ปีนี้งานขยายตัวอย่างชัดเจน โดยมีผู้แสดงสินค้ามากกว่า 800 บริษัท จากกว่า 40 ประเทศและภูมิภาค ขยายพื้นที่จัดแสดงกว่า 20,000 ตารางเมตร ครอบคลุม 6 ฮอลล์ และมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 18,273 ราย จากกว่า 80 ประเทศ และมียอดเม็ดเงินสะพัดจากการเจรจาธุรกิจกว่า 4,600 ล้านบาท
ตลาดสุขภาพไทยโอกาสยังโตต่อ
การเติบโตของงานสอดคล้องกับแนวโน้มตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทย โดยข้อมูลจาก Euromonitor ระบุว่า ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทยคาดว่าจะเติบโตจาก 42,300 ล้านบาทในปี 2568 เป็น 60,800 ล้านบาทภายในปี 2573
โดยมีแรงขับเคลื่อนจากความสนใจของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรค ทั้งด้านภูมิคุ้มกัน การสูงวัยอย่างมีคุณภาพ สุขภาพจิต การนอนหลับ และสุขภาพโดยรวม สะท้อนถึงโอกาสของตลาดไทยที่ยังมีแนวโน้มเติบโต และความต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่หลากหลายมากขึ้น
จาก “ผู้ผลิต” สู่ “เจ้าของนวัตกรรม”
อีกภาพที่ชัดเจนจาก Vitafoods Asia 2026 คือบทบาทของผู้ประกอบการไทยที่กำลังขยับจากการผลิตและจัดหาสินค้า ไปสู่การพัฒนา Ingredient, OEM/ODM, Contract Manufacturing และแบรนด์สุขภาพ มากขึ้น
โอกาสสำคัญอยู่ที่การเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่วัตถุดิบ สารสกัด การวิจัยและพัฒนา การผลิต ไปจนถึงการสร้างแบรนด์และการส่งออก โดยเฉพาะจุดแข็งของไทยด้านสมุนไพร สารสกัดจากธรรมชาติ และองค์ความรู้ด้านอาหารและสุขภาพ
หากสามารถต่อยอดจากจุดแข็งด้านวัตถุดิบและฐานการผลิตไปสู่ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ไทยก็มีโอกาสขยับจากตลาดผู้บริโภคไปสู่การเป็นฐานพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับตลาดภูมิภาค
เทรนด์สุขภาพขยายจากคนสู่สัตว์เลี้ยง
ด้านนวัตกรรม งานปีนี้ยังเน้นเทรนด์สุขภาพเชิงป้องกัน พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์และส่วนผสมที่ตอบโจทย์ Healthy Aging, Gut & Microbiome Health, Cognitive & Mental Wellness และ Personalized Nutrition รวมถึงวิตามิน แร่ธาตุ สารสกัดสมุนไพร โปรตีน เปปไทด์ และส่วนผสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม
อีกไฮไลต์ที่น่าจับตาคือ Pet Nutraceuticals สะท้อนกระแส Pet Humanization ที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ความสำคัญกับสุขภาพและโภชนาการของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น โดยหมวด Pet Nutraceuticals ได้รับการจัดพื้นที่และนำเสนออย่างชัดเจนภายในงาน
ภาพรวมจึงสะท้อนทิศทางอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยทั้ง Science, Innovation และ Commercialization ตั้งแต่การพัฒนาส่วนผสมใหม่ การผลิต ไปจนถึงการนำงานวิจัยมาต่อยอดเป็นธุรกิจ
โอกาสยกระดับ “เศรษฐกิจสุขภาพไทย”
Vitafoods Asia 2026 จึงไม่ได้สะท้อนเพียงการเติบโตของงานแสดงสินค้า แต่สะท้อนการขยายตัวของ Health & Wellness Economy ที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นในเศรษฐกิจภูมิภาค
สำหรับประเทศไทย โจทย์สำคัญในระยะต่อไปคือการเปลี่ยนจุดแข็งด้านวัตถุดิบ สมุนไพร ฐานการผลิต และตลาดภายในประเทศ ให้กลายเป็น มูลค่าเพิ่มจากงานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม และแบรนด์ไทย
การยกระดับจาก “ผู้ผลิต” สู่ “ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์และเจ้าของนวัตกรรม” จะเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และเปิดทางให้ผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทยก้าวสู่ตลาดโลก
Vitafoods Asia 2026 จึงเป็นมากกว่างานแสดงสินค้า แต่เป็นภาพสะท้อนว่า Health & Wellness Economy กำลังเติบโตเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค และเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการก้าวสู่การเป็น Regional Health & Wellness Hub
ยกระดับ “เศรษฐกิจสุขภาพไทย” สู่ปักหมุดใหม่ Asia 2027 ณ มาเลเซีย
ความสำเร็จของ Vitafoods Asia 2026 จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า Health & Wellness Economy กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ โจทย์สำคัญของไทยในระยะถัดไป คือการเปลี่ยนจุดแข็งด้านวัตถุดิบและฐานการผลิต ให้กลายเป็นมูลค่าเพิ่มด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับสู่การเป็น Regional Health & Wellness Hub อย่างเต็มภาคภูมิ
พร้อมกันนี้ อุตสาหกรรม Nutraceutical ในระดับภูมิภาคยังเตรียมเดินหน้าต่อกับหมวดใหม่ โดยกำหนดจัดงาน Vitafoods Asia 2027 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมแห่งชาติมาเลเซีย (MITEC) กรุงกัวลาลัมเปอร์ ระหว่างวันที่ 21–23 กันยายน 2570 บนพื้นที่ยิ่งใหญ่กว่า 35,000 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็น “โอกาสครั้งสำคัญ” ของผู้ประกอบการไทยในการนำเสนอนวัตกรรม สารสกัดมาตรฐานสูง และผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย ขยายปีกสู่เครือข่ายคู่ค้าในตลาดสากลต่อไป
More Stories
“OSU สหรัฐอเมริกา” ประกาศยกย่อง “ดร.ลักขณา” แห่ง ASBGV
SMO ให้การต้อนรับ APM เยี่ยมชมโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มดิบ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช
BAM มอบน้ำดื่มแก่กรมวิชาการเกษตร เพื่อส่งต่อน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม