เปิดห้องพิจารณาอนุญาโตตุลาการเพิ่มพื้นที่ให้บริการประชาชน ณ สำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ ชั้น 6 พร้อมเปิดเวทีระดมความคิดเห็น “อนุญาโตตุลาการ–ผู้ไกล่เกลี่ยสำนักงาน คปภ.” ถก 5 ประเด็นสุดฮอตเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้วยการนำกระบวนการระงับข้อพิพาทด้านประกันภัยมาช่วยในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทด้านการประกันภัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนด้านการประกันภัยในมิติต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 สำนักงาน คปภ. ได้เปิดห้องพิจารณาอนุญาโตตุลาการ สำนักงาน คปภ. อย่างเป็นทางการ ณ สำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ ชั้น 6 กรุงเทพมหานคร เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับการให้บริการแก่คู่พิพาททั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจประกันภัย

ต่อจากนั้นวันที่ 6 กันยายน 2566 สำนักงาน คปภ. ได้จัดเวทีสัมมนาอนุญาโตตุลาการและผู้ไกล่เกลี่ย สำนักงาน คปภ. ณ โรงแรม อัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้อนุญาโตตุลาการและผู้ไกล่เกลี่ย สำนักงาน คปภ. มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ รวมทั้งเสนอแนะแนวทางการปฏิบัติงานรวมทั้งประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากการปฏิบัติงานการระงับข้อพิพาทร่วมกัน อันจะทำให้การระงับข้อพิพาทด้านการประกันภัยมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผลมากยิ่งขึ้น โดยมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความคุ้มครอง ในประเด็นปัญหาข้อพิพาทด้านการประกันภัยที่เกี่ยวกับการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ประกันชีวิต และประกันภัยสุขภาพ” ซึ่งเป็นประเด็นข้อพิพาทที่เข้าสู่กระบวนพิจารณาด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการและกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยผู้ชำนาญการเป็นจำนวนมาก ต่อจากนั้นเป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการ โดยแบ่งผู้เข้าสัมมนาทั้งอนุญาโตตุลาการและผู้ไกล่เกลี่ย สำนักงาน คปภ. ออกเป็น 5 กลุ่มย่อย เพื่อระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมทั้งประสบการณ์ในประเด็นข้อพิพาทที่สำคัญ 5 ประเด็น คือ ประเด็นแรก ข้อพิพาทเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลและค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน ประเด็นที่ 2 ข้อพิพาทเกี่ยวกับความคุ้มครองกรณีบุคคลซึ่งในขณะขับขี่รถยนต์ให้ถือว่าเมาสุรา ซึ่งบริษัทประกันภัยโต้แย้งว่าผู้ร้องมีแอลกอฮอล์ในเลือด ณ ขณะเกิดเหตุเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ประเด็นที่ 3 ข้อพิพาทเกี่ยวกับค่าซ่อมรถยนต์ ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถและค่าเสื่อมราคาของรถ ประเด็นที่ 4 ข้อพิพาทตามสัญญาประกันชีวิต กรณีการบอกล้างสัญญาประกันชีวิตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865 และประเด็นที่ 5 ข้อพิพาทค่าสินไหมทดแทน เกี่ยวกับประกันภัยสุขภาพ กรณีบริษัทปฏิเสธการจ่ายค่ารักษาพยาบาล โดยอ้างเงื่อนไขข้อยกเว้นในกรมธรรม์ โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์โชติช่วง ทัพวงศ์ อนุญาโตตุลาการ สำนักงาน คปภ. และอดีตผู้พิพากษาอาวุโส ศาลอุทธรณ์ ภาค 7 ให้เกียรติเป็นวิทยากร
เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า สำนักงาน คปภ. ได้จัดให้มีกระบวนการในการระงับข้อพิพาททางเลือกด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการและการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยผู้ชำนาญการ เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนด้านการประกันภัย โดยทั้งสองกระบวนการมีบุคคลภายนอกที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิดำเนินการระงับข้อพิพาทภายใต้ พ.ร.บ. อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 และระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยสำนักงาน คปภ. มีอนุญาโตตุลาการในทะเบียนรายชื่อรวมทั้งสิ้น จำนวน 139 คน จากผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีเรื่องที่เข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ จำนวน 7,738 เรื่อง สามารถยุติข้อพิพาทได้ จำนวน 7,244 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 93.66 โดยเป็นการยุติด้วยความสมัครใจของคู่พิพาทในชั้นก่อนตั้งอนุญาโตตุลาการ จำนวน 3,448 เรื่อง และการยุติข้อพิพาทโดยการชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจำนวน 3,796 เรื่อง
สำหรับกระบวนการระงับข้อพิพาททางเลือกด้วยวิธีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยผู้ชำนาญการ ดำเนินการระงับข้อพิพาทภายใต้ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านการประกันภัย พ.ศ. 2559 เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกอีกทางหนึ่งให้กับประชาชนผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันภัยในการระงับข้อพิพาทกับบริษัทประกันภัย โดยได้ประกาศขึ้นทะเบียนรายชื่อผู้ชำนาญการทำหน้าที่ผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านการประกันภัย รุ่นที่ 4 จำนวน 80 คน เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 โดยนับตั้งแต่เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านการประกันภัย เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2559 มีเรื่องร้องเรียนที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยโดยผู้ชำนาญการทั้งสิ้น 1,624 เรื่อง ซึ่งผลการไกล่เกลี่ยคู่กรณีสามารถยุติข้อพิพาทร่วมกันได้จำนวน 1,274 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 78.45 ของเรื่องที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยทั้งหมด
นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสิทธิภาพของกระบวนการระงับข้อพิพาททางเลือกอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา สำนักงาน คปภ. ได้มีการปรับปรุงและพัฒนากระบวนการระงับข้อพิพาทด้านการประกันภัย เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ เชื่อถือ และไว้วางใจจากประชาชน โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาสนับสนุนการปฏิบัติงานด้วยระบบ E-Arbitration ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบสารสนเทศต่อยอดมาจากระบบ PPMS (Policyholder Protection Management System) ที่มีอยู่ รองรับกระบวนการพิจารณาผ่านระบบออนไลน์ในทุกขั้นตอนอย่างครบวงจร ตั้งแต่การยื่นคำเสนอข้อพิพาท การยื่นคำคัดค้าน การวางและคืนเงินเป็นหลักประกัน การตั้งอนุญาโตตุลาการ
การกำหนดวันนัดพิจารณา การส่งและสั่งคำร้อง การสืบพยาน การจัดทำคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ รวมทั้งสามารถจัดเก็บข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนข้อมูลสำหรับวิเคราะห์และจัดทำรายงานข้อมูลสถิติที่เกี่ยวข้องกับงานอนุญาโตตุลาการนำเสนอต่อผู้บริหาร โดยได้มีการเปิดใช้งานระบบ E – Arbitration อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2566 รวมทั้งจัดทำแอปพลิเคชันติดตามกระบวนการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านการประกันภัย เพื่อให้มีแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบสมาร์ทโฟน (Smart Phone) ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบการจัดการเรื่องร้องเรียน การติดตามผลความคืบหน้า และเป็นช่องทางแจ้งข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
โดยผู้ไกล่เกลี่ยสามารถเข้าใช้งานแอปพลิเคชันดังกล่าวได้เช่นกัน เพื่อตรวจสอบสถานะและวันนัดหมายของเรื่องที่ดำเนินการไกล่เกลี่ย Link ที่จะใช้ในการไกล่เกลี่ยออนไลน์ รวมทั้งสามารถตรวจสอบสถานะการจ่ายค่าตอบแทนผู้ไกล่เกลี่ยได้อีกด้วย โดยได้ดำเนินการติดตั้งและทดสอบระบบแล้ว และคาดว่าสามารถใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบในไตรมาสที่ 4 ปีของปีนี้
“การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างอนุญาโตตุลาการและผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านประกันภัยของสำนักงาน คปภ. ในครั้งนี้จะช่วยให้การระงับข้อพิพาทของอนุญาโตตุลาการและผู้ไกล่เกลี่ย สำนักงาน คปภ. เป็นไปในแนวทางที่สอดคล้องกัน อีกทั้งเป็นการเติมเต็มองค์ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อพิพาท รวมถึงกฎกติกาต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้การปฏิบัติงานของอนุญาโตตุลาการและผู้ไกล่เกลี่ยเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และทรงไว้ซึ่งความเป็นธรรม อันจะส่งผลให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัยของไทย” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

More Stories
ดร.สมพร สืบถวิลกุล รับรางวัล “THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2026”
อินทรประกันภัย มอบความอุ่นใจนักวิ่งในงาน 12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน กรุงเทพฯ 2026 (RUN FOR MOM)
Tidlor Academy แชร์โมเดล Culture พร้อมเทคโนโลยี FinTech และ InsurTech