10 สิงหาคม 2026

THE MASTER

ย่อโลกข่าวไว้ในมือคุณ

WHA Group โชว์ผลงานไตรมาส 2 ปี 69 โดยธุรกิจโลจิสติกส์-น้ำ-ไฟฟ้า เติบโตโดดเด่น

ชูเป้าหมายเต็มปีเติบโต คาดครึ่งปีหลังโดดเด่นจากยอดโอนที่ดิน และการขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ 3.7 พันล้านบาท

กรุงเทพฯ – บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)(WHA Group) โชว์ผลงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 เติบโตต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจโลจิสติกส์-น้ำ-ไฟฟ้า โดยมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 6,454.3 ล้านบาท ลดลง 30.8% (Y-Y) ด้านกำไรปกติรวม 2,084.5 ล้านบาท ลดลง 33.8% (Y-Y) ด้าน Group CEO “จรีพร จารุกรสกุล” แย้มครึ่งปีหลังเตรียมโอนที่ดินเพิ่มขึ้น จ่อขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์อีกกว่า 3.7 พันล้านบาท พร้อมศึกษาลงทุนพลังงานสะอาดเต็มสูบ 

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)(WHA Group) รายงานผลการดำเนินงาน ส่วนงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น  6,384.4  ล้านบาท ลดลง 32.1% (Y-Y) และกำไรสุทธิ 2,167.5 ล้านบาท ลดลง 29.1% (Y-Y) โดยเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 6,454.3 ล้านบาท ลดลง 30.8% (Y-Y) และกำไรปกติ 2,084.5 ล้านบาท ลดลง 33.8% (Y-Y)  ขณะที่งวดไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 3,142.1 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 659.2 ล้านบาท โดยเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 3,160.3 ล้านบาท ลดลง 20.4% และกำไรปกติ 639.6 ล้านบาท ลดลง 40.9% (Y-Y) เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)(WHA Group) เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปี 2569  WHA Group ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนใน 5 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย

ธุรกิจโลจิสติกส์ : เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้และส่วนแบ่งกำไรในช่วงครึ่งแรกปี 2569 เติบโต 19.2 (Y-Y)  และมีการลงนามสัญญาใหม่ทั้งในส่วนของโครงการ Built-to-Suit และโรงงาน/คลังสินค้าสำเร็จรูป เพิ่มขึ้น 52,989 ตร.ม. พร้อมทั้งมีสัญญาเช่าระยะสั้นผลตอบแทนสูงอีก 72,995 ตร.ม. ส่งผลให้ปัจจุบันมีพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการรวมทั้งสิ้น 3,239,607 ตร.ม.

ในไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทลงนามสัญญาเช่าพื้นที่สำหรับเก็บสินค้าอันตราย (Dangerous Goods) กว่า 4,700 ตร.ม. และได้รับการคัดเลือก (Award) จากผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำเป็นพื้นที่ 38,158 ตร.ม. คิดเป็นมูลค่ายอดสัญญารวมกว่า 828 ล้านบาท พร้อมอยู่ระหว่างเจรจาโครงการใหญ่อีกหลายราย คาดปิดดีลได้ภายในครึ่งหลังปี 2569

ส่วนโครงการ WHA Mega Logistics Center บางนา-ตราด กม. 23 (ขาเข้า) และWHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม. 21 มีผู้เช่าเกือบเต็ม 100% บริษัทจึงเร่งขยายเฟสใหม่บนทำเลยุทธศาสตร์ ได้แก่ โครงการ WHA Mega Logistics Center ชลหารพิจิตร กม. 4 โครงการ 2 (เฟส 1) พื้นที่ 60,000 ตร.ม. คาดว่าเสร็จภายในปีนี้, โครงการ WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม. 21 (เฟส 3) พื้นที่ 34,000 ตร.ม. คาดพร้อมบริการต้นปี 2570 และเตรียมเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการใหม่ล่าสุด WHA Manufacturing Park 331 เร็วๆ นี้ ขณะที่ศูนย์โลจิสติกส์เซ็นเตอร์แห่งแรกที่ประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมินห์กวาง ประสบความสำเร็จด้วยอัตราการเช่าเต็ม 100% ส่งผลให้บริษัทเร่งเดินหน้าพัฒนาโครงการถัดไปในจังหวัดทัญฮว้า พื้นที่กว่า 37,000 ตร.ม. รองรับดีมานด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะขายทรัพย์สินและทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวข้องให้กับกองทรัสต์ WHART และ WHAIR  ล่าสุดผู้ถือหน่วยกองทรัสต์ WHART ได้อนุมัติการเข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมพื้นที่ 99,390 ตร.ม. มูลค่า 2,508 ล้านบาท และผู้ถือหน่วยของกองทรัสต์ WHAIR ได้อนุมัติการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม พื้นที่ 45,329 ตร.ม. มูลค่าประมาณ 1,235 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ภายในช่วงครึ่งหลังปี 2569

ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม : ในครึ่งแรกปี 2569 มียอดขายที่ดินรวม 1,199 ไร่, ยอด MOU 217 ไร่, ยอดโอนที่ดิน 505 ไร่ และมียอดรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) จำนวน 1,464 ไร่ ซึ่งได้ปัจจัยหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกที่กระตุ้นให้ภาคธุรกิจย้ายฐานการลงทุน (Relocation) มายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และไทยถือว่าเป็นประเทศเป้าหมายที่มีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุน ด้วยความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ห่วงโซ่อุปทาน แรงงานทักษะ และทำเลที่ตั้ง สอดรับกับยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนครึ่งปีแรกที่แตะ 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากปีก่อน ขณะที่ยอด FDI รวม สูงถึง 1.36 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 80% จากปีก่อน สอดคล้องกับการขับเคลื่อนของประเทศในการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ระบบนิเวศอุตสาหกรรม และบุคลากร เพื่อรับมือการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น Digital and Technology, Semiconductor, Advanced Manufacturing และพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่ยุค New Economy

โดยไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีการเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินเพิ่ม 248 ไร่ และมี LOI/MOU ที่รอเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินเพิ่มเติมกับลูกค้าอีกหลายกลุ่มอุตสาหกรรมอีกจำนวน 217 ไร่ สะท้อนความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศที่พร้อมรองรับอุตสาหกรรมที่หลากหลายทั้งด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสมัยใหม่, กลุ่มยานยนต์, สินค้าอุปโภคบริโภค, เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และเซมิคอนดักเตอร์

นอกจากนี้ บริษัทเร่งขยายพื้นที่นิคมฯในไทยเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีนิคมฯ 17 แห่งในไทยและเวียดนาม โดยในไทยมีพื้นที่รอพัฒนาและกำลังก่อสร้าง 10,340 ไร่ ล่าสุดโครงการ WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 พื้นที่รวม 7,370 ไร่ ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้เร่งพัฒนาพื้นที่รองรับความต้องการ และจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงแรกแล้วในไตรมาสนี้  ส่วนในเวียดนาม บริษัทมีการพัฒนาที่ดินในนิคม WHA Industrial Zone 1 – Nghe An ที่จังหวัดเหงะอาน (Nghe An) แล้ว 4,241 ไร่ (678.5 เฮกตาร์) ขณะที่โครงการ WHA Smart Technology Industrial Zone 1 ที่จังหวัดทัญฮว้า เริ่มมีลูกค้าทยอยเซ็นสัญญา (LOI/MOU) เข้ามาแล้วเช่นกัน

ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ) : ใน 6 เดือนแรกปี 2569 มียอดขายและบริหารน้ำทั้งในและต่างประเทศรวม 87.1 ล้านลูกบาศก์เมตร จากการใช้น้ำเพิ่มขึ้นของลูกค้าทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ส่งผลให้ รายได้และส่วนแบ่งกำไรเติบโตถึง 26.7% แบ่งเป็นยอดจำหน่ายน้ำในไทยจำนวน 68.1 ล้านลูกบาศก์เมตร โต 10% จากการใช้น้ำที่เพี่มขึ้นของกลุ่มโรงไฟฟ้า ปิโตรเคมี และยานยนต์ นอกจากนี้ยังรับรู้รายได้ค่าธรรมเนียมจากการขอใช้น้ำเกินกว่าที่จัดสรร (Capacity Charge) อีก 58.7 ล้านบาท จากค่าธรรมเนียมลูกค้าที่ใช้น้ำเกินโควตา

พร้อมกันนี้ บริษัทได้มีการขยายกำลังการผลิตและบำบัดน้ำในนิคมฯ อุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 5 (ESIE 5) เฟส 1 แล้วเสร็จ โดยมีกำลังผลิต 3.2 ล้าน ลบ.ม./ปี พร้อมลุยสร้างระบบใหม่ใน WHA CIE1, WHA CIE2 และ WHA ESIE3 มีกำลังผลิตรวม 3.9 ล้าน ลบ.ม./ปี โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการในไตรมาส 4 ปีนี้ ครึ่งปีแรกคว้าสัญญาลูกค้ารายใหญ่เพิ่ม ดันยอดเซ็นสัญญาสะสมแตะ 17.5 ล้าน ลบ.ม./ปี สร้างความมั่นคงให้รายได้ประจำ (Recurring Income) ในระยะยาว

ส่วนเวียดนาม ในงวด 6 เดือนแรกปีนี้ มียอดขายน้ำ 19 ล้านลูกบาศก์เมตร ขยายตัว 2% ตามความต้องการในโครงการ Nghe An และ Cua Lo

ธุรกิจไฟฟ้า : สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2569 มีปริมาณการขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รวม 156.4 กิกะวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 60% และมีการเซ็นสัญญา Private PPA เพิ่มอีก 12 เมกะวัตต์ ดันยอดสะสมแตะ 384 เมกะวัตต์ และมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 1,070 เมกะวัตต์ ซึ่งแบ่งเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ดำเนินการแล้วจำนวน 756 เมกะวัตต์ (พลังงานหมุนเวียนจำนวน 228 เมกะวัตต์)  และอยู่ระหว่างการพัฒนาจำนวน 314 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด

ทั้งนี้ ส่วนแบ่งกำไรปกติจากการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าในไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมาแข็งแกร่ง ในระดับที่ 379 ล้านบาท จากเดิมที่ขาดทุน 150 ล้านบาท ในไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากโรงไฟฟ้าเก็คโค่วันสามารถเปิดดำเนินการได้โดยไม่มี outage ตลอดไตรมาส ด้านธุรกิจด้านพลังงานแสงอาทิตย์ยังมีการขยายการดำเนินงานด้านพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เซ็น MOU กับ บริษัท สินแพทย์ จำกัด เพื่อศึกษาการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรง (Direct PPA) และการใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าของบุคคลที่ 3 (TPA) รวมทั้งศึกษาการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ (SMR) เพื่อผลิตพลังงานสะอาดที่มีความเสถียร รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงในอนาคต

ธุรกิจโมบิลิตี้ : มุ่งยกระดับชูโซลูชันกรีนโลจิสติกส์ ผ่านการให้บริการครบวงจรรายแรกของไทยภายใต้แบรนด์ Mobilix โดยครอบคลุม 3 บริการหลัก ได้แก่ 1) บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) 2) สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และ 3) ซอฟต์แวร์อัจฉริยะจัดการรถและแบตเตอรี่ (Mobilix Software Solution)  โดยมียอดเช่ารถ EV เติบโต เพิ่มขึ้น ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 มียอดให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) สะสมรวมทั้งสิ้น 414 คัน

ธุรกิจดิจิทัล : บริษัทยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรผ่านแพลตฟอร์มสำคัญอย่าง Mobilix Software Solution และ WHASApp ซึ่งมีฟีเจอร์ CO2ZERO (บริหารจัดการคาร์บอนแบบเรียลไทม์) และ WeCYCLE (จัดการขยะรีไซเคิล) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน  โดยได้กางโรดแมพ 3 ปี “Flight of the Future” มุ่งสู่ระบบนิเวศองค์กรอัจฉริยะ (Intelligent Enterprise Ecosystem) ภายในปี 2028             เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ระบบงาน และบุคลากรเข้าด้วยกัน เพื่อให้คาดการณ์และปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว      สร้างบุคลากรและวัฒนธรรม AI ผ่าน 3 โครงการหลัก ได้แก่ AI Playground, Insight Now และ WHA AI Level UP เพื่อเร่งนำ AI มาใช้งานจริง เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ในระยะยาว

“ความสำเร็จในครึ่งปีแรก ถือเป็นการตอกย้ำผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก และได้สะท้อนผ่านรางวัล อาทิ คว้าอันดับ 1 ของโลก (Top 1%) ในกลุ่มบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ จากการประเมิน S&P Global CSA 2025 (ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2) และติดโผ S&P Global Sustainability Yearbook 2026 (ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4)  รวมทั้งผงาดบนเวทีระดับภูมิภาค ติดทำเนียบบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2026” สะท้อนความมั่นคงทางการเงินและการเติบโตที่แข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าพันธกิจ ‘WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND’ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและการลงทุนสู่ยุคเศรษฐกิจใหม่ (New Economy)”