จากการที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน โครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2565 เพื่อเชิญชวนผู้สนใจซื้อเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน (Request for Proposal : RFP) และเข้าร่วมคัดเลือกเป็น ผู้ร่วมลงทุนโครงการฯ ตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนการดำเนินการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ซึ่งเมื่อครบกำหนดการซื้อเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน ปรากฏว่ามีภาคเอกชน ประกอบด้วย บริษัทเอกชนไทยและบริษัทเอกชนต่างชาติ ให้ความสนใจซื้อเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชนรวมทั้งสิ้น จำนวน 13 ราย และ กทพ. ได้กำหนดให้เอกชนที่สนใจยื่นข้อเสนอในวันที่ 7 เมษายน 2566 นั้น
และในวันนี้( 7 เมษายน 2566 ) ซึ่งเป็นวันครบกำหนดการยื่นข้อเสนอปรากฏว่าไม่มีเอกชนรายใดมายื่นข้อเสนอเพื่อเข้าร่วมลงทุนโครงการ ทั้งนี้ คาดว่ามีสาเหตุเนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากสถานการณ์ต่างๆ อาทิ โรคระบาดจากเชื้อไวรัส Covid-19 ที่ส่งผลกระทบระยะยาว สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ทำให้กระทบต่อต้นทุนการก่อสร้างจากเดิมเมื่อปี 2564 ได้ประมาณการไว้ในปีที่เริ่มก่อสร้างจำนวน 8,878 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอีกประมาณร้อยละ 10 จึงทำให้ไม่จูงใจเอกชนในการตัดสินใจเข้าร่วมลงทุนโครงการเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางถนนในจังหวัดภูเก็ต เพื่อรองรับการที่จังหวัดภูเก็ตเข้าร่วมการคัดเลือกเพื่อเป็นเจ้าภาพงาน Specialize Expo 2028 ซึ่งเป็นงานมหกรรมใหญ่ระดับโลกที่จะจัดขึ้นในปี 2571 กทพ. จะพิจารณาทบทวนการดำเนินโครงการโดยอาจดำเนินโครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง (โครงการระยะที่ 1) ร่วมกับโครงการทางพิเศษสายเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ (โครงการระยะที่ 2) รวมเป็นโครงการเดียว เพื่อจูงใจให้เอกชนสนใจร่วมลงทุนมากยิ่งขึ้น โดยจะพิจารณามูลค่าลงทุนของโครงการ รวมทั้งระยะเวลาการให้สัมปทานเอกชนให้มีความสอดคล้องกับสภาะปัจจุบัน

More Stories
“ศุภมาส” สั่งลุย 9 มาตรการช่วยน้ำท่วม ลดภาระผู้ประสบภัย
ครม. ไฟเขียว 4 โครงการอาคารเช่าผู้มีรายได้น้อย 596 หน่วย วงเงิน 439 ล้านบาท “นิกร” ชี้เพิ่มโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพ
ส.อ.ท. ร่วมเสวนาถกร่าง พ.ร.บ. ควบคุมการตลาดอาหาร-เครื่องดื่มสำหรับเด็ก