ ขภาพของประเทศไทย” รุ้งเพชร กล่าว
Post navigation
More Stories
กรมอนามัย–ไลอ้อน (ประเทศไทย) เดินหน้า “เด็กไทยฟันดี” ปี 2
เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เป็นประธานในงานเปิดตัว “MONOPRIX”
พาณิชย์ เปิดตัว Thailand Content Market เวทีธุรกิจคอนเทนต์ระดับนานาชาติงานแรกของไทย