25 กันยายน 2026

THE MASTER

ย่อโลกข่าวไว้ในมือคุณ

EXIM BANK ชู Sustainable Finance เร่งธุรกิจไทยรับกติกาการค้าโลก

ยกระดับบทบาท Financial Catalyst เชื่อมเงินทุน เทคโนโลยี และการบริหารความเสี่ยง  คว้ารางวัล Sustainable Capital and Investment Leadership จากเวทีสากล

นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) แสดงวิสัยทัศน์หัวข้อ “Sustainable Finance for Responsible Exports, Investment and Supply Chains” ในเวที Climate & Sustainability Capital Forum (CSCAP 2026) โดยชี้ว่า ความยั่งยืนกำลังเปลี่ยนจากประเด็นด้านความรับผิดชอบของภาคธุรกิจไปสู่ “กติกาใหม่ของการทำธุรกิจ” ที่ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยเฉพาะมาตรการด้านการลดคาร์บอน มาตรฐานสิ่งแวดล้อม การเปิดเผยข้อมูล การตรวจสอบย้อนกลับ และข้อกำหนดด้านความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ผู้ส่งออก SMEs และผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทานต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและเชื่อมต่อกับตลาดโลก ขณะที่การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนไม่ควรเป็นกำแพงใหม่ทางการค้า แต่ควรเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยยกระดับศักยภาพและเข้าถึงตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง

EXIM BANK จึงมุ่งยกระดับบทบาทจากผู้ให้เงินทุนสู่ Financial Catalyst และพันธมิตรที่ช่วยการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ ช่วยลดความเสี่ยง สนับสนุนเทคโนโลยี และทำให้การลงทุนเพื่อความยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริงในเชิงพาณิชย์ โดยต่อยอดจากการสนับสนุนโครงการพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่เทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจดังกล่าวยังอยู่ในระยะเริ่มต้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเปิดทางให้เกิดการลงทุนในวงกว้าง สะท้อนบทบาทของ EXIM BANK ในฐานะกลไกทางการเงินที่ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจไทย

ปัจจุบัน EXIM BANK มี ESG Portfolio ราว 50% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด ประกอบด้วย Green Finance ราว 42% Blue Economy ราว 6% และ Social Finance ราว 2% สะท้อนว่า การเงินเพื่อความยั่งยืนได้ขยายจากผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มสู่การเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจธนาคารในระดับโครงสร้าง ครอบคลุมทั้งการลดก๊าซเรือนกระจก เศรษฐกิจทางทะเล การเติบโตอย่างทั่วถึง และการสร้างความยืดหยุ่นให้ภาคธุรกิจรับมือกับความเสี่ยงในอนาคต พร้อมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานของตลาด เช่น ตลาดคาร์บอน เพื่อเชื่อมโยงผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่สามารถวัดผลและตรวจสอบได้เข้ากับมูลค่าทางเศรษฐกิจและการลงทุน

 

สำหรับก้าวต่อไป EXIM BANK ให้ความสำคัญกับการสร้างกลไกทางการเงินที่ช่วยให้การลงทุนเพื่อความยั่งยืนสามารถขยายผลได้ในเชิงพาณิชย์ โดยมุ่งเชื่อมโยงเงินทุน เทคโนโลยี การบริหารความเสี่ยง และตลาด เพื่อสนับสนุนทั้งโครงการสีเขียวและภาคอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่าน รวมถึงการส่งผ่านเงินทุนไปยังผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน ให้สามารถลงทุนในเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และระบบตรวจสอบย้อนกลับที่สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ของตลาดโลก

การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากสถาบันใดสถาบันหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเทคโนโลยี สมาคมอุตสาหกรรม หน่วยงานสนับสนุน SMEs และเครือข่ายระหว่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยงเทคโนโลยี เงินทุน ตลาด และมาตรฐานสากล โดย EXIM BANK พร้อมทำหน้าที่เป็น Anchor Financial Partner นำเงินทุน เครื่องมือบริหารความเสี่ยง และเครือข่ายความร่วมมือมาร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจไทย

ในโอกาสเดียวกันนี้ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK ได้เข้ารับรางวัลเกียรติยศระดับสากล Sustainable Capital and Investment Leadership ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่มีบทบาทโดดเด่นในการใช้กลไกทางการเงินและการลงทุนเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย โดยมีนายเดวิด อาโบนยี ผู้อำนวยการบริหารด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักเลขาธิการคณะมนตรีความร่วมมือด้านความมั่นคงในเอเชียแปซิฟิก (Council for Security Cooperation in the Asia Pacific: CSCAP) เป็นผู้มอบรางวัล ณ CSCAP องค์การสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยรางวัลดังกล่าวพิจารณาจากผลงานที่เกิดขึ้นจริงในการระดมและจัดสรรเงินทุน การนำปัจจัย ESG เข้าสู่กระบวนการตัดสินใจทางการเงิน และการสนับสนุนผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานให้สามารถปรับตัวต่อข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล