17 สิงหาคม 2026

THE MASTER

ย่อโลกข่าวไว้ในมือคุณ

LEO สุดแกร่ง! กำไร Q2/69 โต 548% YoY อานิสงส์ปริมาณการขนส่ง และการให้บริการเพิ่มขึ้น

ครึ่งหลังปี 69 เดินหน้ายุทธศาสตร์ 3×6 Growth Matix ตอกย้ำเติบโตยั่งยืน

 บมจ.ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ (LEO) โชว์กำไรสุทธิ Q2/69 เติบโตขึ้น 86% เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 1 ปี 2569 และเติบโต 548% (หรือประมาณ 6 เท่า) เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และมีรายได้รวม  390.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อานิสงส์ปริมาณการขนส่ง และรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นในทุกๆ หน่วยธุรกิจ (SBU) ฟากซีอีโอ “เกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์” ระบุครึ่งหลังปี 69 มีแนวโน้มดีต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ 3 X 6 มิติ (3×6 Growth Matrix) และ Jump+ เพื่อหนุน EBITDA ให้เติบโตตามเป้า และผลักดันผลงานอนาคตเติบโตแข็งแกร่ง

นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (LEO) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการการขนส่งสินค้าและการดำเนินกลยุทธ์กระจายความเสี่ยง โดยไตรมาสนี้บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 30 ซึ่งแม้ค่าระวางขนส่งทางเรือจะปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างอิหร่าน-สหรัฐอเมริกาตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม  แต่ด้วยปริมาณการขนส่งที่มากขึ้น ส่งผลให้จำนวนเงินกำไรขั้นต้นเติบโตสูงขึ้นถึงร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569 และมีรายได้รวม  390.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และเพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)  อานิสงส์ปริมาณการขนส่ง และรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นในทุกๆ หน่วยธุรกิจ (SBU)

ด้านภาพรวมกำไรสุทธิ (ที่แสดงในงบการเงิน) ประจำไตรมาส 2/2569 ทำได้ 6.0 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 86 จากไตรมาส 1/2569 และเติบโตเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/2568 ถึงร้อยละ 548 (หรือประมาณ 6 เท่า) ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ อยู่ที่ 7.1 ล้านบาท ซึ่งหากพิจารณาจากผลการดำเนินงานปกติ (ไม่นับรวมกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่รับรู้ในไตรมาส 1/2569) กำไรสุทธิของผู้ถือหุ้นใหญ่จะเติบโตสูงถึงร้อยละ 166 QoQ และเพิ่มขึ้นร้อยละ 33 YoY นอกจากนี้ EBITDA ในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 34.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 YoY ส่งผลให้ EBITDA รวมครึ่งปีแรก (1H/2569) สูงถึง 67.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จาก 58.8 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากธุรกิจบริการขนส่งหลักแล้ว ธุรกิจในกลุ่ม Non-Freight และ Non-Logistics ของบริษัทฯ ยังสร้างการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญตามแผนงาน Jump+ และแนวทาง 3×6 Growth Matrix โดยกลุ่มธุรกิจพื้นที่เช่าเก็บของขนาดเล็ก (Self-Storage) และธุรกิจรับฝากตู้สินค้า (Container Depot) สามารถทำรายได้ในไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 QoQ และเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 87 YoY ซึ่งหากเปรียบเทียบในรอบครึ่งปีแรก (1H/2569 กับ 1H/2568) รายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 196

ขณะเดียวกัน ธุรกิจการขนส่งทางรางผ่านบริษัทในกลุ่ม ได้แก่ บริษัท LaneXang Express และบริษัท Sritrang-Leo Multimodal Logistics ก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีรายได้รวมในช่วงครึ่งปีแรก (1H/2569) สูงถึง 192 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ผลประกอบการที่เติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาส 2 นี้ เป็นเครื่องยืนยันว่ากลยุทธ์ 3×6 Growth Matrix และโครงการ Jump+ ของเราเดินมาถูกทาง การรักษาสมดุลระหว่างธุรกิจขนส่งหลักกับธุรกิจ Non-Freight ช่วยสร้างการเติบโตของรายได้ที่มั่นคงและสม่ำเสมอ สำหรับทิศทางช่วงที่เหลือของปี 2569 บริษัทฯ คาดว่าจะยังคงได้รับผลกระทบเชิงบวกจากปริมาณการขนส่งและอัตราค่าระวางที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งจะหนุนให้ผลการดำเนินงานตลอดปี 2569 เติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้” นายเกตติวิทย์กล่าว

สำหรับทิศทางในครึ่งหลังปี 2569 LEO ยังคงเดินหน้ายุทธศาสตร์การเติบโต 3 ด้าน 6 มิติ ( 3×6 Growth Matrix) เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 36 ปี ของการดำเนินธุรกิจของ LEO ในปี 2569 นี้ รวมถึงการผลักดันแผนการสร้างมูลค่าเพิ่มตามแผนงาน Jump+ เพื่อผลักดัน EBITDA ขึ้น 45% หรือ 50-55 ล้านบาท ภายในปี 2571 และเป็นการเติบโตที่ให้ความสำคัญในเรื่อง Profitability, Efficiency, Stability ควบคู่กับความมีธรรมาภิบาล การดูสิ่งแวดล้อมและสังคม