6 ตุลาคม 2026

THE MASTER

ย่อโลกข่าวไว้ในมือคุณ

ฟอร์ติเน็ต ได้รับการจัดอันดับเป็นผู้นำในรายงาน 2026 Gartner® Magic Quadrant™ สำหรับ Hybrid Mesh Firewall

     ฟอร์ติเน็ต ผู้นำระดับโลกด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่ขับเคลื่อนการผสานรวมของระบบเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยเข้าด้วยกัน ประกาศได้รับการจัดอันดับให้เป็นผู้นำในรายงาน Gartner Magic Quadrant สำหรับ Hybrid Mesh Firewall ประจำปี 2026 และได้รับการจัดอันดับสูงสุดด้าน Ability to Execute ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

การได้รับการยอมรับในรายงาน Gartner Magic Quadrant สำหรับ Hybrid Mesh Firewall ประจำปี 2026 ทำให้ฟอร์ติเน็ตมีชื่อติดอันดับในรายงานของ Gartner มาแล้วถึง 11 ฉบับ ครอบคลุมทั้งกลุ่มระบบเครือข่ายและความปลอดภัย โดยโซลูชันไฟร์วอลล์ FortiGate ขับเคลื่อนด้วย FortiASIC ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ พร้อมด้วย FortiOS ระบบปฏิบัติการเดียวที่ครอบคลุมการใช้งานทั้งแบบกายภาพ (Physical) ระบบเสมือน (Virtual) คลาวด์เนทีฟ (Cloud-Native) และรูปแบบบริการ (As-a-Service) โซลูชันนี้เป็นหัวใจสำคัญของ Fortinet AI-Native Security Fabric ที่ช่วยยกระดับการป้องกัน ประสิทธิภาพ และลดความซับซ้อนในการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งองค์กรแบบไฮบริด

แอนโธนี เจมส์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า “ความเชี่ยวชาญด้านไฟร์วอลล์สำหรับองค์กร เกิดขึ้นจากความไว้วางใจและความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อโซลูชันในการปกป้องสภาพแวดล้อมที่มีความสำคัญสูงสุดขององค์กร เราเชื่อว่าการได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำและได้รับการจัดอันดับสูงสุดในด้าน Ability to Execute สะท้อนถึงความสามารถที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของฟอร์ติเน็ตในการส่งมอบระบบรักษาความปลอดภัยและระบบเครือข่ายที่รองรับการใช้งานขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน เรายังคงพัฒนาขีดความสามารถเพื่อตอบสนองสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังจากโซลูชันไฟร์วอลล์ผ่านนวัตกรรมการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI การเข้ารหัสหลังยุคควอนตัม (PQC : Post-Quantum Cryptography) การประสานการทำงานแบบมัลติคลาวด์และการมองเห็นสภาพแวดล้อมแบบ Cyber-Physical”

ขณะที่องค์กรต่างๆ ปรับโครงสร้างพื้นฐานที่มีการกระจายตัวให้ทันสมัยมากขึ้น องค์กรจึงต้องการมากกว่าไฟร์วอลล์แบบดั้งเดิม แต่ต้องการโซลูชันที่สามารถเชื่อมต่อระบบเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยเข้าด้วยกัน การบังคับใช้นโยบายอย่างสอดคล้องกันครอบคลุมสภาพแวดล้อมแบบไฮบริด ลดความซับซ้อนในการดำเนินงานและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับเทคโนโลยีและภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่

ฟอร์ติเน็ตเชื่อว่าการได้รับการยอมรับครั้งนี้สะท้อนถึงประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ความสามารถในการรองรับการใช้งานขนาดใหญ่และการปกป้องที่สม่ำเสมอครอบคลุมสาขา แคมปัส ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ เทคโนโลยีปฏิบัติการ เครือข่ายผู้ให้บริการและสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยที่มีการบริหารจัดการ นอกจากนี้ความยืดหยุ่นด้านสถาปัตยกรรมของฟอร์ติเน็ตยังช่วยให้องค์กรสามารถรองรับข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพ อธิปไตย กฎระเบียบและการดำเนินงานที่แตกต่างกันได้

พิสูจน์ประสิทธิภาพครอบคลุมองค์กรแบบไฮบริด

โซลูชัน Fortinet Hybrid Mesh Firewall ช่วยปกป้องขอบเขตความปลอดภัยขององค์กร สาขาที่มีปริมาณการใช้งานสูง ดาต้าเซ็นเตอร์ สภาพแวดล้อมระดับผู้ให้บริการและสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยที่มีการบริหารจัดการ ครอบคลุมการใช้งานในรูปแบบกายภาพ ระบบเสมือน คลาวด์เนทีฟและรูปแบบบริการ โดยมีระบบปฏิบัติการ FortiOS การจัดการแบบรวมศูนย์ และบริการ FortiGuard AI-Powered Security Services เป็นพื้นฐานเดียวกัน ช่วยให้องค์กรสามารถกำหนดนโยบายให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์และรูปแบบการดำเนินงานที่แยกจากกันสำหรับแต่ละสภาพแวดล้อม

อีกทั้งองค์กรยังได้รับความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดตรวจสอบและบังคับใช้นโยบายด้านความปลอดภัยให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะทางธุรกิจ ประสิทธิภาพ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และอธิปไตย โดยเลือกส่งมอบระบบรักษาความปลอดภัยจากคลาวด์ผ่าน FortiSASE ผ่านอุปกรณ์ FortiGate ที่ลูกค้าควบคุมเองซึ่งมาพร้อมความสามารถของ FortiSASE Outpost หรือผ่าน FortiGate ที่ติดตั้งในพื้นที่ เพื่อบังคับใช้นโยบายแบบเฉพาะพื้นที่ร่วมกับ FortiSASE การผสานระบบรักษาความปลอดภัยที่ให้บริการผ่านคลาวด์เข้ากับการบังคับใช้นโยบายเฉพาะพื้นที่นี้ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของ SASE Firewall ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย และยังคงควบคุมการดำเนินงานได้อย่างสมบูรณ์

ผสานรวมระบบเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยเข้าด้วยกัน

กลยุทธ์ของฟอร์ติเน็ตที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องคือการผสานระบบเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยไว้ภายในระบบปฏิบัติการเดียว โดย FortiOS ผสานความสามารถด้านการเราต์ติ้งระดับองค์กร Secure SD-WAN และ Next-Generation Firewall (NGFW) ช่วยให้องค์กรสามารถประสานนโยบายด้านการเชื่อมต่อและการรักษาความปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพของแอปพลิเคชัน เร่งการปรับปรุงระบบของสาขาและแคมปัสให้ทันสมัย และบริหารจัดการสภาพแวดล้อมแบบกระจายตัวจากส่วนกลาง

การผสานความสามารถเหล่านี้เข้าด้วยกันทำให้ฟอร์ติเน็ตช่วยให้ลูกค้าลดความซับซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อมในการรับมือได้มากยิ่งขึ้น

สร้างนวัตกรรมเพื่อรองรับอนาคต

ฟอร์ติเน็ตยังคงพัฒนา Hybrid Mesh Firewall อย่างต่อเนื่องผ่านระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI การเข้ารหัสหลังยุคควอนตัมและการประสานการทำงานแบบมัลติคลาวด์ โดยการให้ความช่วยเหลือ ระบบอัตโนมัติ และการวิเคราะห์ข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยให้ทีมด้านระบบเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยสามารถตรวจสอบปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เปลี่ยนงานประจำให้เป็นระบบอัตโนมัติและปรับปรุงการจัดการนโยบาย นอกจากนี้ฟอร์ติเน็ตยังช่วยลูกค้าเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านการเข้ารหัสที่เกิดขึ้นใหม่ พร้อมช่วยให้นโยบายด้านความปลอดภัยและการประสานการทำงานมีความสอดคล้องกันในสภาพแวดล้อมแบบมัลติคลาวด์

นอกจากนี้ฟอร์ติเน็ตได้ขยายขีดความสามารถในการมองเห็นครอบคลุมทั้งสภาพแวดล้อม IoT และ Cyber-Physical ด้วยระบบค้นหาอุปกรณ์แบบ Passive และ Active ฟีเจอร์นี้ช่วยให้องค์กรระบุและแยกประเภทอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อตามแบรนด์ผู้ผลิต เฟิร์มแวร์ และฟังก์ชันอุตสาหกรรมได้อย่างแม่นยำ ผสานกับการตรวจสอบความสมบูรณ์ของไฟล์และการตั้งค่าไฟร์วอลล์แบบเรียลไทม์ที่ช่วยเฝ้าระวังการปรับเปลี่ยนที่ไม่ได้รับอนุญาต เพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยที่สำคัญขององค์กรให้สมบูรณ์อยู่เสมอ

เมื่อโซลูชันต่างๆ ทำงานร่วมกัน ความสามารถเหล่านี้ช่วยขยายขอบเขตของไฟร์วอลล์ให้เป็นมากกว่าการตรวจสอบทราฟฟิกสู่การกำหนดและบังคับใช้นโยบายแบบกระจายที่เชื่อมต่อระบบเครือข่าย ระบบรักษาความปลอดภัย คลาวด์ AI และเทคโนโลยีปฏิบัติการเข้าด้วยกัน

ดาวน์โหลดรายงาน เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ 2026 Gartner Magic Quadrant for Hybrid Mesh Firewall

 แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม