ORN จับมือ ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศึกษาวิเคราะห์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) เตรียมแผนเชิงรุก Mill Hill Forest School, สำนักงานใหญ่ รับผิดชอบต่อระบบนิเวศและทุนทางธรรมชาติ เสริมแกร่งพอร์ต ESG สอดรับมาตรฐาน FTSE Russell ESG Standard มุ่งสร้างจุดเปลี่ยนอสังหาฯ ภาคเหนือเติบโตอย่างยั่งยืนคู่ธรรมชาติ

นายอรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) หรือ ORN เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้ายกระดับการดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG จับมือศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย รศ. ดร. อลิส ชาร์ป หัวหน้าโครงการ พร้อมคณะนักวิจัย จัดทำโครงการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพพื้นฐาน (Baseline Biodiversity Survey) และพัฒนา แผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP) ในพื้นที่ โรงเรียนนานาชาติ Mill Hill International School Thailand และ สำนักงานใหญ่ เพื่อวางรากฐานการพัฒนาโครงการควบคู่กับการอนุรักษ์ระบบนิเวศอย่างเป็นรูปธรรม
ความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนแนวทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทุนทางธรรมชาติ (Natural Capital) และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของมาตรฐาน FTSE Russell ESG โดย ORN มุ่งใช้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์เป็นฐานในการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG (Evidence-based ESG Disclosure) เพื่อยกระดับความโปร่งใส ลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบ พร้อมเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
โครงการจะสำรวจระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิต 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ พรรณไม้ แมลง นก ปลา สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลื้อยคลาน ครอบคลุมพื้นที่ป่ากิจกรรม บ่อน้ำ ลำห้วย เนินริมทะเลสาบ และพื้นที่สีเขียวโดยรอบโครงการ พร้อมประเมินคุณค่าทางนิเวศวิทยา และศึกษาศักยภาพการดูดซับก๊าซเรือนกระจกตามแนวทางขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO)
ทั้งนี้ ผลการศึกษาจะนำไปสู่การจัดทำ Biodiversity Action Plan (BAP) ระยะ 3 ปี เพื่อเพิ่มความหลากหลายของชนิดพันธุ์พื้นถิ่น ลดชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว (Green Infrastructure) รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนผ่านกิจกรรม Citizen Science และ Nature Explorers เพื่อสร้างการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชนและประชาชนในวงกว้าง
“นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับมาตรฐานการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและบริหารจัดการพื้นที่ เพื่อสร้างสมดุล ลดผลกระทบระหว่างการพัฒนาที่อยู่อาศัย การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน” นายอรรคเดช กล่าว

More Stories
ศุภาลัย สร้างดี เดินหน้า “น้องสุขดี พี่สุขใจ” ปีที่ 4 เสริมสุขภาวะทางใจผ่านกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์
REIC จับมือ สสช. เชื่อมโยง Big Data ยกระดับฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ
ออริจิ้น – บริทาเนีย ส่งโปรแรง แซงทุกไฟล์ท ‘NOW or NEVER รีบคว้าก่อนหมด’ ขนข้อเสนอระดับ First Class ชวนแลนดิ้ง! กับคอนโดฯ-บ้านพร้อมอยู่ ราคาเริ่ม 1.39 ลบ