สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เผยเทรนด์ครอบครัวรุ่นใหม่ ปรับโจทย์สร้างบ้านจาก “หลังใหญ่” สู่ “บ้านที่เน้นความคุ้มค่ารอบด้าน ให้ความสำคัญพื้นที่ใช้สอยที่ใช้งานจริง ประหยัดพลังงาน และค่าดูแลระยะยาว แนะผู้ประกอบการปรับแบบบ้านรับความต้องการ ขณะที่ยอดจองงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2026” ทำยอดกว่า 1,643 ล้านบาท บ้านราคา 2.5–10 ล้านบาท แชมป์ครองสัดส่วนมากถึง 72%
นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association: HBA) เปิดเผยว่า พฤติกรรมคนรุ่นใหม่และครอบครัวเริ่มต้น พบสัญญาณการเปลี่ยนแปลงโจทย์การสร้างบ้านที่น่าสนใจ จากการให้ความสำคัญกับ ”บ้านหลังใหญ่” และความโอ่อ่า ไปสู่ “บ้านที่คุ้มค่ารอบด้าน” ที่พื้นที่เหมาะกับการใช้งานจริง ฟังก์ชันลงตัว ดูแลง่าย และการดูแลรักษาง่ายในระยะยาว ความคุ้มค่าจึงครอบคลุมทั้งงบก่อสร้าง ประโยชน์ใช้สอย และค่าดูแลหลังการเข้าอยู่อาศัย ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับการออกแบบให้ตอบโจทย์ กับความต้องการที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
3 ปัจจัยเปลี่ยนโจทย์สร้างบ้านของครอบครัวรุ่นใหม่
โดยสมาคมฯ วิเคราะห์ 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้แนวคิดการสร้างบ้านของคนรุ่นใหม่และกลุ่มครอบครัวเริ่มต้นเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
- โครงสร้างครอบครัวขนาดเล็ก และไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป สังคมปัจจุบันเปลี่ยนผ่านสู่ครอบครัวเดี่ยวหรือครอบครัวขนาดเล็ก เพียง 1-3 คน ทำให้พื้นที่ขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ใช้งานจริง ดูจะเกินความจำเป็นจนกลายเป็นภาระด้านค่าใช้จ่ายและการดูแลรักษา ทำให้ผู้บริโภครุ่นใหม่และกลุ่มที่กำลังสร้างครอบครัว จึงให้ความสำคัญกับสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว และใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
- มองหา “ความคุ้มค่า” ไม่ใช่แค่ราคาถูก แต่คือใช้งานได้เต็มที่และประหยัดพลังงาน สำหรับผู้บริโภคยุคนี้ ความคุ้มค่าไม่ได้วัดกันที่ตารางเมตรที่กว้างขวางที่สุด แต่หมายถึงการจัดพื้นที่ให้ยืดหยุ่นและใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ เช่น พื้นที่ที่รองรับได้หลายกิจกรรม หรือ ห้องที่ปรับการใช้งานได้ในอนาคต ควบคู่กับบ้านที่มีนวัตกรรมช่วยประหยัดพลังงาน ตั้งแต่การออกแบบที่คำนึงถึงทิศทางแดดและลมธรรมชาติ ไปจนถึงการติดตั้งโซลาร์ รูฟ และการใช้ฉนวนกันความร้อน เพื่อลดการใช้พลังงาน
- ลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงในระยะยาว ให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายหลังเข้าอยู่อาศัย เพราะการสร้างบ้านหลังใหญ่จะมาพร้อมค่าใช้จ่ายหลังเข้าอยู่อาศัย ทั้งค่าไฟฟ้าจากการเปิดเครื่องปรับอากาศ ค่าทำความสะอาด และค่าซ่อมบำรุงตามกาลเวลา ดังนั้น การเลือกสร้างบ้านให้พอดีกับความต้องการ และออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนค่าใช้จ่ายตลอดการอยู่อาศัย
บ้าน 2.5–10 ล้านบาท ครองยอดจอง “งานรับสร้างบ้าน EXPO 2026”
สำหรับผลการจัดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2026” ซึ่งมียอดจองปลูกสร้างบ้านรวม 185 หลัง มูลค่า 1,643.61 ล้านบาท พบว่า ขนาดและระดับราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้และให้ความคุ้มค่าสูงสุดยังคงเป็นกลุ่มหลักของตลาด
โดยกลุ่มบ้านราคา 2.51–5 ล้านบาท มียอดสั่งสร้างสูงสุดเป็นอันดับ 1 จำนวน 71 หลัง คิดเป็น 38% ของจำนวนหลังทั้งหมด 185 หลัง กลุ่มบ้านราคา 5.01–10 ล้านบาท มียอดสั่งสร้าง ที่ 62 หลัง คิดเป็น 34% ทั้งสองกลุ่มนี้ เมื่อรวมกันจะเป็นสัดส่วนมากที่สุดถึง 72% ของจำนวนบ้านทั้งหมด ตอกย้ำว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่มองหาบ้านขนาดกลางที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริงอย่างคุ้มราคา
ขณะที่กลุ่มบ้านพรีเมียม ราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป แม้จะมีสัดส่วน 8% หรือ 15 หลัง แต่สามารถสร้างมูลค่ารวมได้สูงถึง 492.5 ล้านบาท หรือคิดเป็น 30% ของมูลค่ารวมทั้งงาน ถือเป็นกำลังซื้อระดับบนที่ยังคงแข็งแกร่ง
นายอนันต์กร กล่าวต่อว่า ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องพัฒนาทั้งแบบบ้านและบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มราคา โดยออกแบบพื้นที่ให้ใช้งานได้เต็มที่และปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต เพื่อรองรับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป และลดความจำเป็นในการปรับปรุงครั้งใหญ่ภายหลัง โดยสมาคมฯ จะเดินหน้าร่วมกับบริษัทสมาชิก พันธมิตรผู้ผลิตวัสดุชั้นนำ และสถาบันการเงิน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการสร้างบ้านที่มีคุณภาพ คุ้มค่า และรองรับการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน
โดยสมาคมฯ คาดการณ์ยอดขายรวมของบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกในปี 2569 เติบโต 8.7% มูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตจากปี 2568 ที่ทำได้ 9,200 ล้านบาท

More Stories
ศุภาลัย ปักธงนครศรีธรรมราชครบ 10 ปี ขยายพอร์ตสู่บ้านเดี่ยวระดับบน ส่ง “แกรนด์วิลล์ เทิดพระเกียรติ” ครั้งแรก ชูดีไซน์ใหม่ Tropical Modern
พาชม 13 จุด “กรีนจับต้องได้” ในบ้านนำร่องมาตรฐานอาคารเขียวยุคใหม่ “SC Green Mark”
ศุภาลัย เปิดเกม Sports Marketing จับมือ “ระยอง เอฟซี” เสริมความพร้อมนอกสนาม พร้อมสนับสนุนที่พักนักเตะตลอดฤดูกาล