ธุรกิจบริการโครงข่าย-พลังงานสะอาดแนวโน้มสดใส
เอแอลที เทเลคอม โชว์ผลงานไตรมาส 3/2565 กำไรสุทธิ 28.55 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 185% รับอานิสงค์ธุรกิจให้บริการโครงข่ายและขายสินค้าโตต่อเนื่อง ขณะที่มีงานรอรับรู้รายได้ 3.2 พันล้านบาท รวมทั้งมี 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติเข้าใช้บริการเช่าโครงข่ายสื่อสารและไฟเบอร์ออฟติค สร้างรายได้นับพันล้านบาท ด้านธุรกิจโซลาร์รูฟท็อปมีมูลค่าสัญญามูลค่ารวมกว่า 700 ล้านบาท

นายสมบุญ เศรษฐ์สันติพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการเงินและบัญชี บริษัทเอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2565 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.2565 บริษัทมีรายได้รวม 286.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวม 282.42 ล้านบาท โดยธุรกิจให้บริการโครงข่ายและขายสินค้าเติบโตขึ้น 44% และ 40% ตามลำดับ
ขณะที่กำไรขั้นต้นรวมในไตรมาส 3/2565 มีจำนวน 71.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 645.5% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้นรวม 9.65 ล้านบาท ส่งผลให้ไตรมาส 3/2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 28.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 185.2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขาดทุนสุทธิ 33.50 ล้านบาท
ด้านผลการดำเนินงานในรอบ 9 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิ 22.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134.4% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีผลขาดทุน 65.03 ล้านบาท โดยแนวโน้มยังดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ สิ้นเดือน ก.ย. 2565 บริษัทมีงานในมือ (Backlog) จำนวน 3,237 ล้านบาท
นายสมบุญกล่าวอีกว่า สำหรับทิศทางและกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2565 บริษัทยังคงเดินหน้าเพื่อให้บริการโครงข่ายรองรับการเติบโต ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็น ASEAN DIGITAL HUB ควบคู่กับการขยายบริการสู่กิจการด้านพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะและพลังงานทดแทน รวมถึงการเสริมสร้างบริการสนับสนุนการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองอัจฉริยะ โดยอาศัยแอปพลิเคชัน-แพลตฟอร์มต่างๆ
โดยโครงข่ายไฟเบอร์ใยแก้วนำแสง บริษัทได้วางโครงข่ายหลัก (Backbone Network) ลงทุนครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ รวมถึงมีการสร้างสถานีฐานเพื่อเชื่อมต่อกับโครงข่ายของผู้ประกอบการในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย โดยลงทุนผ่านกิจการร่วมค้า คือบริษัท สมาร์ท อินฟราเนท จำกัด และ บริษัท อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด และลงทุนผ่านบริษัทย่อย คือ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เกทเวย์ จำกัด เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าต่างประเทศ รวมถึงลงทุนผ่าน บริษัทร่วมคือ เมียนมาร์ อินฟอร์เมชั่น จำกัด ที่เป็นกิจการในเมียนมาร์ให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่ลูกค้าในเมืองย่างกุ้ง
“รายได้ในส่วนงานบริการโครงข่ายยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทได้ดำเนินการก่อสร้างสถานีชายฝั่งเพื่อให้บริการเชื่อมต่อโครงข่ายภาคพื้นน้ำ (Cable Landing Station – CLS) ในจังหวัดสตูลแล้วเสร็จ และได้ส่งมอบให้แก่ลูกค้าเป็นที่เรียบร้อย ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมที่มาผ่าน จากความสำเร็จของโครงการนี้ ได้ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อบริษัทได้เป็นอย่างมาก มีลูกค้าต่างประเทศอีกหลายรายที่สนใจที่จะเข้ามาใช้บริการในลักษณะเดียวกัน เป็นเหตุให้บริษัทเดินหน้าขยายการลงทุน เพื่อขยายบริการรองรับความต้องการของลูกค้าดังกล่าว โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2565 เมื่อวันที่ 9/11/2565 มีมติอนุมัติการลงทุนในโครงการก่อสร้างวางระบบโครงข่ายสื่อสารใยแก้วนำแสง เพื่อรองรับการเชื่อมต่อโครงข่ายสื่อสารภาคพื้นน้ำระหว่างชายฝั่งทะเลตะวันตกถึงชายฝั่งทะเลตะวันออก เส้นทาง กรุงเทพ–สตูล-สงขลา-มาเลเซีย ระยะทางราว 2,200 ก.ม. มูลค่าลงทุนประมาณ 600 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 1 ปี คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้ประมาณปีละ 50 – 80 ล้านบาท
ขณะที่ ธุรกิจผู้ให้บริการลงทุนติดตั้งระบบและอุปกรณ์ Solar Rooftop ให้กับลูกค้าทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนต่างๆ โดยบริษัทได้ค่าบริการตามปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ ในราคาที่ถูกกว่าค่าไฟที่ซื้อจากภาครัฐ ปัจจุบันบริษัทมีสัญญากับลูกค้าแล้วกว่า 24 ราย ขนาดกำลังการผลิตรวม 12 MWh สัญญาอายุตั้งแต่ 10-20 ปี มูลค่าสัญญารวมทั้งสิ้นกว่า 700 ล้านบาท สร้างรายได้ให้บริษัทประมาณ 44 ล้านบาทต่อปี (คำนวณกำลังการผลิตเต็มปี)

More Stories
แม็คซ์ฟู๊ดฯ ปักธง “Premium Thai Dessert” บนเวทีโลก โชว์นวัตกรรมไอศกรีมผลไม้สุดล้ำในงาน THAIFEX 2026 เดินหน้ารุกยุโรป–อเมริกา ดันยอดแตะ 1,000 ล้านภายในปี 2027
คาเฟ่ อเมซอน เปิดตัว “Café Amazon Experience Flagship Store Ari”
วีซ่า และ ททท. ผนึกความร่วมมือขับเคลื่อนการท่องเที่ยวขาเข้า