23 กันยายน 2026

THE MASTER

ย่อโลกข่าวไว้ในมือคุณ

เปิดฉากงานแสดงเครื่องจักรเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง คอนกรีต เหมืองแร่ ยิ่งใหญ่แห่งเอเชีย  CBA Expo 2026, Concrete Expo Asia 2026 และ Mining Expo Thailand 2026

พันธมิตรภาครัฐ-เอกชน ผนึกกำลังจัดงานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้าง คอนกรีต และเหมืองแร่ อย่างยั่งยืน ภายใต้ชื่อ CBA Expo 2026, Concrete Expo Asia 2026 และ Mining Expo Thailand 2026 ดึงแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ทั้งผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ ชิ้นส่วนอะไหล่และนวัตกรรมเทคโนโลยีกว่า 100 ราย พร้อมจัดกิจกรรมเสวนาให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ เปิดให้เข้าร่วมชมงาน ฟรี ระหว่างวันที่ 23-25 กันยายน 2569 ณ ไบเทค บางนา คาดผู้ร่วมงานกว่า 4,000 ราย สร้างมูลค่าเจรจาธุรกิจราว 150 ล้านบาท

                                                                                                                  นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวระหว่างพิธีเปิดงาน ซีบ้าเอ็กซ์โป คอนกรีตเอ็กซ์โป และไมน์นิ่งเอ็กซ์โป ไทยแลนด์ 2026 มหกรรมจัดแสดงเครื่องจักรเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง คอนกรีต เหมืองแร่ ยิ่งใหญ่แห่งเอเชียว่า ปัจจุบันประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ สถานการณ์ด้านพลังงาน ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ตลอดจนปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่อง เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI การวิเคราะห์ข้อมูล และเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ล้วนมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในการยกระดับกระบวนการทำงาน ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การก่อสร้าง การบริหารโครงการ ไปจนถึงการบำรุงรักษาเครื่องจักรและการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีพันธกิจสำคัญในการพัฒนากำลังคนของประเทศให้มีความรู้และทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการต่อยอดผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ การสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ และการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัย ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

การได้ร่วมสนับสนุนการจัดงาน ซีบ้าเอ็กซ์โป คอนกรีตเอ็กซ์โป และงานไมน์นิ่งเอ็กซ์โป ในครั้งนี้ สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมได้เข้าถึงเครื่องจักร เทคโนโลยี วัสดุ และนวัตกรรมที่ทันสมัย ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ กับทางผู้เชี่ยวชาญและ

ผู้ประกอบการจากหลากหลายประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี และต่อยอดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาควิจัย และภาคเอกชน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการไทย และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศในระยะยาว งานนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อภาคอุตสาหกรรมโดยรวม หากอุตสาหกรรมก่อสร้าง คอนกรีต และเหมืองแร่ของไทยมีความเข้มแข็ง มีมาตรฐาน และสามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม ย่อมส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ และช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

                                                                                                                   นางสาวฐิติรัตน์ ปฐวีวรากิตติ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บีเม็กซ์ จำกัด กล่าวในฐานะผู้จัดงานแสดงสินค้าและการประชุมระดับนานาชาติ ซึ่งครอบคลุมอุตสาหกรรมสำคัญถึงสามสาขาไว้ในพื้นที่เดียวกัน ได้แก่ ซีบ้าเอ็กซ์โป 2026 งานแสดงสินค้าเครื่องจักรกลหนัก เครื่องมือ เทคโนโลยี และการประชุมสัมมนาด้านอุตสาหกรรมก่อสร้างและอาคาร ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 คอนกรีต เอ็กซ์โป 2026 งานแสดงสินค้าและการประชุมด้านอุตสาหกรรมคอนกรีต ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 และ ไมน์นิ่ง เอ็กซ์โป ไทยแลนด์ 2026 งานแสดงสินค้าเครื่องจักรและเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยงานนี้จัดขึ้น ภายใต้แนวคิด “เทคโนโลยีและนวัตกรรม ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้าง คอนกรีต และเหมืองแร่ อย่างยั่งยืน”

สะท้อนถึงความตั้งใจในการส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน ยกระดับความปลอดภัย และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งภายในงานจะได้พบกับผลิตภัณฑ์และโซลูชันจากผู้ประกอบการและแบรนด์ชั้นนำทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ เยอรมนี อิตาลี อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฟินแลนด์ จีน สเปน สิงคโปร์ สวีเดน อเมริกา ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องจักรเพื่อการก่อสร้าง เทคโนโลยีสำหรับการผลิตคอนกรีต ไปจนถึงเครื่องจักรและระบบที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ รวมกว่า 100 รายร่วมแสดงสินค้าและบริการครบวงจร

นอกจากนี้ ยังมีการจัดประชุมและสัมมนาในหลากหลายหัวข้อ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ สมาคมวิชาชีพ สถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และภาคเอกชน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ข้อมูลเชิงเทคนิค และแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรม ภายใต้หัวข้อสำคัญๆ เช่น การบำรุงรักษาเชิงป้องกันโครงสร้างคอนกรีตเพื่อยืดอายุการใช้งาน จาก EJEC (Thailand) Co., Ltd. วิทยากรคุณวิวัฒน์ ศกุนวาณิชย์ หัวข้อเทคโนโลยีการระเบิดด้วยแก็ปอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้ไมโครชิปสู่อนาคตที่ยั่งยืนของงานก่อสร้าง จากวิทยากรบริษัท ใช้ เอ็กซ์โพลชีฟส์ จำกัด หัวข้อ ถังคอนกรีต ถังถ่านหิน และ ALLU โดย Mr. Pierre-Emmanuel Bujes

และ Ms. Sheri Chang หัวข้อ REDBLU (เรดบลู) Ecosystem เริ่มจากจุดเดียวสู่การทำงานแบบอัตโนมัติทั้งโรงงาน วิทยากรคุณธัญพิสิษฐ์ อำนวยเกียรติเลิศ เป็นต้น และยังมีหัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจพร้อมกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย ทั้งนี้ จากความสำคัญและความน่าสนใจของงานเชื่อมั่นว่าตลอด 3 วันของการจัดงานระหว่างวันที่ 23-25 กันยายน 2569 ณ ไบเทค บางนา ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายจะมีผู้ชมงานกว่า 4,000 ราย สร้างมูลค่าเจรจาธุรกิจราว 150 ล้านบาท

                                                                                                                  นายกษม สุโพธิณะ รองผู้อำนวยการศูนย์การตลาด บริษัท เอ็กซ์ซีเอ็มจี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลหนักกำลังอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และพลังงานสะอาด กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานของอุตสาหกรรมก่อสร้าง คอนกรีต และเหมืองแร่ ให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ทาง XCMG ซึ่งมีประสบการณ์ในการพัฒนาเครื่องจักรกลเพื่อการก่อสร้างมายาวนานกว่า 80 ปี ปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเครื่องจักรกลหนักชั้นนำของโลก และดำเนินธุรกิจครอบคลุมกว่า 180 ประเทศ

บทบาทในงานครั้งนี้ XCMG ได้นำเสนอเครื่องจักรหลากหลายประเภท ซึ่งสะท้อนถึงทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นรถขุดในกลุ่ม G Series รถตักไฟฟ้า รถโม่ปูน รถหัวลากไฟฟ้า และยังมีเครื่องจักรทำถนน รถเกรด รถบดล้อเหล็ก และรถบดล้อยาง เครื่องจักรรุ่นใหม่เหล่านี้ได้รับการพัฒนาโดยให้ความสำคัญกับการใช้งาน การประหยัดพลังงาน ความแม่นยำในการควบคุม ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน และความสะดวกในการบำรุงรักษา ซึ่งล้วนมีส่วนช่วยลดเวลาหยุดทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารโครงการ โดยเฉพาะเครื่องจักรพลังงานไฟฟ้า ที่มีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในการช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง ลดการปล่อยมลพิษและเสียงรบกวน ตลอดจนสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ

เชื่อมั่นว่าอนาคตของอุตสาหกรรมก่อสร้าง คอนกรีต และเหมืองแร่ จะขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะและแนวทางการดำเนินงานที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้จึงมิได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ของ XCMG เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการรับฟังความต้องการของผู้ประกอบการ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมกันพัฒนาแนวทางการใช้งานเครื่องจักรและเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับบริบทของอุตสาหกรรมไทย

                                                                                                                    นายสุภชัย สมิทธิปรีชาวงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทุน เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด กล่าวถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมคอนกรีตมิได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมถึงประสิทธิภาพของเครื่องจักร กระบวนการผลิตที่แม่นยำ การควบคุมคุณภาพ และการบริหารต้นทุนอย่างเหมาะสม ปัจจัย

เหล่านี้ล้วนมีผลโดยตรงต่อคุณภาพของงานก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทางบริษัทฯ จึงเห็นว่าการจัดงาน ซีบ้าเอ็กซ์โป คอนกรีตเอ็กซ์โป และไมน์นิ่งเอ็กซ์โป 2026  เป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากรจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกัน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบและการผลิตคอนกรีต ไปจนถึงการก่อสร้างและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเชื่อว่าเครื่องจักรที่ได้มาตรฐาน เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย คุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่สม่ำเสมอ ตลอดจนบริการที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

นางสาวนันท์นพิน เพชราภิรัชต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเครื่องจักรกลหนัก บริษัท ชัยรัชการ (กรุงเทพฯ) จำกัด เปิดเผยว่า ทาง ชัยรัชการก้าวสู่ปีที่ 50 เป็นตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุก HINO อันดับหนึ่งของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ให้บริการครบวงจรทั้งการขาย บริการหลังการขาย อะไหล่ และอู่ต่อตัวถังเป็นของตัวเอง ในอีกด้านหนึ่งของธุรกิจ คือกลุ่มเครื่องจักรกลหนัก ซึ่งได้ขยายบทบาทจากผู้จำหน่ายรถบรรทุก สู่การเป็นผู้แทนจำหน่ายและนำเข้าเครื่องจักรกลหนักแบบครบวงจร โดยมีทั้ง JCB แบรนด์ชั้นนำจากประเทศอังกฤษ ที่คนไทยคุ้นเคยกันดีในชื่อ “รถ JCB” ไม่ว่าจะเป็นรถตักหน้าขุดหลัง รถตักอเนกประสงค์ Telehandler หรือรถขุดขนาดเล็ก และ Volvo Construction Equipment แบรนด์จากประเทศสวีเดน ซึ่งมีรถขุดตั้งแต่ขนาด 14 ตัน ไปจนถึง 36 ตัน รถบด รถตัก โดยในปีล่าสุด รถขุดล้อยางรุ่น EW145B ของชัยรัชการ ยังสามารถทำยอดขายสูงสุดในภูมิภาคเอเชีย

โดยความตั้งใจ ชัยรัชการ มุ่งเน้นที่จะนำเสนอเครื่องจักรระดับสากลให้คนไทยเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “รถขุดหัวใจไทย มาตรฐานสากล เพื่อคนไทย” การขายรถหรือเครื่องจักรสักคัน ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความสัมพันธ์กับลูกค้า แต่คือจุดเริ่มต้นของการดูแลกันตลอดอายุการใช้งาน นี่คือที่มาของแคมเปญ “Good 2 Go” รถพร้อมใช้ ซ่อมไว ไม่เบรกดาวน์ ว้าว…คุ้ม ที่เรามอบให้กับลูกค้าทุกท่าน ด้วยบริการเช็กระยะที่ใช้เวลาเพียง 29 นาที เร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ส่วนงานเร่งด่วนอย่างการเปลี่ยนจาระบีล้อ ซึ่งสามารถดำเนินการเสร็จสิ้นภายใน 2 ชั่วโมง ครอบคลุมด้วยศูนย์บริการ 14 สาขาทั่วประเทศ

เรือตรี พนา ปัติใส รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก ทรัค จำกัด และในนามของบริษัท SINO TRUK ประเทศจีน กล่าวเห็นด้วยว่า ปัจจุบันโลกของเรากำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ ภูมิศาสตร์ไปจนถึงกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ อุตสาหกรรมการ

ก่อสร้างและเหมืองแร่ในยุคนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความทรงพลังหรือความทนทานอีกต่อไป แต่คือเรื่องของ “ประสิทธิภาพที่มาพร้อมกับความยั่งยืน” ทาง SINO TRUK ในฐานะผู้นำด้านการผลิตรถบรรทุกหนักระดับโลก เราไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้ผลิตยานพาหนะ แต่เราคือผู้ส่งมอบโซลูชันการขนส่งที่จะขับเคลื่อนธุรกิจของท่านให้เติบโตอย่างมั่นคง

                                                                                                                           ในงาน CBA EXPO 2026 ปีนี้ ทางบริษัทได้นำนวัตกรรมล้ำสมัยมาจัดแสดง เพื่อตอบโจทย์เมกะเทรนด์ด้านสิ่งแวดล้อมและการลดต้นทุนพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม ไฮไลต์สำคัญที่เรานำมาเปิดตัวในครั้งนี้ คือเทคโนโลยี “รถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck)” และรถบรรทุกพลังงานทางเลือกอัจฉริยะ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับงานหนักในไซต์งานก่อสร้างและเหมืองแร่โดยเฉพาะ รถบรรทุกจาก SINO TRUK ยุคใหม่นี้ ผสานระบบควบคุมการทำงานอัตโนมัติ (Automation) และเทคโนโลยีการจัดการโครงข่ายอัจฉริยะ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถควบคุมต้นทุนค่าพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดการปล่อยมลพิษในไซต์งาน และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติงานในระดับสูงสุด