OEM ในไทยโต-ตลาดอเมริกาใต้–แอฟริกา หนุนยอดขาย บอร์ดเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.04 บ./หุ้น รับทรัพย์ 9 ก.ย. นี้
บมจ.ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ (FPI) โตติดจรวด!ผลงาน Q2/69 รายได้ 759.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3%จากงวดเดียวกันปีก่อน กำไรสุทธิ 108.7 ล้านบาท ทะยาน 70%จากงวดเดียวกันปีก่อน ฟากบิ๊กบอส “สมพล ธนาดำรงศักดิ์” ระบุยอดส่งออกไปยังภูมิภาคอเมริกาใต้ แอฟริกา และยอดขายในประเทศไทย จากกลุ่มลูกค้า OEM หนุน ขณะที่บอร์ดไฟเขียวจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.04 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 ส.ค.นี้ กำหนดจ่ายวันที่ 9 ก.ย. 2569
นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) (FPI) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 759.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101 ล้านบาท หรือ 15.3% และมีกำไรสุทธิ 108.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.8 ล้านบาท คิดเป็น 70% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มธุรกิจ OEM ในประเทศไทย ประกอบกับการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอเมริกาใต้ และแอฟริกาที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯสามารถรักษาระดับรายได้และกำไรไว้ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตรา 0.04 บาท/หุ้น จากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม–30 มิถุนายน 2569 กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 9 กันยายน 2569
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,377.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% และมีกำไรสุทธิ 173.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นได้รับปัจจัยสนับสนุนจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยในประเทศไทย และอินเดียที่ปรับตัวดีขึ้น
สำหรับ FPI AUTO PARTS INDIA PRIVATE LIMITED มีรายได้รวมในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 165.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.5% และมีกำไรสุทธิ 8.13 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 15.79 ล้านบาท สะท้อนการปรับตัวดีขึ้นของธุรกิจและรายได้ที่เติบโตตามเป้าหมายของบริษัท
ขณะที่ RBS PLASTIC INNOVATION COMPANY LIMITED ในไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 36.52 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 4.55 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกไปยังตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลัก และบริษัทสามารถบริหารจัดการด้านการขนส่งให้สามารถส่งสินค้าไปยังลูกค้าได้ตามปกติ
ส่วน FORTUNE PARTS INDUSTRY GULF COMPANY LIMITED ในประเทศซาอุดีอาระเบีย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงาน โดยมีความคืบหน้าแล้วไม่น้อยกว่า 60% และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเริ่มสายการผลิตได้ภายในเดือนธันวาคม 2569 รองรับการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ให้กับลูกค้า OEM และ Retail รวมถึงเพิ่มโอกาสในการรับงานจากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในประเทศซาอุดีอาระเบียในอนาคต
“ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงความสามารถของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการและปรับตัวท่ามกลางสถานการณ์ที่มีความผันผวน แม้ตลาดตะวันออกกลางจะได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม แต่บริษัทสามารถขยายการส่งออกไปยังตลาดอเมริกาใต้และแอฟริกาเข้ามาชดเชย รวมถึงได้รับคำสั่งซื้อจากกลุ่มลูกค้า OEM ในประเทศเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทย่อยในประเทศและต่างประเทศมีพัฒนาการที่ดีขึ้น บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อรองรับการเติบโตในระยะต่อไป”
บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2569 ได้รับงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่มเติมจากบริษัทรถยนต์ชั้นนำในประเทศไทย มูลค่าประมาณ 657 ล้านบาท สำหรับช่วง 2 ปีถัดจากนี้ ขณะที่ตลาดอะไหล่ยานยนต์ทดแทน (REM) ยังมีความต้องการต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ และแอฟริกา ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลัก พร้อมเตรียมความพร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์รองรับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

More Stories
ทีทีบี เดินหน้ายกระดับการเงินเพื่อความยั่งยืน หนุนภาคธุรกิจไทยรับมือมาตรการสิ่งแวดล้อม พร้อมเคียงข้างลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่อนาคต
PHAT หุ้น mai ตัวแรกปี 69 เตรียมเปิดซื้อขายวันแรก 20 ส.ค.69
SAWAD โชว์ศักยภาพธุรกิจ ในงาน Earnings Call (OPPDAY) พอร์ตสินเชื่อโตแกร่ง มั่นใจคุมคุณภาพสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ