พลังงาน
กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (ปตท.สผ. อีดี) ร่วมลงนามในสัญญาซื้อขายปิโตรเลียม และข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้สิ่งติดตั้งของรัฐในการประกอบกิจการปิโตรเลียม สำหรับแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/61 (แหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณ) และหมายเลข G2/61 (แหล่งก๊าซธรรมชาติบงกช) เพื่อ เตรียมความพร้อมในการผลิตก๊าซธรรมชาติให้มีความต่อเนื่อง

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมภายใต้ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) ของแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/61 และ G2/61 นั้น บริษัท ปตท.สผ. อีดี ในฐานะผู้ดำเนินการรายใหม่ของแปลงดังกล่าวจำเป็นต้องทำสัญญาและข้อตกลง ที่เกี่ยวข้องกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติในฐานะคู่สัญญา จำนวนทั้งสิ้น 7 ฉบับ ประกอบด้วย สัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ (Gas Sales Agreement) สัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว (Condensate Sales Agreement) สัญญาซื้อขายน้ำมันดิบ (Crude Sales Agreement) และข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้สิ่งติดตั้งของรัฐ ในการประกอบกิจการปิโตรเลียม (Utilization Facilities Agreement) จำนวนรวม 4 ฉบับ สำหรับแปลง G1/61 และสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ (Gas Sales Agreement) สัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว (Condensate Sales Agreement) และข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้สิ่งติดตั้งของรัฐในการประกอบกิจการปิโตรเลียม (Utilization Facilities Agreement) จำนวนรวม 3 ฉบับ สำหรับแปลง G2/61

“กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ในฐานะหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศและมีหน้าที่ในการขายหรือจำหน่ายปิโตรเลียมที่ผลิตได้ของประเทศ ได้ดำเนินการเกี่ยวกับสัญญาต่าง ๆ ตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยในส่วนของสัญญาซื้อขายปิโตรเลียมนั้น กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต ในฐานะผู้ขายปิโตรเลียมของแปลงสำรวจดังกล่าวได้หารือและร่วมยกร่างสัญญาซื้อขายร่วมกับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ซื้อ ซึ่งเป็นสัญญาที่กำหนดสิทธิ หน้าที่ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขต่าง ๆ ของผู้ซื้อและผู้ขายในการซื้อขายปิโตรเลียม ส่วนข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้สิ่งติดตั้งของรัฐ ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมนั้น กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตได้หารือ และยกร่างข้อตกลงฯ ร่วมกัน ซึ่งมีสาระสำคัญและวัตถุประสงค์เพื่อให้สิทธิแก่ผู้รับสัญญาในการใช้ประโยชน์ สิ่งติดตั้งสำหรับประกอบกิจการปิโตรเลียมที่รัฐได้รับมอบมาจากผู้รับสัมปทาน โดยผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต มีหน้าที่บำรุงรักษา ต่อเติม ซ่อมแซม และเอาประกันภัยสิ่งติดตั้ง รวมถึงมีหน้าที่ในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ร่างสัญญาและข้อตกลงดังกล่าว ได้ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว ซึ่งการลงนามในวันนี้จะมีส่วนทำให้การดำเนินงานตามสัญญาแบ่งปันผลผลิตในทั้ง 2 แปลงดังกล่าว เดินหน้าต่อไป อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลังจากนี้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จะได้ติดตาม ตรวจสอบ และกำกับดูแล การดำเนินงานตามสัญญาแบ่งปันผลผลิตของบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นสำคัญ” อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติกล่าว

More Stories
SUPER เฮ! กดปุ่ม COD วินด์ฟาร์มเวียดนาม 99 MW เดินหน้ารับรู้รายได้หนุนพอร์ตแกร่ง เสริมรายได้ระยะยาว ปักหมุดกำลังการผลิตกว่า 1,800 MW ปี 71
TPCH ปลื้ม! โรงไฟฟ้าช้างแรกฯ คว้ารางวัลจากเวที ASEAN Energy Awards 2026
“สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ” รับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหม่ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี