10 สิงหาคม 2026

THE MASTER

ย่อโลกข่าวไว้ในมือคุณ

4 สมาคมมันสำปะหลังไทย ประกาศภาวะวิกฤตหัวมันสำปะหลังขั้นรุนแรง ห่วงกระทบห่วงโซ่อุตสาหกรรม

 เรียกร้องรัฐบาลเร่งกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาโรคใบด่างและฟื้นฟูผลผลิต

 ปทุมธานี, 7 สิงหาคม 2569 – 4 สมาคมมันสำปะหลังไทยร่วมแถลงสถานการณ์อุตสาหกรรมมันสำปะหลังของประเทศไทย พร้อมประกาศเตือนว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับ “วิกฤตการขาดแคลนวัตถุดิบขั้นรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์” ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ และศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ

คณะสำรวจภาวะการผลิตและการค้ามันสำปะหลัง ฤดูการผลิตปี 2569/70 รายงานผลการสำรวจ ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต โดยพบว่า ผลผลิตมันสำปะหลังในฤดูการผลิตปี 2569/70 ลดลงเหลือประมาณ 18 ล้านตัน หดตัวร้อยละ 18.757 ล้านตัน หดตัวลงถึงร้อยละ 0.94 จากฤดูการผลิตปีก่อน แม้ว่าพื้นที่เพาะปลูกจะเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 2.29 แต่ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่กลับลดลง สะท้อนถึงปัญหาการขาดแคลนท่อนพันธุดีขั้นวิกฤต

จากผลการสำรวจดังกล่าว นายกสมาคมมันสำปะหลังไทยทั้ง 4 แห่ง ประกอบด้วย นายอำนาจ สุขประสงค์ผล นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย นายสมชาย วราธนสิน นายกสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย นายดุสิต พิทยาธิคุณ นายกสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย และนายปัญญา บุญบันดาลฤทธิ์ นายกสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ร่วมกันแถลงสถานการณ์อุตสาหกรรมมันสำปะหลังของประเทศไทย

ทั้ง 4 สมาคมระบุว่า ผลผลิตมันสำปะหลังในฤดูการผลิตปี 2569/70 ซึ่งคาดว่าจะลดลงเหลือประมาณ 18.757 ล้านตัน ถือเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ความต้องการใช้หัวมันสดภายในประเทศยังอยู่ในระดับ 37–45 ล้านตันต่อปี ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบอย่างรุนแรง โรงงานจำนวนมากสามารถเดินเครื่องผลิตได้เพียงร้อยละ 20–30 ของกำลังการผลิต ขณะที่ผู้ประกอบการลานมันในหลายพื้นที่จำเป็นต้องปิดกิจการหรือหยุดดำเนินงานชั่วคราว เนื่องจากไม่สามารถจัดหาวัตถุดิบได้อย่างเพียงพอ

ทั้ง 4 สมาคมยังเปิดเผยว่า มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง จากระดับสูงสุด 155,498 ล้านบาท ในปี 2565 และคาดว่าจะลดลงเหลือต่ำกว่า 70,000 ล้านบาท ในปี 2569 ส่งผลให้ประเทศไทยสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจไปแล้วกว่า 85,000 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องเร่งกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

สาเหตุสำคัญของวิกฤตดังกล่าวมาจากการขาดแคลนท่อนพันธุ์คุณภาพดีสำหรับการเพาะปลูกของเกษตรกร ส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังของประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง หรือ Cassava Mosaic Disease (CMD) โรคพุ่มแจ้ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเพาะปลูกและการเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตของเกษตรกร ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ทั้ง 4 สมาคมจึงเสนอข้อเรียกร้องเร่งด่วนต่อรัฐบาลใน 4 ด้าน ดังนี้

  1. ประกาศให้การแก้ไขปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลังเป็น “วาระแห่งชาติ” พร้อมเร่งจัดหาและกระจายท่อนพันธุ์สะอาด รวมถึงพันธุ์มันสำปะหลังที่มีความต้านทานต่อโรคให้แก่เกษตรกรอย่างทั่วถึง
  2. เร่งลงทุนด้านระบบน้ำ เทคโนโลยีการผลิต และจัดสรรงบประมาณสำหรับการฟื้นฟูผลผลิต เพื่อผลักดันปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังให้กลับเข้าสู่ระดับ 35 ล้านตันภายในระยะเวลา 3 ปี
  3. ยกระดับมาตรฐานการซื้อขาย และจัดให้มีกลไกตลาดที่เป็นธรรมแก่เกษตรกร
  4. เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการนำเข้าและส่งออก พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลกลางของอุตสาหกรรม เพื่อสร้างเสถียรภาพให้แก่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมมันสำปะหลังทั้งระบบ

ผู้แทนทั้ง 4 สมาคมย้ำว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหาร พลังงานชีวภาพ พลาสติกชีวภาพ ตลอดจนความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลก จึงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร เพื่อรักษาศักยภาพและความเป็นผู้นำของประเทศไทยในอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของโลก