Business
“หอการค้าไทย – จีน” เผยภาพรวมการค้าระหว่างไทยและจีนช่วงสองเดือนแรกของปีเพิ่มขึ้น 16% ขณะที่การนำเข้าจากจีนที่ขยายตัวถึง 21.73% ส่งผลให้ไทยเสียเปรียบดุลการค้ากว่า 6,800 ล้านบาท

นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย – จีน เปิดเผยถึงภาพรวมการค้าระหว่างไทย – จีน ภายในงานพบปะสังสรรค์สื่อมวลชนว่า ถึงแม้ว่าในขณะนี้ประเทศจีนจะยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพราะผลพวงจากสถานการณ์โควิด แต่ในด้านการค้าระหว่างไทยและจีนยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และประเทศจีนยังคงเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย เป็นเวลา 9 ปี ติดต่อกัน
โดยช่วงสองเดือนแรกของปีนี้ นับตั้งแต่เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ การค้าระหว่างไทยและจีน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 16% คิดเป็นมูลค่า 17,095 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมีสัดส่วน 18% ของมูลค่าการค้ารวมทั้งหมดของไทย ส่วนการส่งออกไปจีน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.78% และการนำเข้าจากจีนขยายตัว 21.73% ส่งผลประเทศไทยเสียเปรียบดุลการค้า 6,815 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงสองเดือนแรกของปีนี้

นายณรงค์ศักดิ์ ระบุว่า ถึงแม้ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายใหม่ๆเช่น ผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และภาวะเงินเฟ้อ แต่ในด้านการค้าระหว่างไทยกับจีนแล้ว ยังมีโอกาสที่จะขยายตัวได้อีกมาก ทั้งด้านการใช้ประโยชน์จาก ความตกลงอาร์เซป ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 เป็นต้นมาในช่วงสองเดือนแรกของปี 2565 นี้ มีรายงานจากกรมการค้าต่างประเทศของไทยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ผู้ประกอบการไทยมีการใช้ประโยชน์จากความตกลงอาร์เซป ส่งออกไปยังตลาดหลักคือ ญี่ปุ่น 540.36 ล้านบาท / จีน 453.95 ล้านบาท / และเกาหลีใต้ 171.21 ล้านบาท / และมีการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น
ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ส่งออกไทยไปจีนภายใต้ความตกลงอาร์เซป ส่วนใหญ่ได้รับการลดภาษีในระดับที่เท่ากับกรอบความตกลงการค้าเสรีอาเซียน – จีน คือ เป็น 0% แต่เนื่องจากความตกลงอาร์เซป มีข้อกำหนดเรื่องการตรวจปล่อยสินค้าที่ชัดเจน คือ กรณีที่เป็นสินค้าเน่าเสียง่าย จะได้รับการตรวจปล่อยพิธีการศุลกากรภายใน 6 ชั่วโมง และสำหรับสินค้าทั่วไปให้การตรวจปล่อยภายใน 48 ชั่วโมง
จึงคาดว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการส่งออกของไทยมาขอให้สิทธิภายใต้อาร์เซปกันมากขึ้น เนื่องจากสามารถวางแผนการนำเข้าส่งอออกสินค้าล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าผลไม้สด เช่น ทุเรียนสด ฝรั่ง มะม่วง มังคุด ลำไย ลิ้นจี่ เงาะ ลางสาด มะพร้าวทั้งกะลา ตลอดจน มันสำปะหลัง รถยนต์ และยานยนต์ขนส่งบุคคล เป็นต้น
ขณะที่ การเชื่อมโยงโครงการรถไฟความเร็วสูง จีน-ลาว-ไทย เป็นโอกาสที่สำคัญในการส่งเสริมกระจายสินค้าไทยเข้าไปยังประเทศจีนอีกช่องทางหนึ่ง โดยเฉพาะพื้นที่มณฑลตอนในของจีน นอกจากนี้ จากการเยือนจีนของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย เมื่อวันที่ 2 เมษายน ทางรัฐบาลจีนยังเน้นความสำคัญ
“การเร่งรัดก่อสร้างทางรถไฟจีน – ไทย ให้เชื่อมต่อกับทางรถไฟจีน – ลาว” ซึ่งจะสนับสนุนการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพด้านบริการโลจิสติกส์ของประเทศ ต่อไป
อย่างไรก็ตาม การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้ประกออบการชาวจีนโลก (WCEC) สมัยที่ 16 หอการค้าไทย – จีน เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 22 พฤษภาคม 2566 ที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ประกอบการชาวจีนจากทั่วโลก กว่า 3,000 คน เข้าร่วมประชุม และสำรวจลู่ทางการค้าการลงทุน และการท่องเที่ยวในประเทศไทยจะมีส่วนช่วยสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยหลังจากการระบาดของโควิด

More Stories
ดีนี่ ดีลักซ์ ยกระดับการดูแล ‘แบบ Premium’ ร่วมฉลองงาน “Central Anniversary 2026 Flower Show At Central Chidlom”
โก โฮลเซลล์ ต่อยอดเทรนด์ชีสมาแรง ปักหมุดเชียงใหม่
SUMACO ปลากระป๋องพรีเมียม จาก CH ที่เชฟ Hell’s Kitchen Thailand Season ไว้ใจ