17 กันยายน 2026

THE MASTER

ย่อโลกข่าวไว้ในมือคุณ

OLIC ชวนผู้หญิง “รู้ก่อนเลือก” ยกระดับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพผู้หญิง World Contraception Day 2026

ชู “ความปลอดภัย–ทางเลือก–การป้องกัน–การดูแลต่อเนื่อง” ตั้งแต่การคุมกำเนิดถึงการดูแลการติดเชื้อเอชพีวี (HPV)

บริษัท โอลิค (ประเทศไทย) จำกัด (“OLIC”) ในเครือ Fuji Pharma Group ประเทศญี่ปุ่น เดินหน้าสนับสนุนการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพผู้หญิง (Women’s Health Literacy) ผ่านงาน “OLIC – Be with Her: Empowering Choices, World Contraception Day 2026” เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ณ สำนักงานใหญ่ OLIC นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ตั้งแต่การคุมกำเนิด การใช้ฮอร์โมนอย่างเหมาะสม การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไปจนถึงการดูแลการติดเชื้อเอชพีวี (HPV)

ภายในงานได้รับเกียรติจาก เภสัชกรหญิงณัฐกานต์ ประสพสายพรกุล (เภสัชกรโน๊ต) รับหน้าที่พิธีกรและร่วมสื่อสารประเด็นสุขภาพกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ เพื่อถ่ายทอดข้อมูลที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง
ภายใต้แนวคิด “Empowering Choices” OLIC เชื่อว่า “ทางเลือก” จะมีความหมายเมื่อผู้หญิงมีข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจประโยชน์และความเสี่ยง และสามารถปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตนเอง

                                                                                                                        มร. ทาเคฟุมิ ซากะระ (Mr. Takefumi Sagara) กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอลิค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า OLIC มองการส่งเสริมสุขภาพผู้หญิงอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การป้องกัน การเข้าถึงข้อมูล การใช้ยาอย่างเหมาะสม ไปจนถึงการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

“Our role is to be with her – not to make the decision for her, but to support her with knowledge, options and access to appropriate healthcare”

สำหรับ OLIC การขับเคลื่อนสุขภาพผู้หญิง (Women’s Health) จึงให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ เพื่อช่วยส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือไปสู่ประชาชน

ยาคุมกำเนิด ..มากกว่าการป้องกันการตั้งครรภ์

หนึ่งในประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญให้ความสำคัญ คือการเปลี่ยนมุมมองต่อการเลือกยาคุมกำเนิด จากการพิจารณาเพียงประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ ไปสู่การพิจารณาประโยชน์ด้านสุขภาพอื่นๆ ควบคู่กับความปลอดภัยและความเหมาะสมของผู้หญิงแต่ละราย

                                                                                                                   รศ.ร.อ.นายแพทย์มานพชัย ธรรมคันโธ นายกสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ยาคุมกำเนิดอาจมีประโยชน์ด้านสุขภาพนอกเหนือจากการคุมกำเนิด เช่น ช่วยให้รอบเดือนสม่ำเสมอหรือลดอาการปวดประจำเดือน ขณะที่บางชนิดได้รับการขึ้นทะเบียนสำหรับข้อบ่งใช้เพิ่มเติม เช่น ภาวะปวดประจำเดือน (Dysmenorrhea) อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ควรพิจารณาประวัติสุขภาพ ปัจจัยเสี่ยง ชนิดของฮอร์โมน และเป้าหมายด้านสุขภาพของแต่ละบุคคล

ขณะที่ นายแพทย์โอฬาริก มุสิกวงศ์ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ด้านสื่อสารทางการแพทย์ เน้นว่า สำหรับผู้ที่ต้องใช้ฮอร์โมนในระยะยาว ควรให้ความสำคัญกับทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความเหมาะสมเฉพาะบุคคล ทั้งนี้ ยาคุมกำเนิดทุกชนิดมีข้อควรระวังและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ผู้หญิงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยเสี่ยงหรือมีโรคประจำตัว

ปัจจุบันยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม มีหลากหลายโมเลกุลของทั้ง Estrogen และ Progestin โดยหนึ่งในพัฒนาการของฮอร์โมนคุมกำเนิดคือ Estetrol (E4) ซึ่งเป็นเอสโตรเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นตามธรรมชาติในช่วงพัฒนาการของทารกในครรภ์ และมีลักษณะการออกฤทธิ์ต่อเนื้อเยื่อที่แตกต่างจากเอสโตรเจนบางชนิดที่ใช้ในยาคุมกำเนิดแบบเดิม สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาทางเลือกด้านการคุมกำเนิดที่หลากหลายขึ้น ทั้งนี้การเลือกใช้ควรคำนึงถึงข้อควรระวังและความเหมาะสมของผู้หญิงแต่ละราย

เภสัชกรชุมชน “ด่านสำคัญ” ของความรอบรู้ด้านสุขภาพผู้หญิง (Health Literacy)

เภสัชกรหญิงชนากิตต์ อิ่มบำรุง เหรัญญิก สภาเภสัชกรรม กล่าวว่า เภสัชกรชุมชน มีบทบาทสำคัญในการช่วยผู้หญิงประเมินความเหมาะสมก่อนเลือกใช้ยา โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลจากรีวิวและสื่อออนไลน์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ
“บทบาทของเภสัชกรชุมชน ไม่ใช่เพียงการจ่ายยา แต่คือการช่วยถามให้ครบ ประเมินให้เหมาะ และแนะนำให้ถูกต้อง ทั้งประวัติสุขภาพ ปัจจัยเสี่ยง ยาที่ใช้อยู่ และสัญญาณเตือนที่ควรส่งต่อแพทย์”
การสร้าง Health Literacy จึงไม่ใช่เพียงการให้ข้อมูล แต่คือการช่วยให้ผู้หญิง “รู้ว่าอะไรควรถาม รู้ว่าต้องประเมินอะไร และรู้ว่าเมื่อใดควรพบแพทย์” เพื่อให้การตัดสินใจด้านสุขภาพเกิดขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง

HPV: จาก “รอและกังวล” สู่ “รู้เร็ว ประเมิน และดูแล”

รศ.ร.อ.นายแพทย์มานพชัย กล่าวว่า ประเด็นสำคัญ คือต้องสร้างความเข้าใจเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs) และ HPV โดยเน้น การป้องกัน การตรวจคัดกรอง และการติดตามดูแลอย่างเหมาะสม โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิดสามารถเกิดขึ้นโดยไม่มีอาการ ดังนั้นการไม่มีอาการ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง การดูแลสุขภาพทางเพศจึงควรเริ่มตั้งแต่การป้องกัน การตรวจคัดกรองเมื่อมีความเหมาะสม และการปรึกษาบุคลากรทางแพทย์เมื่อมีข้อสงสัย

นายแพทย์โอฬาริก กล่าวว่า การตรวจพบ HPV ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็ง แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่ควรนำไปสู่การประเมินความเสี่ยงและติดตามตามแนวทางการดูแลรักษา ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนจากการ “รอและกังวล” เป็น “รู้เร็ว ประเมินความเสี่ยง และดูแลอย่างเหมาะสม”
ทั้งนี้ การดูแลหลังพบ HPV ควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ โดยผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ เช่น vaginal gel หรือ spray มีบทบาทในหลายๆกรณี

“Be with Her” – ให้ผู้หญิงมีข้อมูลก่อนตัดสินใจ

                                                                                                                       เภสัชกรปัณณวิชญ์ จิตเมธีพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจยาและเวชภัณฑ์ บริษัท โอลิค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า งานครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ OLIC ในการส่งเสริมให้ผู้หญิงเข้าถึง ข้อมูล ความเข้าใจ ทางเลือก และการดูแลที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพของตนเองได้อย่างมั่นใจ

“ภายใต้โครงการ ‘Be with Her: Empowering Her Health Decisions’ OLIC มุ่งสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ เพื่อยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ และส่งต่อข้อมูลที่มีคุณค่าให้เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น เราเชื่อว่าการสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพผู้หญิงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน OLIC จึงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมด้านยาและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ควบคู่กับการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อร่วมส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้หญิงและสังคมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน”