จากสถานการณ์ราคา LNG ในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงในช่วงกลางปี 66 ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าจริงที่เกิดขึ้นในรอบเอฟทีงวด พ.ค. – ส.ค. 66 มีค่าต่ำกว่าประมาณการ ประกอบกับมีเงินส่งคืนส่วนต่างราคาก๊าซจากการดำเนินการตามมติ กพช. ในวันที่ 25 พ.ย. 65 ที่กำหนดให้ ปตท. ต้องคิดค่าก๊าซในรอบ ม.ค – เม.ย. 66 ตามราคาประมาณการ ซึ่งทำให้มีเงินค่าต้นทุนส่วนเกินก๊าซนำมาคืนเป็นส่วนลดค่าก๊าซในรอบ พ.ค. – ส.ค. 66 เพิ่มเติม ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจริงในรอบ พ.ค. – ส.ค. 66 มีค่าต่ำกว่าประมาณการ และทำให้ กฟผ. มีภาระต้นทุนคงค้างลดลงเหลือ 95,777 ล้านบาทในปลายเดือนสิงหาคม 66 แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันสถานการณ์ราคา LNG ในตลาดโลกอยู่ในช่วงขาขึ้นตามความต้องการใช้ LNG ที่เพิ่มมากขึ้นตามสภาพฤดูหนาวในยุโรปและส่งผลให้การประมาณการต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในรอบ ม.ค.- เม.ย. 67 เพิ่มขึ้นเป็น 64.18 สตางค์ต่อหน่วยซึ่งสะท้อนปริมาณการนำเข้า LNG เพื่อชดเชยก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย
นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ. ในการประชุมครั้งที่ 50/2566 (ครั้งที่ 878) เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 มีมติรับทราบภาระต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจริงประจำรอบเดือน พ.ค. – ส.ค. 2566 และเห็นชอบผลการคำนวณประมาณค่าเอฟทีสำหรับงวดเดือน ม.ค. – เม.ย. 2567 พร้อมให้สำนักงาน กกพ. นำค่าเอฟทีประมาณการและแนวทางการจ่ายภาระต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงของ กฟผ. ไปรับฟังความคิดเห็นในกรณีต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ตั้งแต่วันที่ 10 – 24 พฤศจิกายน 2566 ดังนี้
กรณีที่ 1 (จ่ายคืนภาระต้นทุนค้างทั้งหมด) แบ่งเป็นเอฟทีขายปลีกประมาณการที่สะท้อนต้นทุนเดือน ม.ค. – เม.ย. 67 จำนวน 64.18 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อชำระภาระต้นทุนคงค้าง กฟผ. จำนวน 95,777 ล้านบาทในงวดเดียว รวมเท่ากับ 216.42 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วยแล้วทำให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 5.95 บาทต่อหน่วย
ตามรายงานการคำนวณตามสูตรเอฟที
กรณีที่ 2 (จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างใน 1 ปี) แบ่งเป็นเอฟทีขายปลีกประมาณการที่สะท้อนต้นทุนเดือน ม.ค. – เม.ย. 2567 จำนวน 64.18 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อทยอยชำระภาระต้นทุนคงค้าง กฟผ. จำนวน 95,777 ล้านบาทโดยแบ่งเป็น 3 งวดๆ ละจำนวน 31,926 ล้านบาท รวมเท่ากับ 114.93 สตางค์ต่อหน่วยสำหรับเดือน ม.ค. – เม.ย. 2567 เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้า
(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพิ่มขึ้นเป็น 4.93 บาทต่อหน่วย
กรณีที่ 3 (จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างใน 2 ปี) แบ่งเป็นเอฟทีขายปลีกประมาณการที่สะท้อนต้นทุนเดือน ม.ค. – เม.ย. 2567 จำนวน 64.18 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อทยอยชำระภาระต้นทุนคงค้าง กฟผ. จำนวน 95,777 ล้านบาทโดยแบ่งเป็น 6 งวดๆ ละจำนวน 15,963 ล้านบาท รวมเท่ากับ 89.55 สตางค์ต่อหน่วยสำหรับเดือน ม.ค. – เม.ย. 2567 เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้า
(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพิ่มขึ้นเป็น 4.68 บาทต่อหน่วย
นายคมกฤช กล่าวว่า สำหรับผลการคำนวณประมาณค่าเอฟทีและแนวทางการจ่ายภาระต้นทุน ที่เกิดขึ้นจริงของ กฟผ. ทั้ง 3 กรณีที่กล่าวข้างต้นนั้นเป็นไปตามการประมาณการต้นทุนเชื้อเพลิงโดย ปตท. และ กฟผ. นำค่าประมาณการดังกล่าวมาคำนวณต้นทุนค่าไฟฟ้า (ภายใต้โครงสร้างราคาก๊าซในปัจจุบัน)
ซึ่งสำนักงาน กกพ. ได้จัดทำสรุปสมมุติฐานที่ใช้การประมาณการค่าเอฟทีในรอบคำนวณเดือน ก.ย. – ธ.ค. 2566 เทียบกับการคำนวณในปีฐาน พ.ค. – ส.ค. 2558 และรอบประมาณการค่าเอฟทีเดือน ม.ค. – เม.ย. 2567 โดยมีรายละเอียดตามในตารางดังนี้
| สมมุติฐาน | หน่วย | พ.ค. – ส.ค. 58
(ค่าไฟฟ้าฐาน) [1] |
ก.ย. – ธ.ค. 66
(ประมาณการ*) [2] |
ม.ค. – เม.ย. 67
(ประมาณการ) [3] |
เปลี่ยนแปลง
[3]-[2] |
||
| – ราคา Pool Gas | บาท/ล้านบีทียู | 264 | มติ กกพ. 26 ก.ค. 66
323 |
มติ ครม. 18 ก.ย. 66
305* |
387 | +64
(+20%) |
+82 (+27%) |
| อ้างอิงน้ำมันดิบดูไบ | USD/บาเรล | 74.9 USD/บาเรล | 93.3 USD/บาเรล | +18.4 USD/บาเรล | |||
| – ราคาน้ำมันเตา | บาท/ลิตร | 15.20 | 21.56 | 23.09 | +1.53
(+7%) |
||
| – ราคาน้ำมันดีเซล | บาท/ลิตร | 25.86 | 25.93 | 26.65 | +0.72
(+3%) |
||
| – ราคาลิกไนต์ (กฟผ.) | บาท/ตัน | 569.70 | 820.00 | 820.00 | 0
(0%) |
||
| – ราคาถ่านหินนำเข้าเฉลี่ย (IPPs) | บาท/ตัน | 2,825.70 | 3,018.99* | 4,826.56 | +1,807.57
(+60%) |
||
| สัดส่วนก๊าซธรรมชาติใน Pool Gas
– อ่าวไทย – เมียนมา – LNG |
พันล้านบีทียู/วัน | –
– – – |
3,507
1,532 545 1,430 |
3,634
1,510 511 1,613 |
127 (+4%)
-22 (-1%) -34 (-6%) 183(+13%) |
||
| การใช้น้ำมันในการผลิตไฟฟ้า | ล้านลิตร/เดือน | ไม่อยู่ในแผน | ตามความจำเป็น | ตามความจำเป็น | – | ||
| ราคา Spot LNG | USD/ล้านบีทียู | – | 14.15 | 16.91 | +2.76 (+20%) | ||
| อัตราแลกเปลี่ยน | บาท/USD | 33.05 | 34.24 | 35.83 | +1.59 (+5%) | ||
หมายเหตุ: * ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2566 ที่ให้คิดราคาก๊าซควบคุมที่ 304.79 บาทต่อล้านบีทียู
**ราคาถ่านหินโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีไม่รวมโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน เนื่องจากไม่มีการเดินเครื่อง
นายคมกฤช ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ปัจจุบันก๊าซธรรมชาติในอ่าวยังอยู่ระหว่างปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 200-400 ล้านลูกบากฟุตต่อวันเป็น 800 ล้านลูกบากฟุตต่อวันในเดือน เม.ย. 2567 ดังนั้นจึงจำเป็นต้องนำเข้า LNG เพื่อชดเชยก๊าซในอ่าวไทย ซึ่งหากมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจะทำให้ต้องนำเข้า LNG เพิ่มมากขึ้นอีกตามลำดับ นอกจากนี้ สถานการณ์สงครามรัสเซียยูเครนที่ยังยืดเยื้อประกอบกับสงครามอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสที่เกิดขึ้นใหม่ ทำให้อัตราแลกเปลี่ยน ราคาน้ำมันดิบดูไบ และราคา LNG มีความผันผวนสูงจึงมีความเสี่ยงที่ต้นทุน ค่าไฟฟ้าในรอบเดือน ก.ย. – ธ.ค. 2566 และ ม.ค. – เม.ย. 2567 เปลี่ยนแปลงไปจากประมาณการ อย่างไรก็ตาม กกพ. จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการต้นทุนค่าเชื้อเพลิงให้มีประสิทธิภาพในราคาที่เหมาะสม มีความมั่นคง และเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ต่างๆที่อาจเปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ สำนักงาน กกพ. ยังคงเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันประหยัดการใช้ไฟฟ้าเพื่อลดการนำเข้า LNG และลดความผันผวนของราคาพลังงาน”
ทั้งนี้ กกพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ตั้งแต่วันที่ 10 – 24 พฤศจิกายน 2566 ก่อนที่จะมีการสรุปและประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป

More Stories
ATLAS เชิญชวนผู้ถือหุ้นประชุม AGM 22 เม.ย.นี้
ราช กรุ๊ป ประสบความสำเร็จการออกหุ้นกู้สีเขียวมูลค่า 3,500 ล้านบาท
PTG จัดเต็มสงกรานต์! เพิ่มส่วนลดน้ำมันเป็น 60 สต./ลิตร ลดภาระค่าเดินทางประชาชน