20 ตุลาคม 2026

THE MASTER

ย่อโลกข่าวไว้ในมือคุณ

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ชี้เทรนด์ครอบครัวรุ่นใหม่ เปลี่ยนโจทย์ “บ้านใหญ่” สู่ “บ้านคุ้มค่า” เน้นฟังก์ชัน – คุมค่าใช้จ่าย  

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน  เผยเทรนด์ครอบครัวรุ่นใหม่ ปรับโจทย์สร้างบ้านจาก “หลังใหญ่” สู่ “บ้านที่เน้นความคุ้มค่ารอบด้าน ให้ความสำคัญพื้นที่ใช้สอยที่ใช้งานจริง ประหยัดพลังงาน และค่าดูแลระยะยาว  แนะผู้ประกอบการปรับแบบบ้านรับความต้องการ ขณะที่ยอดจองงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2026” ทำยอดกว่า 1,643 ล้านบาท บ้านราคา 2.5–10 ล้านบาท แชมป์ครองสัดส่วนมากถึง 72%

นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association: HBA) เปิดเผยว่า พฤติกรรมคนรุ่นใหม่และครอบครัวเริ่มต้น พบสัญญาณการเปลี่ยนแปลงโจทย์การสร้างบ้านที่น่าสนใจ จากการให้ความสำคัญกับ ”บ้านหลังใหญ่” และความโอ่อ่า ไปสู่ “บ้านที่คุ้มค่ารอบด้าน” ที่พื้นที่เหมาะกับการใช้งานจริง ฟังก์ชันลงตัว ดูแลง่าย และการดูแลรักษาง่ายในระยะยาว ความคุ้มค่าจึงครอบคลุมทั้งงบก่อสร้าง ประโยชน์ใช้สอย และค่าดูแลหลังการเข้าอยู่อาศัย ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับการออกแบบให้ตอบโจทย์ กับความต้องการที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น

3 ปัจจัยเปลี่ยนโจทย์สร้างบ้านของครอบครัวรุ่นใหม่

โดยสมาคมฯ  วิเคราะห์ 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้แนวคิดการสร้างบ้านของคนรุ่นใหม่และกลุ่มครอบครัวเริ่มต้นเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ

  1. โครงสร้างครอบครัวขนาดเล็ก และไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป สังคมปัจจุบันเปลี่ยนผ่านสู่ครอบครัวเดี่ยวหรือครอบครัวขนาดเล็ก เพียง 1-3 คน ทำให้พื้นที่ขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ใช้งานจริง ดูจะเกินความจำเป็นจนกลายเป็นภาระด้านค่าใช้จ่ายและการดูแลรักษา ทำให้ผู้บริโภครุ่นใหม่และกลุ่มที่กำลังสร้างครอบครัว จึงให้ความสำคัญกับสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว และใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
  2. มองหา “ความคุ้มค่า” ไม่ใช่แค่ราคาถูก แต่คือใช้งานได้เต็มที่และประหยัดพลังงาน สำหรับผู้บริโภคยุคนี้ ความคุ้มค่าไม่ได้วัดกันที่ตารางเมตรที่กว้างขวางที่สุด แต่หมายถึงการจัดพื้นที่ให้ยืดหยุ่นและใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ เช่น พื้นที่ที่รองรับได้หลายกิจกรรม หรือ ห้องที่ปรับการใช้งานได้ในอนาคต ควบคู่กับบ้านที่มีนวัตกรรมช่วยประหยัดพลังงาน ตั้งแต่การออกแบบที่คำนึงถึงทิศทางแดดและลมธรรมชาติ ไปจนถึงการติดตั้งโซลาร์ รูฟ และการใช้ฉนวนกันความร้อน เพื่อลดการใช้พลังงาน
  3. ลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงในระยะยาว ให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายหลังเข้าอยู่อาศัย เพราะการสร้างบ้านหลังใหญ่จะมาพร้อมค่าใช้จ่ายหลังเข้าอยู่อาศัย ทั้งค่าไฟฟ้าจากการเปิดเครื่องปรับอากาศ ค่าทำความสะอาด และค่าซ่อมบำรุงตามกาลเวลา ดังนั้น การเลือกสร้างบ้านให้พอดีกับความต้องการ และออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนค่าใช้จ่ายตลอดการอยู่อาศัย

บ้าน 2.5–10 ล้านบาท ครองยอดจอง “งานรับสร้างบ้าน EXPO 2026”  

สำหรับผลการจัดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2026” ซึ่งมียอดจองปลูกสร้างบ้านรวม 185 หลัง มูลค่า 1,643.61 ล้านบาท  พบว่า ขนาดและระดับราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้และให้ความคุ้มค่าสูงสุดยังคงเป็นกลุ่มหลักของตลาด

โดยกลุ่มบ้านราคา 2.51–5 ล้านบาท มียอดสั่งสร้างสูงสุดเป็นอันดับ 1 จำนวน 71 หลัง คิดเป็น 38% ของจำนวนหลังทั้งหมด 185 หลัง กลุ่มบ้านราคา 5.01–10 ล้านบาท มียอดสั่งสร้าง ที่ 62 หลัง คิดเป็น 34% ทั้งสองกลุ่มนี้ เมื่อรวมกันจะเป็นสัดส่วนมากที่สุดถึง 72% ของจำนวนบ้านทั้งหมด ตอกย้ำว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่มองหาบ้านขนาดกลางที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริงอย่างคุ้มราคา

ขณะที่กลุ่มบ้านพรีเมียม ราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป แม้จะมีสัดส่วน 8% หรือ 15 หลัง แต่สามารถสร้างมูลค่ารวมได้สูงถึง 492.5 ล้านบาท หรือคิดเป็น 30% ของมูลค่ารวมทั้งงาน ถือเป็นกำลังซื้อระดับบนที่ยังคงแข็งแกร่ง

นายอนันต์กร กล่าวต่อว่า ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องพัฒนาทั้งแบบบ้านและบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มราคา โดยออกแบบพื้นที่ให้ใช้งานได้เต็มที่และปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต เพื่อรองรับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป และลดความจำเป็นในการปรับปรุงครั้งใหญ่ภายหลัง โดยสมาคมฯ จะเดินหน้าร่วมกับบริษัทสมาชิก พันธมิตรผู้ผลิตวัสดุชั้นนำ และสถาบันการเงิน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการสร้างบ้านที่มีคุณภาพ คุ้มค่า และรองรับการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

โดยสมาคมฯ คาดการณ์ยอดขายรวมของบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกในปี 2569 เติบโต 8.7% มูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตจากปี 2568 ที่ทำได้ 9,200 ล้านบาท

You may have missed