ย้ำ “คอร์สหมดอายุไม่ใช่ข้ออ้าง!” จี้คืนเงินผู้ปกครองภายใน 15 วัน
(11 สิงหาคม 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยผลการช่วยเหลือผู้บริโภคกรณีซื้อคอร์สเรียนว่ายน้ำให้บุตร แต่สาขาที่ใช้บริการปิดตัวลง และถูกปฏิเสธการคืนเงินโดยอ้างว่าคอร์สหมดอายุ โดยได้มอบหมายให้ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมติดตามและรายงานผลต่อรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง และสั่งการให้ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและลงพื้นที่เจรจากับผู้ประกอบธุรกิจทันที จนได้ข้อยุติภายใน 1 วัน จากเดิมที่ผู้ร้องได้รับแจ้งว่าต้องรอเงินคืน 60 ถึง 120 วัน เหลือกำหนดคืนเงินภายใน 15 วัน
.
การดำเนินการดังกล่าวเป็นการสานต่อนโยบายรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับเด็กและครอบครัว ซึ่งการซื้อบริการแบบคอร์สผู้บริโภคต้องชำระเงินล่วงหน้าเป็นจำนวนมาก จึงต้องได้รับข้อมูลเงื่อนไขสำคัญครบถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อ
.
สำหรับกรณีดังกล่าว ผู้ร้องซื้อคอร์สเรียนว่ายน้ำให้บุตรตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 10 ครั้ง ใช้บริการไปเพียง 2 ครั้ง ต่อมาสาขาที่ใช้บริการปิดตัวลงโดยไม่แจ้งล่วงหน้า และเสนอให้ย้ายไปเรียนสาขาอื่นที่อยู่ไกลจากที่พัก เมื่อขอคืนเงินในส่วนที่ยังไม่ได้ใช้บริการ ได้รับแจ้งว่าต้องรอ 60 ถึง 120 วัน และต่อมาได้รับแจ้งว่าคอร์สหมดอายุเมื่อครบ 6 เดือน ทั้งที่ผู้ร้องระบุว่าวันที่ซื้อไม่เคยได้รับแจ้งเงื่อนไขเรื่องอายุคอร์ส ผู้ร้องจึงยื่นเรื่องร้องทุกข์ต่อ สคบ. เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานกับผู้ร้องในวันเดียวกัน ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการและเจรจากับผู้จัดการในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 จนได้ข้อยุติให้คืนเงินส่วนที่ยังไม่ได้ใช้บริการทั้งหมด โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ร้องภายใน 15 วัน ซึ่งผู้ร้องยินดีรับข้อเสนอ
.
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า คอร์สหมดอายุไม่ใช่ข้ออ้างที่จะนำมาปฏิเสธสิทธิของผู้บริโภค หากไม่ได้แจ้งเงื่อนไขกันให้ชัดตั้งแต่วันที่ขาย เรื่องนี้ดูเหมือนเป็นคอร์สเรียนว่ายน้ำหนึ่งคอร์ส แต่สำหรับครอบครัวหนึ่ง นี่คือเงินที่พ่อแม่จ่ายเพื่อพัฒนาทักษะให้ลูก เมื่อได้รับรายงาน จึงสั่งให้ สคบ. ลงพื้นที่ทันที เพราะไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมผู้บริโภคต้องรอเงินของตัวเองถึง 120 วัน ในเมื่อข้อเท็จจริงชัดและเจรจากันได้
.
นางสาวศุภมาสกล่าวต่อว่า ตนได้มอบหมายให้ สคบ. ติดตามการโอนเงินคืนจนครบถ้วนตามกำหนด และขยายผลตรวจสอบธุรกิจบริการที่เก็บเงินล่วงหน้าแบบคอร์สในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเด็กและครอบครัว ทั้งโรงเรียนสอนกิจกรรมต่างๆ สำหรับเด็ก สถาบันสอนพิเศษ และสถานออกกำลังกาย ว่าได้แจ้งเงื่อนไขสำคัญให้ผู้บริโภคทราบก่อนชำระเงินหรือไม่ ทั้งอายุคอร์ส การใช้บริการต่างสาขา การปิดหรือย้ายสาขา และสิทธิในการขอคืนเงิน หากพบการกำหนดเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมหรือปกปิดข้อมูลสำคัญ ให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที ด้านเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภครายงานว่า สคบ. ได้เพิ่มการลงพื้นที่และการเจรจากับผู้ประกอบธุรกิจโดยตรงในกรณีที่ข้อเท็จจริงชัดเจน เพื่อย่นระยะเวลาตั้งแต่รับเรื่องจนถึงการเยียวยาผู้บริโภค
.
“ก่อนซื้อคอร์สให้ลูก ขอให้ผู้ปกครองถามให้ชัดว่าคอร์สมีอายุกี่เดือน ใช้ได้กี่สาขา หากสาขาปิดหรือย้ายจะทำอย่างไร และหากเรียนไม่ครบจะคืนเงินภายในกี่วัน พร้อมเก็บใบเสร็จ สัญญา และข้อความสนทนาไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง หากถูกปฏิเสธสิทธิ อย่าปล่อยเรื่องไว้ ขอให้ร้องเรียนเข้ามาที่ สคบ. เคสนี้จากที่ผู้ปกครองต้องรอถึง 120 วัน เราได้ข้อยุติภายใน 1 วัน และคืนเงินภายใน 15 วัน เรื่องของผู้บริโภคต้องเดินไปจนถึงวันที่ประชาชนได้รับการเยียวยาจริง” นางสาวศุภมาสกล่าว ทั้งนี้ ผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th และศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด” นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้าย

More Stories
สจล. จัดเวที “Farming The Future With KMITL Forum 2026”
นายกฯ อนุทิน เชิดชู 264 กำนัน ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม มอบแหนบทองคำ “รางวัลเกียรติยศแห่งการเสียสละ”
การเคหะแห่งชาติเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอราคาค่าธรรมเนียมการได้สิทธิเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโครงการเคหะชุมชนคลองจั่น