Business
TMI แจ้งผลประกอบการ ไตรมาส 1/2565 กำไรนิวไฮ 585.50% รายได้โต 143.55 ล้านบาท ผลจากการรับรู้รายได้โครงการโรงไฟฟ้าชีวภาพและออกสินค้าใหม่ เตรียมจ่อคิว COD โรงไฟฟ้าชีวภาพแห่งที่ 3 ช่วงปลายไตรมาส 2 หนุนธุรกิจโรงไฟฟ้าโตต่อเนื่อง ตั้งธงปี 65 รายได้โต 20%
นายธีระชัย ประสิทธิ์รัตนพร กรรมการผู้จัดการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMI เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2565 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 8.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.10 ล้านบาท หรือ 585.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้จากการขายรวม 143.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.11 ล้านบาท หรือ 31.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการออกสินค้าใหม่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคและการขายไฟฟ้าให้กับภาครัฐ ประกอบกับมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพตามแผนกลยุทธ์ที่กำหนด
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 135.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.11 ล้านบาท หรือคิดเป็น 31.17% จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น สินค้าประหยัดพลังงาน และโคมไฟฆ่าเชื้อ UV-C ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้า ขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าอยู่ที่ 8.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.96 ล้านบาท หรือ 89.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ในโครงการโรงไฟฟ้าชีวภาพ จังหวัดสมุทรสาคร และโรงไฟฟ้าชีวภาพ จังหวัดชุมพร ที่มีกำลังการผลิตรวม 2.4 เมกะวัตต์
“ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ที่ผ่านมานั้น บริษัท มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่สามารถตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ได้เป็นอย่างดี รวมถึงการรับรู้รายได้จากการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง ที่สร้างรายได้และทำกำไรโตขึ้นต่อเนื่องสม่ำเสมอ โดยคาดว่าแนวโน้มการดำเนินธุรกิจไตรมาส 2 จะมีทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่องและเติบโตได้อย่างโดดเด่นจากอานิสงส์โรงไฟฟ้าเดิมและโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ ช่วยหนุนให้รายได้บริษัทฯ เติบโต 20 % ตามเป้าที่ตั้งไว้” นายธีระชัย กล่าว
นายธีระชัย กล่าวอีกว่า การดำเนินธุรกิจหลังจากนี้ บริษัทฯ วางเป้าหมายขยายการลงทุนเชิงรุกในอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในอนาคต โดยเตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ ขนาดกำลังผลิต 3 เมกะวัตต์ ในอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าชีวภาพแห่งที่ 3 เพื่อผลิตไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ภายในเดือนมิถุนายนนี้ เมื่อรวมกับโรงไฟฟ้าเดิมและโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ ทำให้โรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง มีกำลังการผลิตรวม 5.4 เมกะวัตต์ หนุนรายได้ให้เติบโต รวมถึงการเดินหน้าขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าด้วยการเปิดรับซื้อโรงไฟฟ้าชีวภาพเพิ่มเติม โดยวางเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 7 เมกกะวัตต์ในปี 2565 และคาดว่าจะมีโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนรวมกำลังการผลิต 12 เมกะวัตต์ ภายในปี 2566

More Stories
แม็คซ์ฟู๊ดฯ ปักธง “Premium Thai Dessert” บนเวทีโลก โชว์นวัตกรรมไอศกรีมผลไม้สุดล้ำในงาน THAIFEX 2026 เดินหน้ารุกยุโรป–อเมริกา ดันยอดแตะ 1,000 ล้านภายในปี 2027
คาเฟ่ อเมซอน เปิดตัว “Café Amazon Experience Flagship Store Ari”
วีซ่า และ ททท. ผนึกความร่วมมือขับเคลื่อนการท่องเที่ยวขาเข้า