“เด็กซ์ซอน เทคโนโลยี” ปักธงรายได้ปี 67 ทะลุ 700 ลบ. ตุน Backlog เฉียด 280 ลบ. พร้อมล็อคเป้ากำไรขั้นต้นที่ 35-40%
ดร.มัลลิกา แก่กล้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เด็กซ์ซอน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ DEXON เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้สำหรับปี 2567 ไว้ที่ 704 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตราว 9% พร้อมตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 35-40% โดยสัดส่วนรายได้จะมาจากรายได้ภายในประเทศราว 406 ล้านบาท และรายได้จากต่างประเทศราว 298 ล้านบาท โดยในปัจจุบันบริษัทมีงานในมือที่อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อรอส่งมอบ และรับรู้รายได้ หรือ Backlog อยู่ที่ 277 ล้านบาท โดยบริษัทมีแผนที่จะขยายฐานธุรกิจไปสู่ตลาดในประเทศสหรัฐอเมริกา ทวีปยุโรป รวมถึงอเมริกาใต้ โดยบริษัทมี Global footprint ใน 40 ประเทศในทวีปยุโรป เอเชีย โอเชียเนีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา อเมริกาเหนือ และลาตินอเมริกา
ในขณะที่ตลาดของธุรกิจให้บริการด้านการตรวจสอบทางวิศวกรรมในประเทศไทย มีมูลค่าตลาดรวม 3,000 ล้านบาท โดยบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 11% โดยบริษัทตั้งเป้าหมายส่วนแบ่งตลาดให้เพิ่มขึ้นเป็นน 12% ด้วยการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดผ่านการเน้นการนำเสนอโครงการจ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จ หรือ Turnkey Project ให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ด้วยการยกระดับการให้บริการให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น
สำหรับผลประกอบการในปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 648 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 6% จากในปี 2565 ที่มีรายได้รวม 610 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิในปี 2566 อยู่ที่ 50 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 54 ล้านบาท หรือคิดเป็นลดลง 52% จากในปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 104 ล้านบาท โดยบริษัทจะจ่ายปันผลเป็นเงินสดจำนวน 0.052 บาทต่อหุ้น กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล หรือ XD ในวันที่ 7 พ.ค. 2567 และจะจ่ายปันผลในวันที่ 24 พฤษภาคม 2567
ทั้งนี้รายได้ที่เพิ่มขึ้นของบริษัทมีสาเหตุมาจากการรายได้จากการตรวจสอบระบบท่อลำเลียงโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง หรือ In-line inspection technology : ILI จำนวน 245.3 ล้านบาท มากที่สุดในกลุ่มรายได้หลักของบริษัท และเติบโต 7% จาก 229.6 ล้านบาทในปี 2565 และรายได้จากการตรวจสอบแบบไม่ทำลายขั้นพื้นฐาน Conventional inspection technology มีจำนวน 112.8 ล้านบาท เติบโต 3% จาก 109.5 ล้านบาท รวมถึงรายได้จากการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี หรือ R&D มีจำนวน 43 ล้านบาท เติบโต 1,296% จาก 3.1 ล้าน บาทในปี 2565 ในขณะที่รายได้จากการตรวจสอบแบบไม่ทำลายด้วยเทคนิคขั้นสูง หรือ (Advance Non-destructive testing: Advance NDT) มีจำนวน 218.8 ล้านบาท มีการเติบโตลดลง 11% จาก 245.2 ล้านบาทในปี 2565 และรายได้จากการบริการฝึกอบรมการตรวจสอบมีจำนวน 9.3 ล้านบาท เติบโตลดลง 12% จาก 10.6 ล้าน บาทในปี 2565 ในขณะเดียวกันกำไรสุทธิที่ลดลงมีสาเหตุมาจากต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 20% และค่าใช้จ่ายในการขาย บริหารเพิ่มขึ้น 21%
“เรามีความเชื่อมั่นในศักยภาพของกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ ปี 2567 เป้าหมายรายได้ที่สมเหตุสมผล สามารถบรรลุได้ และการเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้เพิ่มสูงขึ้น ด้วยจำนวนงานในมือที่มีอย่างต่อเนื่อง โดยเรามีความมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งที่จะประสบความสำเร็จจากการเติบโตของทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ ธุรกิจการฝึกอบรม และธุรกิจงานตรวจสอบ รวมถึงการออกแบบ และซ่อมบำรุง ซึ่งในปี 2567 จะเป็นอีก Key Milestone และพัฒนาการที่สำคัญของเรา” ดร.มัลลิกากล่าว

More Stories
MALEE โชว์นวัตกรรมเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและ Malee Power Plants ตอบโจทย์เทรนด์โลก ในงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม GULFOOD 2026 รุกหนักตะวันออกกลาง ยกระดับภาพลักษณ์ Global Wellbeing Company
TQR กางแผนปี 69 เติบโตอย่างมีคุณภาพ-ยั่งยืน เร่งพัฒนาประกันภัยต่อ Alternative-Traditional รับดีมานด์ลูกค้า ปักหมุดรายได้เติบโตต่อเนื่อง
ทรีนีตี้ มองผลเลือกตั้ง กำหนดทิศทางตลาดหุ้นเดือนแห่งความรัก