16 กันยายน 2026

THE MASTER

ย่อโลกข่าวไว้ในมือคุณ

เตรียมพบกับ HUAWEI WATCH GT 7 Series นิยามใหม่สมาร์ทวอทช์พรีเมียม

ยกระดับการดูแลสุขภาพด้วย AI อัจฉริยะ ผสานเทคโนโลยีวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึก  พร้อมตอบโจทย์ทุกมิติของไลฟ์สไตล์เหนือระดับกว่าที่เคย

 

กรุงเทพฯ  – หลังสร้างความสนใจจากการเปิดตัวในระดับโลก หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) เตรียมส่ง HUAWEI WATCH GT 7 Series สมาร์ทวอทช์ AI ระดับพรีเมียมรุ่นล่าสุดสู่ตลาดประเทศไทย ภายใต้คอนเซปต์ “Time for Your Best” ที่ได้รับการพัฒนาให้ก้าวไปไกลกว่าการเป็นอุปกรณ์สวมใส่ สู่การเป็น AI Health Companion ผู้ช่วยอัจฉริยะด้านสุขภาพที่ช่วยให้ผู้ใช้งานติดตาม วิเคราะห์ และทำความเข้าใจข้อมูลสุขภาพของตนเองได้อย่างรอบด้าน ภายใต้แนวคิด AI Powered Comprehensive Health Management พร้อมผสานเทคโนโลยีเซ็นเซอร์และระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI เพื่อรวบรวมข้อมูลสำคัญของร่างกาย และเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพที่ซับซ้อนให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้ใช้งานติดตามสุขภาพและปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น พร้อมผสานการจัดการสุขภาพขั้นสูงเข้ากับดีไซน์พรีเมียม ประสิทธิภาพด้านกีฬาในระดับมืออาชีพ และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 21 วัน เพื่อรองรับการดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ได้อย่างต่อเนื่องในทุกวัน

ยกระดับการติดตามสุขภาพด้วย AI พร้อมข้อมูลเชิงลึกที่เข้าใจง่าย

HUAWEI WATCH GT 7 Series มาพร้อมความสามารถด้านการติดตามสุขภาพที่ครอบคลุมตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐานไปจนถึงการวิเคราะห์เชิงลึก ไม่ว่าจะเป็น อัตราการเต้นของหัวใจ การตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)[1] แจ้งเตือนภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้วโดยใช้คลื่นชีพจร (PWAP) การติดตามการนอนหลับ Emotional Wellbeing และ Physical Readiness พร้อม Celia AI Health Insights ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเฉพาะบุคคล โดยเฉพาะฟีเจอร์ Physical Readiness[2] ที่ประเมินความพร้อมของร่างกายในแต่ละวันผ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) อารมณ์ และแคลอรี[3] พร้อมสรุปผลเป็นระดับความพร้อม เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจว่าร่างกายอยู่ในสภาวะพร้อมสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ มากน้อยเพียงใด ขณะที่ Morning Briefing[4] ช่วยสรุปภาพรวมข้อมูลสุขภาพหลังตื่นนอน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเริ่มต้นวันด้วยความเข้าใจสถานะของร่างกาย และใช้ข้อมูลดังกล่าวประกอบการวางแผนกิจกรรมในแต่ละวันได้ง่ายยิ่งขึ้น

ก้าวอีกขั้นสู่การดูแลสุขภาพแบบแอคทีฟ

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ HUAWEI WATCH GT 7 Pro คือการยกระดับการจัดการสุขภาพเชิงลึก ด้วยการรองรับ Coronary Heart Disease Study[5] ซึ่งเป็นการศึกษาความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดนับเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม พร้อมด้วย Diabetes Risk Study สำหรับการศึกษาความเสี่ยงโรคเบาหวาน[6] ซึ่งสะท้อนแนวทางของหัวเว่ยในการนำเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลมาช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลสุขภาพในมิติที่ลึกขึ้น และตระหนักถึงสุขภาพของตัวเองได้อย่างสม่ำเสมอ

จาก Health Management สู่ Ultra-Sport Performance

นอกจากการติดตามสุขภาพในชีวิตประจำวัน HUAWEI WATCH GT 7 Series ยังต่อยอดความสามารถด้านสุขภาพสู่การออกกำลังกาย ด้วย AI Workout Analysis[7] ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลหลังการฝึกซ้อม พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลการออกกำลังกายและจุดที่สามารถนำไปพัฒนาต่อได้ รองรับกิจกรรมและโหมดกีฬาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น วิ่งเทรล ปั่นจักรยาน กอล์ฟ ดำน้ำลึกในรุ่น Pro และกีฬาแร็กเกต พร้อมระบบ AI-XDR Positioning ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการระบุตำแหน่งสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง แม้ในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านสัญญาณ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปั่นจักรยาน ยังมาพร้อมฟังก์ชัน Climb Planning สำหรับวางแผนการไต่ระดับความสูง และ Smart Sharp Turn Alerts[8] สำหรับแจ้งเตือนโค้งหักศอกล่วงหน้า ขณะที่โหมดกอล์ฟในรุ่น Pro รองรับการคำนวณ Plays-Like Distance ตามความชันของพื้นที่ เพื่อช่วยให้การวางแผนการเล่นมีข้อมูลประกอบมากยิ่งขึ้น

ดีไซน์พรีเมียมเหนือกาลเวลา ถ่ายทอดสไตล์อย่างมีระดับ

HUAWEI WATCH GT 7 Series พลิกโฉมด้วยดีไซน์ที่งดงามและโดดเด่นสะกดทุกสายตา โดยในรุ่น HUAWEI WATCH GT 7 Pro มาพร้อมตัวเรือนวัสดุไทเทเนียมอัลลอยด์ระดับพรีเมียมที่ทนทาน ผสานกรอบเซรามิกนาโนคริสตัล[9] และหน้าปัดกระจกแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วน สวมใส่สบายด้วยสายนาฬิกาฟลูออโรอีลาสโตเมอร์รูปแบบ EasyCross™ ดีไซน์เก็บปลายสายอย่างไร้รอยต่อ นุ่มกระชับและลดแรงเสียดทานขณะออกกำลังกาย พร้อมตัวเลือกสีแรงบันดาลใจจากธรรมชาติอย่าง สีเหลือง สีเขียว และ สีดำ ขณะที่รุ่น HUAWEI WATCH GT 7 นำเสนอทางเลือกดีไซน์และตัวเรือนขนาด 46 มม. และ 41 มม. พร้อมพาเหรดสีสันสดใสให้เลือกถึง 6 สี สะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ในทุกโอกาส 

ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ พร้อมแบตเตอรี่ยาวนานสูงสุด 21 วัน

วางใจได้ด้วยแบตเตอรี่นวัตกรรม High-Silicon Stacked ใช้งานได้ยาวนานเป็นพิเศษสูงสุดถึง 21 วันต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว[10] และชาร์จเต็มใน 60 นาที[11] ด้วย HUAWEI Wireless SuperCharge ที่ช่วยให้ลุยต่อได้ทันที พร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในตัวเครื่องขนาดใหญ่ 64GB และความสะดวกในการใช้งานประจำวันด้วยการรองรับการเชื่อมแตะบัตร NFC และสามารถสแกนจ่ายและสะสมแต้ม 7-Eleven แบบ 2-in-1 QR Code โดยสามารถเชื่อมต่อและใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการทั้ง Android และ iOS ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เตรียมสัมผัส HUAWEI WATCH GT 7 Series สมาร์ทวอทช์ AI Health Companion ที่เข้าใจคุณมากขึ้นเร็ว ๆ นี้! พบกับ HUAWEI WATCH GT 7 Pro ที่มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเหลือง สีเขียว และสีดำ พร้อมด้วย HUAWEI WATCH GT 7 ที่มีให้เลือกกันทั้ง 2 ขนาด สำหรับตัวเรือนขนาด 46 มม. มีให้เลือกในสีน้ำเงิน สีเหลือง และสีดำ ขณะที่ตัวเรือนขนาด 41 มม. มีให้เลือกในสีฟ้า สีขาว และสีชมพู เตรียมเลือกสไตล์ที่ใช่ แล้วรอวันสั่งซื้อ ผ่านหน้าร้าน HUAWEI Experience Store ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ และช่องทางออนไลน์ทั้ง HUAWEI Store, Lazada, Shopee และ TikTok Shop

[1] นาฬิกานี้ไม่ใช่เครื่องมือทางการแพทย์ คุณลักษณะนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ผลลัพธ์มีไว้เพื่ออ้างอิงเท่านั้น และไม่ควรใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์ ข้อมูลที่ได้รับผ่านฟีเจอร์นี้มีไว้สำหรับใช้ส่วนตัวเท่านั้น โปรดอ่านคำแนะนำอย่างละเอียดก่อนใช้แอปนี้ความพร้อมใช้งานของตัวชี้วัดสุขภาพอาจแตกต่างกันไปตามประเทศหรือภูมิภาค

[2] Health Insights ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในทางการแพทย์ ผลลัพธ์มีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น และไม่ควรนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์

[3] ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่เครื่องมือแพทย์ ข้อมูลและผลการตรวจสอบทั้งหมดมีไว้เพื่ออ้างอิงเท่านั้น และไม่ควรใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์

[4] Health Insights ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในทางการแพทย์ ผลลัพธ์มีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น และไม่ควรนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์

[5] สำหรับรายละเอียดและวันที่เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ กรุณาดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ช่องทางอย่างเป็นทางการของหัวเว่ย โดยโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำการศึกษาความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โดยใช้งานร่วมกับอุปกรณ์สมาร์ทวอทช์ของหัวเว่ย ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ ไม่ควรใช้เพื่อวินิฉัยโรค โดยผลิตภัณฑ์จะวิเคราะห์ข้อมูลทางร่างกายที่เก็บรวบรวมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3–4 วัน เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเท่านั้น

[6] ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ ไม่ควรใช้เพื่อวินิฉัยโรค โดยผลิตภัณฑ์จะวิเคราะห์ข้อมูลทางร่างกายที่เก็บรวบรวมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3-14 เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวานเท่านั้น

[7] ฟีเจอร์วิเคราะห์การออกกำลังกายด้วย AI รองรับเฉพาะโหมดการออกกำลังกายบางประเภท โดยผลลัพธ์ที่แสดงมีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น

[8] ฟีเจอร์นี้รองรับการใช้งานผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA เท่านั้น

[9] ขอบนาฬิกาทำจากเซรามิกนาโนเทคโนโลยี และกรอบกลางทำจากโลหะผสมไทเทเนียม

[10] ข้อมูลมาจากห้องทดลองของ Huawei การใช้งานจริงอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ พฤติกรรมการใช้งาน และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม

อายุการใช้งานแบตเตอรี: ใช้งานเบาได้นานสูงสุด 21 วัน ใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 12 วัน ใช้งาน AOD ได้นานสูงสุด 7 วัน และใช้งานในโหมดวิ่งเทรลได้นานสูงสุด 51 ชั่วโมง

การทดสอบการใช้งานแบบเบาภายใต้สภาวะต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน, ปิดใช้งานการตรวจจับการออกกำลังกายโดยอัตโนมัติ, การโทรผ่านบลูทูธ 30 นาทีต่อสัปดาห์, การเล่นเสียง 30 นาทีต่อสัปดาห์, เปิดการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจตลอดเวลา, เปิดใช้งานการตรวจสอบการนอนหลับในเวลากลางคืน, การออกกำลังกาย 90 นาทีต่อสัปดาห์โดยเฉลี่ย เปิดใช้งานการแจ้งเตือนข้อความแล้ว (50 ข้อความ การโทร 6 ครั้ง และการปลุกเตือน 3 ครั้งต่อวัน) และเปิดใช้งานหน้าจอ 200 ครั้งต่อวัน

การทดสอบการใช้งานโดยทั่วไปภายใต้สภาวะต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน, การโทรผ่านบลูทูธ 30 นาทีต่อสัปดาห์, การเล่นเสียง 30 นาทีต่อสัปดาห์, เปิดใช้งานการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจตลอดเวลา, เปิดใช้งานการตรวจสอบการนอนหลับในเวลากลางคืน, เปิดใช้งานการบันทึกอารมณ์และความเครียด เปิดใช้งานการวิเคราะห์ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะของคลื่นชีพจรและการรับรู้การหายใจขณะหลับ โดยเฉลี่ยแล้วออกกำลังกาย 180 นาทีต่อสัปดาห์ เปิดใช้งานการแจ้งเตือนข้อความ (50 ข้อความ การโทร 6 ครั้ง และการปลุกเตือน 3 ครั้งต่อวัน) และเปิดหน้าจอเป็นเวลารวม 30 นาทีต่อวัน

เปิดใช้งาน AOD ได้รับการทดสอบภายใต้เงื่อนไขต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน, เปิดใช้งาน AOD, การโทรผ่านบลูทูธ 30 นาทีต่อสัปดาห์, การเล่นเสียง 30 นาทีต่อสัปดาห์, เปิดใช้งานการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจตลอดเวลา, เปิดใช้งานการตรวจสอบการนอนหลับในเวลากลางคืน, เปิดใช้งานการบันทึกอารมณ์และความเครียด เปิดใช้งานการวิเคราะห์ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะของคลื่นชีพจรและการรับรู้การหายใจขณะหลับ โดยเฉลี่ยแล้วออกกำลังกาย 180 นาทีต่อสัปดาห์ เปิดใช้งานการแจ้งเตือนข้อความ (50 ข้อความ การโทร 6 ครั้ง และการปลุกเตือน 3 ครั้งต่อวัน) และเปิดหน้าจอเป็นเวลารวม 30 นาทีต่อวัน

การทดสอบโหมดการวิ่งเทรลภายใต้สภาวะต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน เปิดใช้งานหน้าจอ 60 ครั้งต่อชั่วโมง ปริมาณการออกกำลังกาย 50% และการแจ้งเตือนการออกกำลังกาย 10 ครั้งต่อชั่วโมง

[11] ข้อมูลมาจากห้องปฏิบัติการของ Huawei โดยอ้างอิงจากการทดสอบโดยใช้อะแดปเตอร์ Huawei 10V/2A และ SuperCharger แบบไร้สายรุ่นที่ 2 ที่มาพร้อมกับนาฬิกา เวลาการชาร์จจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ นิสัยการใช้งาน และปัจจัยแวดล้อม