20 สิงหาคม 2026

THE MASTER

ย่อโลกข่าวไว้ในมือคุณ

FLE เคาะราคา IPO หุ้นละ 1.23 บาท เปิดจองซื้อ 21, 24-25 ส.ค.69 ได้ฤกษ์เข้าเทรดในไตรมาส 3/69 นี้

ชูจุดแข็งผู้นำในธุรกิจบริหารจัดการน้ำครบวงจร รับโอกาสเติบโตยุค Data Center

 

          บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE เคาะราคา IPO หุ้นละ 1.23 บาท / เปิดจองซื้อวันที่ 21, 24-25 สิงหาคม 2569 เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในไตรมาส 3/2569 ด้าน “ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่” ที่ปรึกษาทางการเงินและบล.ฟิลลิป ผู้จัดการการจัดจำหน่ายฯ มั่นใจนักลงทุนตอบรับดี ชูจุดแข็งผู้ให้บริการระบบสูบน้ำและระบายน้ำครบวงจร ประสบการณ์กว่า 20 ปี และมีนวัตกรรม Smart Water Management (SWM) ต่อยอดโอกาสเติบโต รับเมกะเทรนด์โครงสร้างพื้นฐานและ Data Center   ด้าน “ภาณุ โชคอภิรัตน์” มั่นใจศักยภาพธุรกิจ เดินหน้าขยายงานและพัฒนาโซลูชัน รองรับความต้องการลูกค้า   สร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

 

นายปริญญา วงศ์เพชรขาว ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ FLE กล่าวว่า บริษัทฯ ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) ในราคาหุ้นละ 1.23 บาท   โดยจะเปิดให้จองซื้อหุ้นระหว่างวันที่ 21 และ 24-25 สิงหาคม 2569 และคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนใน         ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในไตรมาส 3/2569  โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า “FLE”   ในหมวดธุรกิจ สินค้าอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ จำนวนหุ้นที่เสนอขาย 100 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 33.33 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ  โดยมีผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายอีก 6 แห่ง ประกอบด้วยบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) , บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด

“FLE มีความโดดเด่นในฐานะผู้ให้บริการระบบสูบน้ำและระบายน้ำแบบครบวงจร หรือ One Stop Service ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ จัดหา ติดตั้ง ทดสอบระบบ ไปจนถึงการซ่อมบำรุงและบริการหลังการขาย โดยมีทีมวิศวกรและบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ประกอบกับประสบการณ์ในธุรกิจมากกว่า 20 ปี ทำให้บริษัทฯ สามารถนำองค์ความรู้มาพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างเหมาะสม” นายปริญญา กล่าว

นอกจากนี้ FLE ยังมีฐานลูกค้าที่ครอบคลุมทั้งหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน พร้อมผลงานโครงการด้านระบบบริหารจัดการน้ำในหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีความสัมพันธ์  ที่แข็งแกร่งกับพันธมิตรและผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก ทำให้สามารถนำเสนอเครื่องสูบน้ำ วาล์ว และอุปกรณ์        ที่ได้มาตรฐาน พร้อมโซลูชันที่เหมาะสมกับลักษณะงานของลูกค้า

อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญ คือการพัฒนานวัตกรรม Smart Water Management หรือ SWM ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการปั๊มน้ำอัจฉริยะที่ช่วยติดตามการทำงานและการบำรุงรักษาอุปกรณ์แบบ Real-time ผ่านเทคโนโลยี Cloud IoT ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ และสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารระบบได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

นายเสกสรรค์ ธโนปจัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด  ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ FLE กล่าวว่า FLE มีศักยภาพจากความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ประสบการณ์ของทีมงาน                   และความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้หลากหลาย ขณะเดียวกันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ยังเปิดโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจของบริษัทฯ

โดยเฉพาะการขยายตัวของ Data Center ในประเทศไทย ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล และมีความต้องการระบบสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพและมีเสถียรภาพสูง FLE จึงมีโอกาสนำความเชี่ยวชาญด้านระบบสูบน้ำ ระบบบริหารจัดการน้ำ และเทคโนโลยี SWM เข้าไปต่อยอดและรองรับความต้องการของโครงการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในอนาคต

“การเติบโตของ Data Center ถือเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่ช่วยสร้างโอกาสให้กับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับระบบโครงสร้างพื้นฐาน โดย FLE สามารถนำจุดแข็งด้านระบบสูบน้ำและ Smart Water Management มาพัฒนาเป็นโซลูชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบน้ำ รวมถึงการติดตามการทำงานแบบ Real-time ผ่าน Cloud IoT         ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของโครงการที่ต้องการระบบสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพและความต่อเนื่องในการดำเนินงาน” นายเสกสรรค์ กล่าว

ขณะที่ นายภาณุ โชคอภิรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE กล่าวว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ครั้งนี้ เป็นเป้าหมายสำคัญของบริษัทฯ        ซึ่งจะช่วยเพิ่มความพร้อมในการขยายธุรกิจ รองรับโอกาสใหม่ ๆ รวมถึงสร้างความแข็งแกร่งด้านฐานะทางการเงิน      โดยเงินที่ได้รับจากการระดมทุน บริษัทฯ มีแผนนำไปใช้ดังนี้ 1.การลงทุนในเครื่องมือและเครื่องจักรสำหรับธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำและธุรกิจบริการด้านน้ำ 2.การขยายกำลังการผลิตของโรงงาน 3.ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน       และ4.เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

“FLE ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการน้ำ       และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของประเทศ ทั้งการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริหารจัดการน้ำ และการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่าง Data Center ซึ่งจะเป็นอีกแรงสนับสนุนการเติบโตของ FLE ในอนาคต” นายภาณุ กล่าว

ปัจจุบัน FLE มีผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่หลากหลาย อาทิ ระบบ Smart Water Management หรือ SWM     และ เครื่องสูบน้ำไฮดรอลิกแบบทุ่นลอยเพื่อการระบายน้ำ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีนวัตกรรมไทย สะท้อนถึงศักยภาพของบริษัทฯ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ

ทั้งนี้ FLE เชื่อมั่นว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยยกระดับความแข็งแกร่งของบริษัทฯ       เพิ่มความน่าเชื่อถือแก่ลูกค้าและพันธมิตร พร้อมเปิดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ         และต่อยอดศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม สร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว